จากม้าตีนต้นที่เคยทะยานแรงในช่วงเปิดตัว ตอนนี้ดูเหมือนว่าเครื่องเกมคอนโซลแห่งยุคอย่าง Xbox Series X|S กำลังเผชิญกับกำแพงที่มองไม่เห็น หลังจากที่เคยสร้างความหวังให้กับเหล่าเกมเมอร์และนักลงทุนด้วยยอดขายสุดร้อนแรงในช่วงแรก
รายงานล่าสุดได้สร้างความสั่นสะเทือนไปทั้งวงการ เมื่อพบว่ายอดขายเครื่องคอนโซลตระกูล Xbox ดิ่งลงอย่างน่าใจหาย หลังจากช่วง 18 เดือนแรกที่ร้อนแรงจนขายไปได้เกือบครึ่งหนึ่งของยอดขายทั้งหมด หรือราว 12 ล้านเครื่องในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก แต่หลังจากนั้นกราฟกลับหัวทิ่มลงอย่างต่อเนื่อง สร้างความกังวลให้กับทั้งแฟนๆ และนักลงทุนว่าเกิดอะไรขึ้นกับยักษ์ใหญ่แห่งวงการเกมภายใต้ชายคาของ Microsoft
เมื่อเจาะลึกลงไป ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ ‘สงครามคอนเทนต์’ ที่ดูเหมือนว่า Microsoft จะยังตามหลังคู่แข่งตลอดกาลอย่าง Sony อยู่หนึ่งก้าวเสมอ แม้จะทุ่มเงินมหาศาลเข้าซื้อสตูดิโอเกมยักษ์ใหญ่อย่าง Bethesda และ Activision Blizzard แต่เกมระดับแม่เหล็กที่เรียกได้ว่าเป็น ‘System Seller’ แท้จริงแบบที่ฝั่ง PlayStation มี God of War หรือ The Last of Us กลับยังไม่ปรากฏให้เห็นบนแพลตฟอร์มสีเขียวอย่างสม่ำเสมอ

ในขณะที่ Game Pass คือบริการที่ยอดเยี่ยมและคุ้มค่าจนหาใครเทียบได้ แต่มันกลับกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงยอดขายฮาร์ดแวร์เสียเอง เมื่อเกมเมอร์จำนวนมากพบว่าพวกเขาสามารถเข้าถึงเกมเหล่านั้นได้ผ่าน PC หรือบริการ Cloud Gaming โดยไม่จำเป็นต้องผูกมัดตัวเองกับกล่องสี่เหลี่ยมใต้ทีวีอีกต่อไป และฟางเส้นสุดท้ายคือการตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ที่เริ่มนำเกม First-party ของตัวเองอย่าง Hi-Fi Rush หรือ Sea of Thieves ไปลงให้กับแพลตฟอร์มคู่แข่ง การเคลื่อนไหวนี้แม้จะสมเหตุสมผลในเชิงธุรกิจเพื่อขยายฐานผู้เล่น แต่ในสายตาเกมเมอร์ มันกลับทำลายเหตุผลสำคัญที่สุดในการเลือกซื้อ Xbox ไปจนหมดสิ้น คำถามที่ว่า ‘แล้วจะซื้อ Xbox ไปทำไม’ จึงดังขึ้นในใจของหลายคน
สถานการณ์นี้ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของ Phil Spencer และทีม Xbox ว่าจะหาทางออกจากวังวนนี้ได้อย่างไร อนาคตของคอนโซล Xbox อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับพลังการประมวลผลที่เหนือกว่าเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่คือการสร้าง ‘เหตุผล’ ที่จับต้องได้ให้เกมเมอร์ยอมจ่ายเงินเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของ Ecosystem สีเขียวนี้ให้ได้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
ที่มา: Gizchina






