Posted on Leave a comment

รีวิว BlueSpice & Herbs @ Terminal 21 บุฟเฟ่ต์คุณภาพไม่จำกัดเวลา ราคาเป็นมิตร

เมื่อพูดถึงอาหารบุฟเฟ่ต์ หลายคนอาจนึกถึงการเน้นปริมาณกับคุณภาพพอไปวัดไปวาได้ ไม่ก็คุณภาพดีแต่ราคาเฉียดพัน แต่ที่ BlueSpice & Herbs อยู่กึ่งกลางระหว่างสองสิ่งคือ คุณภาพดีแทบทุกเมนูและราคาไม่แพงเกินไป

BlueSpice & Herbs ชื่อนี้อาจฟังไม่คุ้นหูแต่ถ้าบอกว่านี่เป็นเครือของร้านอาหาร “สีฟ้า” ก็น่าจะยืนยันคุณภาพได้ดีกับประวัติอันยาวนานกว่า 80 ปี …ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ Terminal 21 ชั้น 5 ใกล้บันไดเลื่อน ถ้ามองจากหน้าร้านอาจดูเหมือนไม่มีลูกค้า เพราะความจริงแล้วตัวร้านส่วนของบุฟเฟ่ต์อยู่ลึกเข้าไปด้านในและกว้างใหญ่ เหมือนหลุดมาอยู่อีกโลกยังไงยังงั้น

อาหารที่นี่มีหลากหลายตามฤดูกาล ซึ่งช่วงที่ผมไปก็มีราคาประมาณ 500 บาทและไม่จำกัดเวลา โดยเปิดให้บริการ 2 ช่วงเวลาคือ 12:00 – 14:30 น. และ 18:00 – 22:00 น.  แบบไม่จำกัดเวลาคล้ายกับ Takumi ที่เราเคยรีวิวกันไปเมื่อปีก่อน แต่ถ้าเป็นช่วงวันหยุดก็จะเปิดให้บริการแบบ all day ตั้งแต่ 12:00 – 22:00 น.

บรรยากาศในร้านคล้ายกับห้องอาหารในโรงแรม โดยแบ่งประเภทอาหารเป็นกลุ่มเช่น อาหารไทยที่เป็นกับข้าว อาหารญี่ปุ่นจำพวกซูชิ แซลมอนซาซิมิ และยังมีอีกหลากหลายเมนูทั้งสเต็ก ชาบู ขนมเค๊ก ตามสไตล์ของบุฟเฟ่ต์นานาชาติ

เราสามารถสัมผัสความเป็นสมุนไพรได้ตั้งแต่น้ำดื่ม ซึ่งจุดเด่นก็คือเป็นน้ำดื่มที่มีรสและกลิ่นสมุนไพรแต่ไม่หวานเหมือนเครื่องดื่มบรรจุขวดทั่วไป และด้วยรสชาติอ่อนๆ แบบนี้ทำให้กินได้ลื่นกลืนได้ง่ายทั้งแบบร้อนและเย็น

เมนูที่นี่ค่อนข้างหลากหลายและเด็ดแทบทุกเมนู อย่างเช่นชาบูที่ให้เราเลือกคีบวัตถุดิบส่งให้พ่อครัวปรุง …ซึ่งอาจฟังดูธรรมดา แต่ที่ไม่ธรรมดาก็คือรสชาติที่ออกมามีรสและกลิ่นเป็นชาบู โดยเฉพาะปลาแซลมอนที่ทำเอาทีมงานประทับใจ เพราะเนื้อแซลมอนไม่แข็งกระด้างเหมือนร้านทั่วไป ยังคงมีความนุ่มแบบเป็นลิ่มๆ แบบสุกกำลังดี

กลุ่มของอาหารไทยที่หาได้ยากก็อย่างเช่น ลาบและเมี่ยงปลาที่ยังคงชูจุดเด่นด้วยความสุกแบบกำลังดี ทำให้เนื้อปลาไม่แข็งกระด้างแต่ยังคงมีหนังที่กรุบกรอบ ผสมกับน้ำจิ้มและเครื่องเคียงไทยๆ แบบหวาน เผ็ด เปรี้ยว ครบรส… ทำเอาผมกินไม่หยุดเลยทีเดียว

จุดเด่นของ BlueSpice & Herbs มีลักษณะคล้าย “สีฟ้า” ตรงที่เน้นความเป็น original สูตรต้นตำรับดั้งเดิมที่หาได้ยากในสมัยนี้ แบบที่กินแล้วคิดถึงวันวาน ประกอบกับการเลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ช่วยรีดรสและกลิ่นออกมาได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกลิ่นสมุนไพรเครื่องเทศที่ถูกลืมเลือนไปจากสังคมยุคนี้ อย่างเช่นแกงมัสมั่นที่มีรสและกลิ่นเหมือนคุณยายผมทำให้กินตอนเด็กไม่มีผิด หรือแม้เมนูกับข้าวแบบไทยๆ ทั้งหลายก็ให้รสชาติเข้นข้นเหมือนอาหารยุคก่อน

แต่ถึงตรงนี้นี่เองที่ทีมงานผมก็เริ่มเสียงแตก โดยฝั่งนึงก็บอกว่า “นี่แหละดั้งเดิม” อีกฝั่งก็บอกว่า “ไม่ใช่” จนหันไปถามทางร้านและได้คำตอบที่น่าสนใจ

ทางร้าน BlueSpice & Herbs ตอบมาว่า “ต้นตำรับดั้งเดิมก็ต้องดูว่าสูตรมาจากที่ไหน อย่างร้านนี้มีรากฐานมาจากร้านสีฟ้าที่อยู่มานานกว่า 80 ปี และรักษาสูตรอาหารแบบเดิม ไม่ว่าจะกินเมื่อ 80 ปีก่อนหรือกินวันนี้ก็รสชาติคล้ายกัน ดังนั้นที่นี่ก็เป็นสูตรดั้งเดิม แต่ก็อาจมีสูตรอื่นๆ ที่มาจากคนละพื้นที่และมีรสชาติกับส่วนผสมต่างกัน ซึ่งก็เป็นดั้งเดิมเหมือนกันแต่มาจากคนละตำรา” …ผมว่านี่คือคำตอบที่ดีสำหรับคนที่ชอบเถียงกันเรื่องของความเป็น “ดั้งเดิม”

แต่ถึงกระนั้น BlueSpice & Herbs ก็ไม่ได้เด่นเฉพาะอาหารไทย เพราะยังมีของโปรดที่ใครหลายคนชื่นชอบอย่าง ซูชิและซาซิมิ ซึ่งถ้าเทียบกับร้านบุฟเฟ่ต์สไตล์นี้ก็ถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างสูงกว่ามาตรฐาน และทีมงานเราที่เป็นเชฟก็บอกว่า “แซลมอนที่นี่คุณภาพดีมาก ถ้าคนที่ไม่เคยกินแซลมอนดีๆ ก็อาจจะไม่ชอบ และติดภาพลักษณ์ว่าแซลมอนต้องมันๆ เพราะแซลมอนที่นี่ไม่เลี่ยนและให้สัมผัสที่ดี”

ในกลุ่มของลูกครึ่งซูชิสไตล์ฟิวชั่น ก็ไม่หวานเลี่ยนจนเกินไปเหมือนบางที่ แต่ละเมนูยังคงมีความนุ่มและความกรุบอย่างที่ควรจะเป็น …ข้อเสียเล็กๆ ที่อาจไม่เล็กสำหรับบางคนก็คือวาซาบิที่ไม่ค่อยมีรสชาติเท่าไร

ในกลุ่มของซีฟู๊ด ผมรู้สึกชอบหอยเป็นพิเศษแบบที่เดินวนตักอยู่หลายรอบ เพราะขนาดที่ค่อนข้างใหญ่และเนื้อก็หนึบหนับเคี้ยวเพลิน

ที่จริงแล้วยังมีอีกหลายเมนูที่ร่ายกันไม่จบง่ายๆ แม้แต่ข้าวเหนียวหมูปิ้งก็ยังมี …แต่ถ้าชอบสไตล์ยุโรปหน่อยก็มีกลุ่มอาหารเส้นๆ เหมือนกัน ซึ่งรสชาติก็มีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยให้ถูกปากคนไทยมากขึ้น อย่างเช่นการตัดแอนโชวี่ที่คนไทยไม่ค่อยคุ้นกับรสชาติ

หลากหลายเมนูขนาดนี้ ถ้าไม่มีกลุ่มของหวานตบท้ายก็กระไรอยู่… เรื่องของหวานผมไม่สันทัดเท่าไร แต่เอาเป็นว่าทีมงานผมกินไม่หยุดเลยจริงๆ ด้วยลักษณะเนื้อเค๊กที่นุ่มกำลังดี กับรสชาติความหวานที่ดึงดูดคนที่รักของหวานได้ไม่ยาก หรือถ้าชอบสไตล์ไทยๆ ก็มีพวกทองหยิบ ทองหยอด และของหวานที่ราดด้วยน้ำกะทิ …ซึ่งที่จริงแล้วก็ยังมีผลไม้ฟองดูกับไอศครีมด้วย

บทสรุป

บุฟเฟ่ต์หลายที่อาจมีเมนูเด่นแค่บางอย่างและมีเมนูอื่นๆ เป็นเพียงตัวประกอบที่ไม่โดดเด่น แต่ BlueSpice & Herbs สร้างความแตกต่างด้วยมาตรฐานความเป็นบุฟเฟ่ต์ที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับราคา หรือเรียกง่ายๆ ว่าอร่อยทุกอย่าง โดยเน้นรสชาติดั้งเดิมที่หาได้ยากจากอาหารยุคนี้ ซึ่งมาจากความเป็น “สีฟ้า” ที่สานต่อสูตรต้นตำรับกว่า 80 ปี

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.