0
TechUncategorized

ทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับจอไร้ขอบอัตราส่วน 18:9

By 06/11/2017 April 18th, 2019 No Comments

ปี 2017 เราได้เห็นแบรนด์ต่าง ๆ เปิดตัวสมาร์ทโฟนด้วยอัตราส่วนหน้าจอแบบ 18:9 ออกมาหลายรุ่น โดยมี LG ประเดิมทำเป็นเจ้าแรกในรุ่น G6 โดยใช้ชื่อทางการค้าว่า FullVision Display ตามมาด้วย Samsung ที่เปิดตัวมากับ Galaxy S8 | S8+ ในชื่อ Infinity Display

จากนั้นก็เริ่มมีรุ่นอื่นๆ ที่ใช้แนวคิดอัตราส่วนแบบนี้ออกมาให้เห็นมากขึ้น โดยในช่วงกลางปี Samsung ก็ได้เปิดตัว Galaxy Note 8 ที่ใช้จอ Infinity Display เช่นเดียวกัน ต่อด้วย LG ที่ส่ง V30 | V30+ ที่มาพร้อมจอ FullVision Display รุ่นอัปเกรดหน้าจอเป็น P-OLED ส่วน Apple เองก็ไม่ยอมน้อยหน้า ได้ส่ง iPhone X ที่มาพร้อมจอ Super Retina display ในอัตราส่วนใกล้เคียงกันออกมารวมถึงแบรนด์อื่น ๆ เช่น  Google Pixel 2 XL, Essential PH-1, HTC U11 Plus เป็นต้น

อย่างไรก็ตามแม้หลายคนชอบเรียกจอแบบนี้ว่าเป็น 18:9 แต่ก็ใช่ว่าทุกรุ่นที่ว่ามาข้างต้นจะเป็นอัตราส่วนแบบ 18:9 ทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น Samsung Galaxy Note 8, Apple iPhone X, Google Pixel 2 XL, LG V30 และ Essential PH-1 จะเห็นได้ว่าแต่ละรุ่นนั้นมีอัตราส่วนจอที่แตกต่างกันออกไป

ถึงแม้หลายคนจะนิยมเรียกจอแบบนี้ว่ามีอัตราส่วน 18:9
แต่ก็ไม่ใช่สมาร์ทโฟนทุกรุ่นที่จะมีอัตราส่วนจอแบบ 18:9 เป๊ะ ๆ
เช่นเดียวกับที่นิยมเรียกเหมารวมจอ 16:9 ทั้งที่จริงบางรุ่นก็เป็น 16:10

*อัตราส่วน 19.5:9 บน iPhone X วัดจากมุมด้านบนสุดถึงมุมตรงข้ามด้านล่างสุด แต่ถ้านับจากติ่งที่แหว่งลงมาก็จะเป็นอัตราส่วน 18.5:9 เช่นเดียวกับ Galaxy Note 8

ชื่อเรียกสากลของอัตราส่วน 18:9

แม้ว่าแต่ละแบรนด์จะตั้งชื่ออัตราส่วน 18:9 ให้มีชื่อทางการค้าแตกต่างกันออกไป เช่น FullVision Display, Infinity Display, Super Retina display แต่ที่จริงแล้วอัตราส่วน 18:9 มีชื่อเรียกตามหลักสากลว่า Univisium” ซึ่งถูกใช้มาตั้งแต่ปี 1998

ที่มาของคำว่า Univisium

คำว่า Univisium นั้นถูกคิดขึ้นโดยผู้กำกับภาพ (Cinematographer) ที่ชื่อ Vittorio Storaro ในปี 1998 โดยคุณ Vittorio มอง​ว่า​ใน​อนาคต ​(ปัจจุบัน​ของ​พวกเรา)​ ภาพยนตร์​จะ​ถูก​ถ่าย​ทำ​ออก​มา​ใน 2 อัตรา​ส่วน​ คือ 21:9 สำหรับ​ภาพยนตร์​ฟอร์ม​ยักษ์​ที่ฉาย​ในโรงภาพยนตร์ และ 16:9 สำหรับ​ภาพยนตร์ที่เน้นฉายทางโทรทัศน์​ แต่​ฟิล์ม​ที่มีอยู่นั้น​ไม่ได้​มี​อัตรา​ส่วน​ที่​เกื้อ​หนุน​ผู้สร้างภาพยนตร์​เลย

จะ​เห็น​ว่า​ถ้าถ่าย​เป็น​อัตรา​ส่วน​ 4:3​ และต้อง​ฉายในอัตราส่วน 21:9 จะทำ​ให้​จัด​องค์ประกอบ​ภาพ​ได้ยาก

คุณ Vittorio เลย​คิด​ว่า​​ควร​เปลี่ยน​มา​ใช้​ฟิล์ม​อัตรา​ส่วน​ 18:9 ซึ่ง​เป็น​ค่า​เฉลี่ย​ระหว่างอัตราส่วน​ 16:9 และ 21:9 ทำให้​สามารถ​ตัด​ภาพ​เป็น 2 อัตรา​ส่วน​นี้​ได้​โดย​ไม่​ต้อง​กลัวว่า​องค์​ประกอบ​ภาพจะ​เสีย​​ ซึ่งคุณ Vittorio​ ได้​ทดลอง​ใช้​กับ​ภาพยนตร์​เรื่อง​ The Last Emperor ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ได้​รางวัล​ออสการ์ถึง 9 สาขา โดยมีรางวัลสาขาถ่ายภาพยอดเยี่ยมด้วย

Vittorio Storaro
ขอเล่าถึงประวัติของคุณ Vittorio Storaro สักนิด เขาคือนักกำกับภาพชื่อดังและได้รับรางวัลออสการ์สาขาถ่ายภาพยอดเยี่ยมอยู่หลายครั้ง โดยผลงานเด่น ๆ ก็เช่น Apocalypse Now (กองทัพอำมหิต) The Last Emperor (จักรพรรดิโลกไม่ลืม) ถ้าผลงานใหม่หน่อยก็ Café Society (ณ ที่นั่นเรารักกัน) ที่ออกฉายไปเมื่อปี 2016

โดยตอนงานเปิดตัว LG G6 ทาง LG Mobile ก็ได้เชิญคุณ Vittorio Storaro มาอธิบายถึงข้อดีของอัตราส่วนจอแบบนี้ด้วย ซึ่งเดี๋ยวจะมาอธิบายกันต่อไปว่ามันดียังไง

อัตราส่วน 18:9 บนสมาร์ทโฟน

สมาร์ทโฟนเน้นเนื้อหาด้านทางยาวมากกว่าด้านกว้างและคนเราถือสมาร์ทโฟนแนวตั้งมากกว่าแนวนอน เพราะฉะนั้นการใช้จออัตราส่วนนี้ทำให้สามารถแสดงเนื้อหาได้มากกว่า นอกจากนี้สมาร์ทโฟนยังมี Status bar หรือสถานะของโทรศัพท์ ซึ่งแสดงผลตลอดเวลาทำให้กินพื้นที่ด้านบนของจอไปด้วย และในสมาร์ทโฟนที่เป็นระบบปฏิบัติการ Android หลาย ๆ รุ่นก็มี Navigation bar หรือที่บางคนเรียกว่าปุ่มในจอทำให้กินพื้นที่ด้านล่างของจอเข้าไปอีก (โดน 2 เด้งทั้งบนและล่าง) ดังนั้นการเลือกใช้อัตราส่วนที่ยาวกว่าเดิมจึงคล้ายกับการเรียกคืนพื้นที่เหล่านั้นกลับมา

และในปัจจุบันอัตราส่วนภาพยนตร์ที่นิยมมี 3 แบบได้แก่ 16:9 ใช้กับการ์ตูนและซีรีส์บนโทรทัศน์ส่วนใหญ่ 21:9 ใช้กับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ส่วนใหญ่ และ 1.85:1 ใช้กับภาพยนตร์บางเรื่อง ซึ่งการดูภาพยนตร์บนจอ 18:9 จะได้พื้นที่แสดงผลมากกว่า โดยซีรีส์เรื่องใหม่ ๆ ที่ผลิตโดย Netflix นั้นก็มีการถ่ายทำในอัตราส่วน 18:9 ด้วย เช่น House of cards, Stranger things, Startrek discovery เป็นต้น

การแสดงผลวิดีโอบนจออัตราส่วน 16:9 และ 18:9

โดยทั่วไปแล้วหน้าจออัตราส่วน 18:9 ในขนาด 6 นิ้วจะมีขนาดใกล้เคียงกับหน้าจอ 16:9 ขนาด 5.5 นิ้ว เมื่อนำมาเล่นไฟล์วีดีโอในแต่ละอัตราส่วนก็จะติดขอบดำที่ต่างกันออกไป และเมื่อคำนวนพื้นที่ในการแสดงผลจริงก็จะได้ผลลัพธ์ดังนี้

1. วีดีโออัตราส่วน 18:9

  • จอ 16:9 แสดงผลจริงขนาด 5.3 นิ้ว
  • จอ 18:9 แสดงผลจริงขนาด 6 นิ้ว 

2.วีดีโออัตราส่วน 16:9(อัตราส่วนยอดนิยมสำหรับรายการโทรทัศน์ในปัจจุบัน)

  • จอ 16:9 แสดงผลจริงขนาด 5.5 นิ้ว
  • จอ 18:9 แสดงผลจริงขนาด 5.5 นิ้ว

3.วีดีโออัตรา 21:9(อัตราส่วนยอดนิยมสำหรับภาพยนตร์อร์มยักษ์)

  • จอ 16:9 แสดงผลจริงขนาด 5.2 นิ้ว
  • จอ 18:9 แสดงผลจริงขนาด 5.8 นิ้ว

4.วีดีโออัตรา 18.5:1

  • จอ 16:9 แสดงผลจริงขนาด 5.4 นิ้ว
  • จอ 18:9 แสดงผลจริงขนาด 5.6 นิ้ว

บทสรุป

อัตราส่วน Univisium เป็น​เทรนด์​ที่​กำลัง​มา​แรง​ใน​ปี 2017 และการที่แบรนด์ชั้นนำอย่าง Samsung, Apple และ Google หันมาใช้จออัตราส่วนนี้ก็เปรียบเสมือนการผลักดันอุตสาหกรรมการผลิตเนื้อหาต่างๆ ให้ออกมาเป็นแบบ 18:9 จึงมีแนวโน้มสูงที่อัตราส่วนนี้จะกลายเป็นมาตรฐานของสมาร์ทโฟนในยุคถัดไป

อย่างไรก็ตาม แม้อัตราส่วน​ Univisium​ จะ​มี​ข้อ​ดี​หลาย​อย่าง​ แต่​ผู้​ใช้​หลาย​ราย​ยังคง​ต้องการ​จออัตราส่วน 16:9 แบบ​ดั้งเดิม​อยู่​ มี​เพียง​เวลา​เท่านั้น​ที่​จะ​พิสูจน์​ว่า Univisium​ จะ​เป็น​แค่​กระแส​ชั่วคราว​หรือ​จะ​มา​แทนที่​จอ 16:9 แบบ​ดั้งเดิม​โดย​สมบูรณ์​ ซึ่ง​ใน​ปัจจุบัน​ผู้​ผลิตบางเจ้า​ก็​เลือก​ที่​จะ​ใช้​จอ​ทั้ง​สอง​แบบ​ใน​ผลิตภัณฑ์​ตัว​เอง​ควบคู่​กัน​ไป​ เช่น Google Pixel 2 (16:9) กับ Pixel 2 XL (18:9) เป็นต้น

Leave a Reply