Meta และ EssilorLuxottica (บริษัทแม่ของ Ray-Ban) เปิดตัว Ray-Ban Meta Blayzer Optics (Gen 2) และ Ray-Ban Meta Scriber Optics (Gen 2) เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2026 โดยเรียกทั้งสองรุ่นว่าเป็นแว่น AI รุ่นแรกที่ออกแบบโครงสร้างมาเพื่อคนใส่เลนส์สายตาโดยเฉพาะ ต่างจากแว่น Ray-Ban Meta รุ่นก่อนหน้าที่ "รองรับ" เลนส์สายตาได้ แต่ไม่ได้ออกแบบเฟรมมาเพื่อสิ่งนี้ตั้งแต่แรก
ทั้งสองรุ่นเริ่มวางขายในสหรัฐฯ วันที่ 14 เมษายน 2026 ราคาเริ่มต้น 499 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 17,800 บาท) ก่อนขยายไปตลาดอื่นทยอยตามมา ราคานี้คือค่าเฟรมพร้อมชุดอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ยังไม่รวมเลนส์สายตาซึ่งต้องซื้อแยกเพิ่ม
ดีไซน์สองทรง เน้นใส่สบายทั้งวัน
Blayzer เป็นทรงเหลี่ยมสไตล์ Wayfarer คลาสสิก มีให้เลือก 2 ไซส์ (Standard และ Large) 5 สี ได้แก่ Matte Black, Shiny Transparent Black, Matte Transparent Ice Grey, Shiny Transparent Dark Olive และ Havana
Scriber เป็นทรงกลม มีไซส์เดียว (Standard) 5 สี ได้แก่ Shiny Black, Shiny Transparent Black, Shiny Transparent Stone Beige, Shiny Transparent Umber และ Havana
จุดที่ Meta เน้นย้ำคือฟีเจอร์เพื่อความสบายในการใส่ทั้งวัน ซึ่งไม่มีในรุ่น Ray-Ban Meta Gen 2 ทั่วไป (Wayfarer, Headliner, Skyler) ได้แก่ บานพับที่หมุนเปิดกว้างขึ้นกว่าเดิม 10 องศาเพื่อลดแรงกดข้างศีรษะ, นวมจมูกที่เปลี่ยนได้หลายแบบ (universal, high bridge, low bridge) และปลายขาแว่นที่ช่างแว่นปรับทรงให้พอดีศีรษะได้ ทั้งหมดนี้ทำให้เฟรมดูเนียนเป็นแว่นสายตาปกติมากขึ้น ไม่เหมือนแว่นกันแดดที่เอามาใส่เลนส์สายตาทีหลัง Engadget รีวิวจริงระบุว่าคนรอบข้างจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเป็นแว่น smart glasses เพราะทรงดูเนียนกว่ารุ่นก่อน
ฮาร์ดแวร์เหมือน Gen 2 ทั่วไป ต่างที่น้ำหนักและไมค์
Blayzer และ Scriber ใช้ชุดฮาร์ดแวร์เดียวกับ Ray-Ban Meta Gen 2 ทั่วไป ได้แก่ กล้อง 12MP ถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ, Wi-Fi 6, Bluetooth 5.3, สตอเรจ 32GB และลำโพงแบบเปิด (open-ear) ที่วางเหนือใบหูแทนการเสียบเข้ารูหู แบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องได้มากกว่า 8 ชั่วโมง เคสชาร์จเพิ่มได้อีกราว 6 รอบ
จุดต่างคือ Blayzer/Scriber เพิ่มไมโครโฟนใกล้นวมจมูกอีก 1 ตัว รวมเป็น 6 ตัว (จาก 5 ตัวใน Gen 2 ทั่วไป) และน้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ประมาณ 49 กรัมสำหรับไซส์ Standard และ 52 กรัมสำหรับ Blayzer Large ทั้งสองรุ่นไม่มีจอแสดงผลในเลนส์ เป็นแว่น AI แบบเสียง+กล้องล้วน คนละรุ่นกับ Ray-Ban Meta Display ที่มีจอฝังในเลนส์และราคาสูงกว่า
ฝั่งซอฟต์แวร์ Meta AI ใช้งานได้เหมือนแว่นรุ่นอื่นในตระกูล Gen 2 ทั้งถามตอบด้วยเสียง ระบุวัตถุหรือสถานที่จากสิ่งที่กล้องเห็น แปลภาษาแบบเรียลไทม์ (ขยายเป็น 20 ภาษาช่วงกลางปี 2026) รวมถึงฟีเจอร์ที่ทยอยปล่อยเพิ่มอย่างบันทึกแคลอรี่อาหารด้วยเสียง สรุปแชท WhatsApp และ Neural Handwriting ที่เขียนมือตอบข้อความได้โดยไม่ต้องพูด
เลนส์สายตารองรับแค่ไหน
หน้าสินค้าทางการปัจจุบันของ Meta (meta.com/ai-glasses/rx-lenses) ระบุว่ารองรับค่าสายตาช่วง -6.00 ถึง +6.00 (SPH+CYL) และรองรับเลนส์ 3 แบบ คือ single vision, progressive แบบ 2 ชั้นไร้รอยต่อ และ Transitions ที่ปรับสีตามแสง รวมถึงมีตัวเลือกกันแสงฟ้า
ตัวเลขช่วงค่าสายตานี้ควรเช็คกับร้านหรือหน้าสั่งซื้ออีกครั้งก่อนตัดสินใจ เพราะเอกสารต่างช่วงเวลาของ Meta เองให้ตัวเลขไม่ตรงกัน ข่าวประชาสัมพันธ์ตอนเปิดตัวเคยระบุช่วง -6.00 ถึง +4.00 total power ขณะที่หน้าช่วยเหลือทั่วไปของ Meta (ซึ่งครอบคลุมแว่น AI ทุกรุ่น ไม่เจาะจง Blayzer/Scriber) ระบุกว้างกว่านั้นที่ -12.00 ถึง +6.00 total power
การสั่งซื้อทำผ่าน Meta.com หรือ Ray-Ban.com ได้ แต่ตามรีวิวของ The Gadgeteer ขั้นตอนตรวจสายตาและตัดเลนส์ใส่เฟรมของสองรุ่นนี้มักทำที่ร้านแว่นที่ร่วมโครงการ เช่น LensCrafters หรือ Sunglass Hut ในครั้งเดียว มากกว่าจะสั่งออนไลน์ล้วนเหมือนแว่นทั่วไป ส่วนแว่น Ray-Ban Meta รุ่นเก่าที่ไม่ใช่ Optics ยังมีบริการใส่เลนส์สายตาทีหลังผ่านแล็บภายนอกอย่าง UseMyFrame, RX-able หรือ Lensology ราคาประมาณ 45-210 ดอลลาร์ (ราว 1,600-7,500 บาท)
ราคารวมจริงอาจสูงกว่าที่คิด
ราคา 499 ดอลลาร์คือค่าเฟรมเปล่า เลนส์สายตาแยกซื้อเพิ่มเริ่มจาก 224 ดอลลาร์ (ราว 8,000 บาท) ตามชนิดเลนส์ Engadget ทดสอบจริงพบว่าถ้าเลือกเลนส์เกรดสูงพร้อมโค้ตกันแสงฟ้าและกันรอย ราคารวมทะลุ 700 ดอลลาร์ (ราว 25,000 บาท) ก่อนภาษี และถ้าเพิ่ม Transitions จะยิ่งแพงกว่านั้น รีวิวเดียวกันยังตั้งข้อสังเกตว่าการใช้ประกันสายตา (vision insurance) กับแว่นรุ่นนี้ทำได้ไม่สะดวกเท่าแว่นสายตาทั่วไป
ด้านความเป็นส่วนตัว Engadget ระบุจากประสบการณ์รีวิวว่าผู้ช่วย AI ฟังเสียงต่ออีกราว 20 วินาทีหลังพูดจบ ผู้ใช้ปิดการเก็บเสียงบนคลาวด์ไม่ได้ และภาพที่ถ่ายอาจถูกใช้เทรน AI ผ่านผู้รับเหมาภายนอก จุดนี้เป็นข้อสังเกตจากรีวิวสื่อ ไม่ใช่รายละเอียดที่ Meta ประกาศเอง
ตลาดที่วางขาย
ตามหน้าช่วยเหลือทางการของ Meta แว่น Ray-Ban Meta AI glasses ทุกรุ่นรวมถึง Blayzer และ Scriber Optics วางขายอย่างเป็นทางการใน 17 ตลาด ได้แก่ ออสเตรเลีย ออสเตรีย เบลเยียม แคนาดา เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี ไอร์แลนด์ อิตาลี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ราคาในสหราชอาณาจักรอยู่ที่ 429 ปอนด์ (ราว 19,700 บาท) และในยุโรปอยู่ที่ 469 ยูโร (ราว 17,900 บาท)
รายงานเพิ่มกำลังผลิต 2 เท่า
Bloomberg รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อว่า Meta และ EssilorLuxottica กำลังหารือเพิ่มกำลังผลิตแว่น AI เป็น 2 เท่า จากราว 10 ล้านตัว เป็น 20 ล้านตัว หรืออาจถึง 30 ล้านตัวหากดีมานด์ยังสูงต่อเนื่อง ภายในสิ้นปี 2026 สาเหตุคือของขาดตลาดหนักจนต้องเลื่อนแผนขยายตลาดไปยังสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส อิตาลี และแคนาดาออกไปก่อน
ทั้งนี้ตัวเลขและแผนดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการหารือ ทั้ง Meta และ EssilorLuxottica ยังไม่ออกมายืนยันหรือปฏิเสธอย่างเป็นทางการ
ที่มา
- Meta Newsroom – Introducing Our First AI Glasses Built For Prescriptions
- Meta Blog – Introducing a New Line of Ray-Ban Meta Glasses Built for Prescriptions and All-Day Comfort
- Gizmodo – Meta Tries to Normalize ‘AI Glasses’ With Slimmer Frames
- Meta Store – AI glasses for prescription wearers
- Interesting Engineering – Meta upgrades Ray-Ban AI glasses for prescription users with AI
- The Gadgeteer – Ray-Ban Meta Prescription Glasses: What You Need to Know
- PYMNTS – Meta and EssilorLuxottica Consider Doubling Smart Glasses Production Capacity
- Engadget – Ray-Ban Meta Optics review: A better fit comes with a higher price
- Meta Help Center – AI glasses supported countries
- UploadVR – Ray-Ban Meta Optics Styles Promise ‘All-Day Comfort’ For Prescriptions








