การยุบรวมเซิร์ฟเวอร์ยังเป็นโปรเจกต์พื้นฐานของทีมไอทีในดาต้าเซ็นเตอร์ เป้าหมายคือย้ายเวิร์กโหลดจากเครื่องเก่าที่กินทรัพยากรสูง ไปไว้บนเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ที่แรงกว่าและใช้จำนวนเครื่องน้อยลง โดยประสิทธิภาพโดยรวมต้องไม่ตก และแอปธุรกิจสำคัญต้องไม่สะดุด
ถ้าวางแผนดี ผลที่ได้ไม่ใช่แค่ตู้แร็คว่างขึ้น แต่รวมถึงไฟที่จ่ายน้อยลง ค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ที่คิดตามจำนวนคอร์ลดลง และมีทรัพยากรเหลือสำหรับงานใหม่ ทั้งแอปธุรกิจ งานวิเคราะห์ข้อมูล หรือโครงสร้างพื้นฐานรองรับ AI
ทำไม EPYC ถึงเข้ากับงาน consolidation
หัวใจของการยุบรวมคือรันงานเดิมบนเครื่องน้อยลงโดยไม่ทำให้ระบบช้าลงเกินรับได้ โปรเซสเซอร์ AMD EPYC™ รวมความหนาแน่นของคอร์ ประสิทธิภาพต่อคอร์ และการใช้พลังงานที่คุมได้ บนสถาปัตยกรรม x86 ที่องค์กรส่วนใหญ่ใช้อยู่แล้ว ทำให้ทีมไอทีเดินหน้า consolidation ได้โดยไม่ต้องย้ายไปสถาปัตยกรรม Arm® แล้วทดสอบแอปใหม่ทั้งชุด
สาย EPYC Gen 5 มีตัวเลือกที่ชัดเจนสำหรับงานสเกลใหญ่ เช่น รุ่นคอร์หนาแน่นสูงสุด 192 คอร์ สำหรับรันเวิร์กโหลดจำนวนมากพร้อมกัน รุ่นความถี่สูงสุดราว 5GHz เพื่อรีดประสิทธิภาพต่อคอร์และช่วยคุมค่าลิขสิทธิ์ และรุ่นสมดุลสำหรับงานที่ต้องการทั้งจำนวนคอร์และความเร็ว ในระยะถัดไป AMD คาดว่า Gen 6 โค้ดเนม Venice อาจขยับความหนาแน่นขึ้นไปถึงราว 256 คอร์
ตัวเลขตัวอย่างที่วัดผลได้
ตัวอย่างจาก AMD ชี้ว่าองค์กรสามารถยุบเซิร์ฟเวอร์ Intel® Xeon® Platinum 8280 แบบ Dual CPU อายุราว 5-7 ปี จำนวน 100 เครื่อง ให้เหลือเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ EPYC 9965 เพียง 14 เครื่อง ลดจำนวนเครื่องราว 86% โดยคงประสิทธิภาพรวมไว้ได้ใกล้เคียงเดิม ลดการใช้ไฟราว 69% และลดต้นทุนรวมในช่วง 3 ปีราว 41% (อ้างอิงสถานการณ์ 9xx5TCO-001B ซึ่งเป็นตัวอย่างประมาณการ ไม่ใช่ผลทดสอบของทุกไซต์)
คิดแบบง่าย ๆ เซิร์ฟเวอร์เก่า 100 เครื่อง × 28 คอร์ × 2 ซ็อกเก็ต = 5,600 คอร์ เทียบกับ EPYC 9965 จำนวน 14 เครื่อง × 192 คอร์ × 2 ซ็อกเก็ต = 5,376 คอร์ ทรัพยากรที่คืนมาทั้งพื้นที่ตู้แร็คและกำลังไฟ สามารถเอาไปรันงานใหม่ในดาต้าเซ็นเตอร์เดิมได้ โดยไม่ต้องลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ทันที
เมื่อซอฟต์แวร์คิดค่าลิขสิทธิ์ตามซ็อกเก็ตหรือคอร์ การลดจำนวนเครื่องและคอร์จึงกระทบต้นทุนตรง ๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบ virtualization หรือฐานข้อมูลชั้นนำ ส่วนซอฟต์แวร์ที่คิดเงินตามผู้ใช้หรืออุปกรณ์ อาจไม่ได้รับผลแบบเดียวกัน
เคส DNSE ที่ลดแร็คและไฟได้จริง
DNSE Securities โบรกเกอร์ออนไลน์ในเวียดนาม ต้องการความหนาแน่นระดับคลาวด์ แต่ต้องรันระบบ on-premises ตามข้อกำกับ หลังทดสอบเปรียบเทียบแล้วเลือกใช้ EPYC Gen 3 และ 4 ทั้งดาต้าเซ็นเตอร์ ผลคือลดจำนวนตู้แร็คได้ราวครึ่งหนึ่ง และลดการใช้ไฟจากราว 16-17 กิโลวัตต์ต่อแร็ค เหลือราว 7-9 กิโลวัตต์ต่อแร็ค
ปัจจุบันราว 90% ของเวิร์กโหลดใน DNSE รันบน EPYC โดยผสมรุ่นความถี่สูงสำหรับระบบเทรดที่ไวต่อความหน่วง กับรุ่นคอร์เยอะสำหรับงานคอนเทนเนอร์ Binh Nguyen CTO ของ DNSE ระบุว่าเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ EPYC ช่วยให้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและรันซอฟต์แวร์ในรูปแบบเดิมต่อไปได้ แต่รองรับสเกลที่ใหญ่ขึ้นมาก
คืนพื้นที่ให้ AI โดยไม่ต้องรื้อระบบใหม่
ประโยชน์ที่วัดได้ทันทีของการยุบรวมคือเซิร์ฟเวอร์น้อยลง แร็คว่างขึ้น ไฟลดลง และค่าลิขสิทธิ์บางประเภทลดลง แต่ผลระยะกลางคือมีพื้นที่ทั้งไฟฟ้า พื้นที่จัดวาง และระบบระบายความร้อน สำหรับติดตั้งตัวเร่งประมวลผลใหม่ เช่น GPU AMD Instinct™ หรือระบบเครือข่าย AMD Pensando™
โดยเฉพาะงาน Agentic AI ที่การตอบสนองแต่ละครั้งอาจเรียกทั้งฐานข้อมูล API การสร้างโทเคน และเครื่องมืออื่น ๆ การยุบงานเดิมไว้บนเครื่องที่แรงและจำนวนน้อยกว่า จึงเป็นการสร้างความจุสำหรับความต้องการใหม่ โดยยังรันแอปหลักได้ลื่น
สำหรับ CIO โปรเจกต์ consolidation อาจไม่ใช่หัวข้อที่ดังที่สุดบนวาระประชุม แต่เป็นงานที่วัดผลได้ชัดจากจำนวนเครื่อง พื้นที่แร็ค พลังงาน ค่าลิขสิทธิ์ และต้นทุนรวม ด้วย EPYC องค์กรสามารถไล่เป้าหมายเหล่านี้ได้โดยไม่ถูกบังคับให้ใช้การตั้งค่าเดียวกับทุกเวิร์กโหลด และยังเหลือทรัพยากรสำหรับสิ่งที่ธุรกิจจะต้องการต่อไป









