Posted on Leave a comment

มี Apollo Cloud ติดบ้านเหมือนมีเซิฟเวอร์เก็บไฟล์ส่วนตัวขนาด 4 TB

คำว่า Cloud อาจฟังเป็นเรื่องที่ดูห่างไกลทั้งที่แทบทุกคนก็ใช้งานมันอยู่โดยไม่รู้ตัว แม้ว่า Cloud จะมีให้เลือกหลากหลายแต่ที่ผมหยิบ Apollo Cloud มานำเสนอเพราะเป็น Cloud Storage แบบที่ดีพอจะขึ้นไปวางขายบนหน้าเว็บของ Apple

Cloud อาจจะฟังดูเป็นเรื่องยากสำหรับคนทั่วไปแต่ที่จริงมันก็คือเซิฟเวอร์นั่นล่ะ เพียงแต่เค้าอุปมาอุปไมยว่าเราสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ เสมือนว่าข้อมูลลอยอยู่ทุกแห่งหนเหมือนก้อนเมฆนั่นเอง …ทีนี้พวก Cloud Storage ที่มีให้ใช้ฟรีๆ ก็เป็นพวก Online Drive ต่างๆ อย่างเช่น Google Drive, OneDrive, Dropbox, iCloud และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งพวกนี้ก็มีให้ใช้ฟรีระดับนึงเท่านั้น ถ้าต้องการใช้พื้นที่เยอะๆ หรือเปิดฟีเจอร์ให้ครบก็ต้องซื้อเพิ่ม

แต่ปัญหาก็คือถ้าคิดจะใช้งานอย่างจริงจัง ต้องการพื้นที่เยอะๆ ถ่ายโอนไฟล์จำนวนมากๆ กับพวกบริการฟรีแบบนั้นเป็นเรื่องที่ไม่สะดวกเท่าไร รวมถึงเรื่องของ Privacy หรือความเป็นส่วนตัวด้วย ทำให้เกิดรูปแบบของ Personal Cloud ซึ่งยุคแรกก็ต้องใช้ความสามารถในการติดตั้งเยอะ แต่ช่วงหลังก็มีการพัฒนาให้คนทั่วไปใช้งานได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

การที่ Apollo Cloud ขึ้นไปจอดอยู่บนหน้าเว็บ Apple ก็ส่งผลให้ภาษีดูดีกว่าคู่แข่ง เสมือนว่ามีการคัดกรองก่อนแล้วระดับหนึ่งจาก Apple ทำให้มีความน่าสนใจสะดุดตามากกว่ารุ่นอื่นๆ

ราคาขายในไทยของรุ่นนี้อยู่ที่ 12,500 บาท ( ถ้าสนใจราคาพิเศษ สามารถติดต่อทีมงาน NuaNia ได้ครับ ) กับพื้นที่ใช้สอย 4 TB หรือแปลบ้านๆ ก็คือ 4,000 GB นั่นเอง ถ้านึกไม่ออกว่ามันเยอะแค่ไหนก็ลองเทียบกับมือถือในมือดูครับ ปรกติแล้วมือถือจะมีความจุอยู่ที่ 16 GB ไปจนถึง 256 GB ดังนั้นพื้นที่ 4,000 GB ก็สามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่าหลายเท่าตัวเลย และยังมีการเชื่อมต่อผ่าน USB 3.0 สำหรับกรณีที่ต้องการทำการ backup/restore ไฟล์จาก Apollo Cloud และที่น่าสนใจก็คือระยะเวลาการรับประกันที่มีมาให้ 2 ปีครับ

ถ้าย้อนไปในอดีตการเชื่อมต่อ Personal Cloud อาจจะต้องตั้งค่าผ่าน Dynamic DNS หรือเล่นท่ายาก แต่สำหรับ Apollo Cloud ก็แค่เสียบปลั๊กและต่อสาย LAN จาก Router ที่บ้าน และโหลดแอพตามคู่มือก็พร้อมใช้แล้วครับเปิด ในการใช้งานครั้งแรกตัวแอพก็จะค้นหาเจ้า Apollo Cloud ให้เอง… สะดวกสุดๆ

ในการจัดสรรแบ่งปันพื้นที่สามารถสร้าง user ได้สูงสุด 9 account รวมตัวเราด้วยก็เป็น 10 account โดยที่ตัวเราจะมีสถานะเป็น owner ซึ่งระบบรักษาความปลอดภัยเริ่มตั้งแต่จุดนี้เลยครับ เพราะถ้าเราเป็น owner แล้วไม่ว่าใครก็ไม่สามารถ Hack เข้ามาถือสิทธิ์ความเป็นเจ้าของนี้ได้ และความปลอดภัยอีกขั้นก็คือแต่ละ account ไม่สามารถเข้าไปดูไฟล์ของ account อื่นได้แม้แต่ owner ก็ไม่สามารถเข้าไปดูถ้าเจ้าของ account ไม่กดแชร์ให้สิทธิ์มา

การใช้งานทำผ่านตัวแอพทั้งหมดซึ่งรองรับทั้งมือถือ Android, iOS รวมถึง Windows และ macOS โดยแต่ละเวอร์ชั่นอาจมีความต่างเล็กน้อยเช่น ถ้าเป็นบน macOS ก็มีฟีเจอร์ Time machine ถ้าเป็นบน iOS ก็มี Auto upload Camera Rolls ที่จะอัพโหลดรูปจากมือถือทันทีที่ถ่าย

ข้อดีอีกอย่างก็คือ Apollo Cloud รองรับการ streaming ในลักษณะที่ว่าไม่จำเป็นต้องโหลดหนังมาทั้งไฟล์ แต่สามารถกดดูได้โดยไม่ต้องรอโหลดจนครบ …ถ้านึกไม่ออกก็ให้ลองนึกถึง YouTube ครับและยังสามารถแชร์ไฟล์ให้คนอื่นๆ ได้อีกด้วย โดยที่ลิ้งที่แชร์จะหมดอายุใน 30 วัน ซึ่งเราสามารถแชร์ให้อีกฝั่งกดเปิดได้โดยตรง หรือจะป้องกันด้วยการบังคับให้กรอกรหัสอีกชั้นก็ได้ครับ

ข้อดีอีกอย่างก็คือมันสามารถอัพเดทเพื่อรับคุณสมบัติใหม่ๆ ได้ด้วยและก็อัพเดทได้ง่ายมากเพียงแค่กดผ่านแอพที่มีให้เท่านั้นทุกอย่างก็เรียบร้อย ไม่ต่างจากการอัพเดทมือถือเลยที่แค่กดๆ ตามที่แอพแจ้งเตือนมา

แม้ว่าคุณสมบัติโดยรวมดูไม่น่าตื่นเต้นแปลกใหม่อะไร แต่ถ้าเอาไปประยุกต์ใช้งานก็จะทำให้ชีวิตง่ายขึ้นอีกไม่น้อยเช่น เราอาจเอาหนังซีรีย์ที่มีจำนวนหลายสิบตอนยัดใส่ Apollo Cloud ที่มีพื้นที่เหลือเฟือ จากนั้นก็สามารถเปิดดูบนโน๊ตบุ๊คหรือมือถือระหว่างการเดินทาง เนื่องด้วยตัวแอพสามารถ streaming ไฟล์หนังได้ และยังช่วยแก้ปัญหาในกรณีที่มือถือมีพื้นที่ไม่เพียงพอ แล้วก็ไม่ต้องถ่ายโอนไฟล์ระหว่างเครื่องหลายๆ รอบด้วย

หรือถ้าเป็นงานแนวสตูดิโอที่ต้องส่งไฟล์หนังใหญ่ๆ ให้ลูกค้าดู จะอัพโหลดก็ใช้เวลานานและยังต้องวุ่นวายหาเว็บที่รองรับไฟล์ใหญ่ๆ อีก เวลาที่ลูกค้าจะเปิดดูก็ต้องเสียเวลาโหลดลงมาทั้งไฟล์ แต่ถ้าใช้ Apollo Cloud จะทำให้เรื่องราวง่ายขึ้นเพราะการถ่ายโอนไฟล์จากคอมหรือมือถือที่อยู่ในเน็ตวงเดียวกันก็จะส่งไฟล์ได้เร็วมาก ไม่เสียเวลาอัพโหลดไฟล์นานๆ หรือจะหยิบ External Harddisk ไปเสียบอัพโหลดโดยตรงก็ยังได้ และเวลาส่งให้ลูกค้าก็แค่กดแชร์ลิ้ง พอลูกค้าเปิดดูก็ไม่ต้องรอโหลดไฟล์ทั้งก้อนเพราะสามารถ streaming ได้ …ช่วยทำให้ชีวิตง่ายขึ้นอีกเยอะ

หรือถ้ามีอุปกรณ์หลายชิ้นในบ้าน ก็สามารถใช้ในลักษณะของตัวกลางในการเก็บไฟล์ และไปเปิดใช้งานบนเครื่องอื่นได้ง่ายขึ้น …พูดง่ายๆ ว่าความน่าสนใจขึ้นอยู่กับการนำไปประยุกต์ใช้นั่นเอง และราคา 12,500 บาทอาจจะดูสูงไปสำหรับบางคน แต่สำหรับใครที่ต้องใช้งานด้าน Cloud Storage อยู่แล้วและต้องการความสะดวกยิ่งขึ้นก็นับว่านี่คืออีกตัวเลือกที่น่าสนใจ แถมยังแบ่งกันใช้งานได้ถึง 10 account อีกต่างหาก จะเก็บงานหรือจะสำรองไฟล์อะไรก็ทำได้สะดวกรวดเร็วกว่าเดิมด้วย

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.