อธิบาย ทำไมจอของ Google Pixel 2/2XL ถึงมีสีจืด

หลายๆ คนที่เห็นจอ Google Pixel 2 และ 2 XL อาจจะรู้สึกผิดหวังว่าทำไมจอสีมันจืดจัง เนี่ยนะจอสมาร์ทโฟนเรือธง เจ้าอาการสีจืดนี้มันไม่ใช่เพราะจอไม่ดี แต่มันมีที่มาที่ไป ซึ่งมันเกี่ยวโยงกับ Color Profiles ที่ Google เพิ่มเข้ามาใน Android Oreo อีกที เดี๋ยวเราจะมาอธิบายให้ฟัง
มาเริ่มจากศัพท์ควรรู้ก่อนนะครับ

Color Gamut

คำนี้หมายถึงสีที่อุปกรณ์นั้นๆ สามารถเก็บภาพหรือแสดงผลได้ เช่น เราเอารูปสีแดงที่เราบอกว่า นี่คือสีแดง 100% ไม่มีสีอื่นเจอปนเลย แล้วเอามาเปิดที่จอแต่ละตัวแล้วเอามาเทียบกัน เราจะพบว่าเราจะได้แดงคนละสีกัน ดังนั้นถ้าเราเอาสีทุกสีมาเปิดบนจอแล้วเก็บว่ามันแสดงผลออกมาแบบไหน เราก็จะได้กราฟ Color Gamut ของอุปกรณ์นั้นออกมา แน่นอนว่าอุปกรณ์แต่ละชิ้นจะมี Color Gamut ที่ต่างกันหมด

Color Spaces

ทีนี้ เมื่อเราบอกว่า อันนี้คือสีแดง 100% แล้วแดง 100% นี่มันแดงไหนล่ะ? จึงต้องมีการกำหนดขอบเขตสีขึ้นมาเป็นบรรทัดฐาน จะได้คุยกันรู้เรื่อง เจ้าบรรทัดฐานนี่แหละคือ Color Spaces โดย Color Spaces เองก็มีหลายอันให้เลือกใช้ ที่นิยมใช้กันคือ sRGB กับ Adobe RGB

ใน Android Oreo ทาง Google มี Color Gamut ให้เลือกใช้ 3 แบบ คือ

  1. LOW สีจะตรงตาม sRGB
  2. HDR จะใช้โปรไฟล์สี HDR เช่น HDR10
  3. WIDE โปรไฟล์สี sRGBและอะไรก็ตามที่กว้างกว่า 90% NTSC เช่น DCI-P3, AdobeRGB, และ Pro Photo RGB เป็นต้น

ในการใช้งานทั่วไป เครื่องจะถูกเซ็ตให้ดึงโปรไฟล์ LOW มาใช้เสมอ ทำให้สีดูจืดๆ ถ้าแอปไหนต้องการที่จะใช้โปรไฟล์อื่นๆ ก็จะต้องเขียนโค้ดเพิ่มลงไปเพื่อเรียกใช้งานโปรไฟล์นั้น ซึ่ง Google ให้เหตุผลที่ทำแบบนี้ว่า การใช้ Wide Gamut จะทำให้เครื่องทำงานหนักขึ้น ใช้พลังงานมากขึ้น ใช้แรมมากขึ้น นอกจากนั้นการใช้โปรไฟล์ LOW จะได้สีที่เที่ยงตรงกว่าไม่ว่าจะนำรูปไปเปิดที่จอไหนก็ตาม

เปรียบเทียบ sRGB กับ DCI-P3

เมื่อนำ Google Pixel 2 ซึ่งทำงานในโหมด LOW ซะเป็นส่วนใหญ่ไปเทียบกับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ที่มักจะใช้ WIDE Gamut กัน จอ Pixel 2 จึงดูซีดไปนั่นเอง ไม่ใช่เพราะจอของ Pixel 2 คุณภาพไม่ดี แสดงผลสีได้น้อยแต่อย่างใด ซึ่งหลายๆ คนก็ให้ความเห็นว่า หากไม่นำไปวางคู่กับรุ่นอื่นๆ ก็ไม่ได้รู้สึกว่าสีจืดแต่อย่างใด

Pixel 2, iPhone 8 Plus, Pixel 2 XL, Galaxy Note 8

หลายคนอาจมีคำถามว่า แล้วสีจืดๆ แบบ Pixel กับสีสดใสแบบยี่ห้ออื่น แบบไหนดีกว่ากัน อันนี้แล้วแต่สถานการณ์ หากต้องการแต่งรูป ตัดต่อวิดีโอ การใช้โปรไฟล์ LOW เหมาะสมกว่าแน่นอน แต่หากเราเปลี่ยนมาดูภาพยนตร์ โปรไฟล์ WIDE ย่อมให้อรรถรสที่ดีกว่า
สำหรับคนที่ชอบสีสด Google Pixel 2 ก็มีโหมด Vivid Color มาให้ แต่ก็ยังไม่สดถูกใจหลายๆ คน ซึ่งทาง Google ก็สัญญาว่าเราจะอัปเดตเพิ่มความสดของโหมดนี้ให้แน่นอน หรือใครไม่อยากรอ สามารถโหลดแอป Oreo Colorizer ไปใช้ก่อนได้เลย
Source : Android Police, SlashGear, LinkedIn Learning Solutions

แสดงความเห็น
NuaNia
เปรียบเทียบรายการ
  • Total (0)
เปรียบเทียบ
0