Posted on Leave a comment

กล้องคู่ดีอย่างไร มีกี่แบบ และแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร

เดี๋ยวนี้ไม่ว่าสมาร์ทโฟนยี่ห้อไหนก็มีกล้องคู่กันทั้งนั้น แล้วกล้องคู่นี่มันดีอย่างไร แตกต่างจากกล้องตัวเดียวตรงไหน ทำไมใครๆ ถึงเลือกใช้กัน แล้วกล้องคู่แต่ละยี่ห้อมันแตกต่างกันไหม แบบไหนมันดีกว่ากัน

การจะบอกว่ากล้องคู่ดีกว่ากล้องเดี่ยวอย่างไร เราต้องมาดูกันก่อนว่ากล้องคู่นั้นมีกี่แบบ

1.กล้องคู่สำหรับสร้างภาพ 3 มิติ

กล้องคู่ประเภทนี้ใช้กล้อง 2 ตัวถ่ายภาพที่มีมุมเหลื่อมกันเพื่อนำมาทำเป็นวิดีโอ 3 มิติ ซึ่งเป็นหลักการเดียวกันกับการถ่ายหนัง 3 มิตินี่แหละ แต่เนื่องจากเทคโนโลยี 3 มิติไม่ได้รับความนิยมเพราะต้องอาศัยอุปกรณ์เสริมในการดู และบางคนมีอาการมึนหัวเวลารับชม จนสุดท้ายก็เสื่อมความนิยมและหายไปจากตลาด

 กล้องถ่ายภาพยนตร์ 3 มิติ

ตัวอย่างวิดีโอที่ถ่ายด้วย HTC Evo 3D ต้องดูกับโทรทัศน์ 3 มิติหรือแว่น VR และยุคนั้นยังไม่มีแว่น VR

ตัวอย่างสมาร์ทโฟนที่ใช้กล้องคู่แบบนี้คือ LG Optimus 3D, HTC Evo 3D

2. กล้องคู่แบบสี+ขาวดำ

กล้องคู่ประเภทนี้ถูกพัฒนามาเพื่อเพิ่มคุณภาพของภาพถ่าย การเกิดแสงสีต่างๆ นั้นเกิดจากการรวมกันของแสง 3 สีคือ แดง เขียว และ น้ำเงิน เวลาเซ็นเซอร์กล้องรับภาพก็จะแบ่งพิกเซลไปรับแสงแต่ละสี หมายความว่า สมมติกล้องสมาร์ทโฟนเรามีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล กล้องก็จะแบ่ง 4 ล้านพิกเซลไปรับแสงสีแดง อีก 4 ล้านไปรับแสงสีเขียว อีก 4 ล้านไปรับแสงสีน้ำเงิน จากนั้นจะนำข้อมูลสีมารวมกันและทำการคาดเดาสีของพิกเซลข้างเคียงอกมาเป็นภาพขนาด 12 ล้านพิกเซล

ทางผู้ผลิตจึงเพิ่มเซ็นเซอร์รับภาพขาวดำเข้ามาอีกตัว เซ็นเซอร์ขาวดำแตกต่างจากเซ็นเซอร์สีตรงที่ทุกพิกเซลมีหน้าที่รับสีเพียงสีเดียวเหมือนกันหมด ภาพที่ได้จากทั้ง 12 ล้านพิกเซลจึงมีความแม่นยำของความสว่างของภาพ จากนั้นซอฟต์แวร์กล้องจะนำภาพขาวดำมารวมกับภาพสี ก็จะได้ภาพสีที่มีความแม่นยำของความสว่างในแต่ละจุดมากขึ้น คุณภาพภาพที่ได้จะดีขึ้น ถ่ายในที่แสงน้อย Noise จะลดลง

นอกจากนั้นการทำแบบนี้ทำให้ผู้ผลิตสามารถใช้เซ็นเซอร์กล้องที่ขนาดเล็กลง แต่ได้คุณภาพภาพเทียบเท่ากับการใช้กล้องเดี่ยวที่ใช้เซ็นเซอร์ใหญ่กว่า ทำให้กินพื้นที่น้อยลง ลดความนูนของกล้อง นอกจากนั้นยังใช้ทำภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอและโฟกัสหลังถ่ายภาพได้อีกด้วย โดยการที่กล้องทั้ง 2 ตัวมีมุมที่เหลื่อมกันนิดหนึ่งทำให้สมาร์ทโฟนสามารถใช้ซอฟต์แวร์ช่วยประมวลผลได้ว่า วัตถุแต่ละชิ้นในภาพมีความลึกระดับไหน ตัวอย่างสมาร์ทโฟนที่ใช้กล้องคู่แบบนี้คือ Essential PH-1, Huawei Mate 9, Nokia 8 เป็นต้น

3.กล้องคู่ Ultra Pixel ใน HTC One M8

HTC ได้กลับมาใช้กล้องคู่อีกครั้งในสมาร์ทโฟนเรือธง HTC One M8 โดยกล้องตัวแรกมีความละเอียด 4 ล้านพิกเซลและตัวที่ 2 มีความละเอียดเพียง 2 ล้านพิกเซล โดยกล้องตัวที่ 2 มีหน้าที่วัดความลึกของภาพเพื่อทำให้โฟกัสหลังถ่ายได้

4. กล้องคู่แบบเลนส์มุมปกติ+เลนส์เทเล

การซูมภาพในสมาร์ทโฟนกล้องเดี่ยวที่ไม่มี Optical Zoom ซึ่งก็คือสมาร์ทโฟนเกือบทุกรุ่นในตลาด จะใช้การ Crop ภาพเข้าไป ทำให้ภาพเสียความละเอียด ขาดความคมชัด ทางผู้ผลิตจึงเพิ่มเลนส์ที่เอาไว้ถ่ายระยะเทเลมาใส่เพิ่มอีกตัว เวลาซูมภาพก็จะสลับมาใช้เลนส์เทเลแทนเพื่อภาพจะได้ไม่เสียรายละเอียด นอกจากนั้นบางค่ายยังใช้เลนส์ซูมช่วยในการทำภาพหน้าชัดหลังเบลอ ทำให้ตัววัตถุที่โฟกัสหลุดออกมาจากฉากหลัง

ตัวอย่างสมาร์ทโฟนที่ใช้กล้องคู่แบบนี้คือ Apple iPhone 8 Plus,Apple iPhone X, Samsung Galaxy Note 8

4. กล้องคู่แบบเลนส์มุมกว้าง+เลนส์มุมปกติ

การถ่ายภาพด้วยเลนส์มุมกว้างมักนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ของภาพ แต่ในทางกลับกันมันทำให้จัดองค์ประกอบภาพยากขึ้น และทำให้ภาพเกิดความบิดเบี้ยวด้วย

ทางผู้ผลิตจึงเลือกที่จะใส่กล้องมาทั้งมุมกว้างและมุมปกติที่ภาพแคบกว่า แต่ไม่เกิดความบิดเบี้ยวของภาพ ตัวอย่างสมาร์ทโฟนที่ใช้กล้องคู่แบบนี้คือ LG G6, LG V30

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.