Google จัดงาน Made by Google 2026 เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่นิวยอร์ก และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ครบทั้งไลน์อัป ไม่ใช่แค่มือถือ โทรศัพท์ Pixel 11 ทั้ง 4 รุ่น (Pixel 11, Pixel 11 Pro, Pixel 11 Pro XL, Pixel 11 Pro Fold) มาพร้อม Pixel Watch 5 นาฬิกาสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ และของเซอร์ไพรส์ที่ไม่เคยมีมาก่อนอย่าง Pixel Tag แท็กติดตามของ
จุดที่ทำให้งานนี้ต่างจากทุกปีคือ Pixel Tag ตัวนี้เอง มันคือชิ้นสุดท้ายที่ทำให้ระบบ Find Hub ของ Google ครบวงจรแบบเดียวกับ Apple Find My และวางราคาไว้เท่ากับ AirTag เป๊ะๆ ที่ 29 ดอลลาร์ต่อชิ้น ส่วนโทรศัพท์ทุกรุ่นยังคงใช้ชิป Tensor G6 ตัวใหม่ที่ Google เน้นเรื่องประหยัดพลังงานและงาน AI มากกว่าความแรงดิบ
Pixel 11: รุ่นมาตรฐานเริ่มต้น 899 ดอลลาร์
Pixel 11 มาพร้อมจอ Actua OLED ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด 1,080 x 2,424 พิกเซล รีเฟรชแบบ adaptive 60-120Hz และความสว่างสูงสุด 3,000 nits ใช้ชิป Tensor G6 คู่กับ Titan M3 coprocessor
ด้าน RAM และความจุมีให้เลือก 12GB เป็นมาตรฐาน (บางแหล่งระบุว่ามีตัวเลือกความจุสูง 16GB) พร้อมพื้นที่เก็บข้อมูล 256GB และ 512GB กล้องหลังยกระดับเป็น 48MP รูรับแสง f/1.7 ที่เซ็นเซอร์ใหญ่ขึ้นจนรับแสงดีขึ้นราว 56% จาก Pixel 10 คู่กับกล้องอัลตราไวด์ 13MP และเทเลโฟโต้ 10.8MP ซูมออปติคอล 5x (ซูมดิจิทัลสูงสุด 30x) ส่วนกล้องหน้าอยู่ที่ 10.5MP ถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 4K ที่ 24/30/60fps
แบตเตอรี่ Google ไม่ได้ประกาศตัวเลข mAh อย่างเป็นทางการในงาน เคลมเพียงว่าใช้งานได้ “เกิน 30 ชั่วโมง” ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (สเปกชีตจาก GSMArena ระบุความจุราว 4,985mAh) รองรับชาร์จสาย 30W ผ่าน USB-C แบบ PPS และชาร์จไร้สาย Qi2.2 25W มีให้เลือก 4 สี คือ Frost, Obsidian, Hibiscus และ Pistachio ราคาเริ่มต้น 899 ดอลลาร์ (ราว 32,500 บาท) โดยรุ่นนี้ไม่มีฟีเจอร์ HiLight ที่เป็นจุดขายเฉพาะฝั่ง Pro

Pixel 11 Pro และ Pro XL: จอสว่างขึ้น ชิป Tensor G6 ประหยัดพลังงาน
Pixel 11 Pro จอ 6.3 นิ้ว และ Pro XL จอ 6.8 นิ้ว ใช้พาแนล Super Actua OLED แบบ LTPO รีเฟรช 1-120Hz ความสว่างสูงสุด 3,600 nits กระจกหน้าจอเป็น Gorilla Glass Victus 2 ทั้งคู่ใช้ชิป Tensor G6 ที่ Google เคลมว่าประหยัดพลังงานกว่า Tensor G5 ราว 20% เปิดเว็บเร็วขึ้น 25% เปิดแอปเร็วขึ้น 15% และถ่ายภาพโหมด Night Sight เร็วขึ้นสูงสุด 4.5 เท่า
RAM เริ่มต้นที่ 12GB มีตัวเลือกความจุสูงขึ้นไปถึง 16GB ให้เลือกความจุเก็บข้อมูล 256GB, 512GB และ 1TB กล้องหลังอัปเกรดเป็นเซ็นเซอร์ขนาด 1/1.3 นิ้วความละเอียด 50MP คู่กับอัลตราไวด์ 48MP ที่เพิ่มระบบโฟกัสอัตโนมัติ และเทเลโฟโต้ 48MP ซูมออปติคอล 5x (Pro Zoom AI ซูมได้สูงสุด 120x) กล้องหน้าความละเอียด 48MP ถ่าย 4K ได้ และตัวเครื่องถ่ายวิดีโอสูงสุด 8K ที่ 24/30fps
แบตเตอรี่ Pro อยู่ที่ราว 4,850mAh ชาร์จสาย 30W ส่วน Pro XL ราว 5,115mAh ชาร์จสาย 45W ทั้งคู่รองรับชาร์จไร้สาย Qi2 มีให้เลือก 4 สี คือ Canyon, Fog (เทา), Olive (เขียวเซจเมทัลลิก) และ Matte Obsidian ราคาเริ่มต้น Pro 1,099 ดอลลาร์ (ราว 39,700 บาท) และ Pro XL 1,299 ดอลลาร์ (ราว 46,900 บาท) ผู้ซื้อยังได้สิทธิ์ Google AI Pro ฟรี 6 เดือน ซึ่งลดลงจากเดิมที่เคยแถม 1 ปีเต็ม
ฟีเจอร์ฮาร์ดแวร์ใหม่ของรุ่น Pro คือ HiLight วงไฟ LED รอบแฟลชด้านหลังเครื่อง ใช้แจ้งเตือนสายเข้าหรือบอกสถานะการทำงานของ Gemini ทำงานร่วมกับโหมด Flip to Shhh ที่เพียงคว่ำเครื่องก็เข้าโหมดห้ามรบกวนได้ทันที

Pixel 11 Pro Fold: จุดขายคือ “ความทนทาน”
Fold รุ่นนี้มาพร้อมจอในขนาด 8 นิ้ว Super Actua Flex OLED และจอนอก 6.5 นิ้ว Super Actua OLED ทั้งสองจอสว่างสูงสุด 3,600 nits เท่ากัน ใช้ชิป Tensor G6 พร้อม RAM 16GB ความจุเริ่มต้น 256GB (ราคา 1,899 ดอลลาร์) มีตัวเลือก 512GB และ 1TB
กล้องหลัง 48MP เซ็นเซอร์ 1/1.56 นิ้ว คู่กับอัลตราไวด์ 10.5MP ที่มีโหมด Macro Focus และเทเลโฟโต้ 10.8MP ซูมออปติคอล 5x (ซูมดิจิทัลสูงสุด 30x) กล้องหน้าด้านนอก 10MP ส่วนกล้องในจอพับ 10MP ถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 4K ที่ 24/30/60fps แบตเตอรี่ความจุ 4,806mAh เคลมใช้งานได้เกิน 24 ชั่วโมง ชาร์จสาย 30W ชาร์จได้ 50% ภายใน 30 นาที และชาร์จไร้สาย Qi2.2 25W
ตัวเครื่องหนา 10.1mm ตอนพับ หรือ 5mm ต่อฝั่ง น้ำหนัก 239 กรัม เบากว่า Pixel 10 Pro Fold ราว 10% และบางกว่าเดิม 1mm ได้มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 จุดขายหลักของรุ่นนี้คือความทนทาน Google เคลมว่าตัวเครื่องแข็งแรงขึ้น 3 เท่าจากรุ่นก่อน ฝาหลังเปลี่ยนมาใช้วัสดุ glass fiber composite ที่บอกว่า “แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะแตก” มาพร้อมบานพับดีไซน์ใหม่ จอนอกใช้วัสดุเซรามิก ส่วนกระจก ultra-thin บนจอพับก็หนาขึ้นและออกแบบรัศมีพับให้กว้างขึ้น มีให้เลือก 2 สี คือ Obsidian และ Olive (เฟรมซาติน)
ฟีเจอร์เด่นอื่นๆ ของ Fold คือ HiLight เช่นเดียวกับรุ่น Pro, ระบบ Sign-to-Text ใน Live Transcribe และ Gboard สำหรับแปลภาษามือเป็นข้อความ และ Made You Look ฟีเจอร์แอนิเมชันดึงความสนใจตอนถ่ายรูปเด็ก

Pixel Watch 5: เริ่มต้น 399 ดอลลาร์ พร้อมชุดฟีเจอร์สุขภาพ Health Guardian
Pixel Watch 5 มีให้เลือก 2 ขนาด 41mm ราคาเริ่มต้น 399 ดอลลาร์สำหรับรุ่น Wi-Fi และ 499 ดอลลาร์สำหรับรุ่น LTE ส่วน 45mm เริ่มที่ 429 ดอลลาร์ (Wi-Fi) และ 529 ดอลลาร์ (LTE) มีรายงานจาก droid-life ว่ามีรุ่นพิเศษร่วมกับสเตฟ เคอร์รี ราคาเริ่มต้น 579 ดอลลาร์ด้วย สีให้เลือกหลากหลายทั้ง Matte Black/Obsidian, Polished Silver/Fog, Satin Pyrite/Olive และ Champagne Gold/Canyon (เฉพาะขนาด 41mm)
ด้านสเปกใช้ชิป Snapdragon W5 Gen 2 “Accelerated” คู่กับ coprocessor Cortex-M55 ความจุเพิ่มเป็น 64GB มากกว่ารุ่นก่อนเท่าตัว หน้าจอ Actua 360 AMOLED แบบ LTPO ความสว่างสูงสุด 3,000 nits แบตเตอรี่ 332mAh สำหรับรุ่น 41mm และ 465mAh สำหรับรุ่น 45mm รันซอฟต์แวร์ Wear OS 7.0 พร้อม Gemini Intelligence
จุดขายหลักของรุ่นนี้คือชุดฟีเจอร์สุขภาพที่ Google เรียกว่า Health Guardian ครอบคลุมการจับรูปแบบความดันโลหิต ตรวจจับภาวะดื้ออินซูลิน ตรวจจับภาวะหายใจฉุกเฉิน ตรวจจับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (AFib) ระบบ Readiness Score แบบใหม่ การติดตามการนอน และ GPS ที่แม่นยำขึ้น

Pixel Tag: ของเซอร์ไพรส์ที่มาชน AirTag ตรงๆ
Pixel Tag คือแท็กติดตามของรุ่นแรกของ Google ทำงานร่วมกับระบบ Find Hub ราคา 29 ดอลลาร์ต่อชิ้น หรือซื้อแพ็ก 4 ชิ้นในราคา 99 ดอลลาร์ รองรับทั้ง Bluetooth และ UWB ทำให้ใช้ Precision Finding แสดงลูกศรชี้ทางหาของที่หายได้ พร้อมระบบ Left Behind alerts แจ้งเตือนเมื่อลืมของไว้
ดีไซน์เป็นทรงแคปซูล ขนาด 1.8 x 1.1 นิ้ว หนา 5.4mm ฝาหลังพลาสติกสี Fog ใช้ถ่าน CR2032 แบบเปลี่ยนได้เอง อายุการใช้งานกว่า 1 ปีต่อก้อน แม้เป็นสินค้าที่ประกาศพร้อมกลุ่ม Pixel 11 แต่ Pixel Tag จะวางขายช้ากว่าตัวอื่นทั้งหมด คือวันที่ 11 พฤศจิกายน 2026

อื่นๆ ที่ประกาศเสริม
Pixel Buds Pro 2 ได้สีใหม่ Olive เพิ่มเข้ามา พร้อมอัปเดตซอฟต์แวร์ที่จะตามมาในเดือนกันยายน เพิ่มระบบตัดเสียงรบกวนแบบไดนามิก ควบคุมเสียงด้วย Gemini และฟีเจอร์ sleep sync
ฝั่งซอฟต์แวร์ Google อัดฟีเจอร์ Gemini และ Android 17 มาหลายตัว ที่น่าสนใจคือ Gboard Rambler ช่วยตัดคำเยิ่นเย้อจากข้อความที่พิมพ์ด้วยเสียง, Magic Capture ที่วิเคราะห์ภาพราว 500 เฟรมเพื่อเลือกภาพ HDR+ ที่ดีที่สุดให้อัตโนมัติ, Camera Looks พรีเซ็ตโทนภาพแบบฟิล์ม, ระบบ Live Translate ที่ขยายไปใช้กับพอดแคสต์และวิดีโอพร้อมพากย์เสียงแปล, At a Glance ที่ฉลาดขึ้นด้วยการโชว์บัตรสะสมแต้มหรือแนะนำร้านตามตำแหน่ง และฟีเจอร์ Bubbles กับ App Handles ใหม่ใน Android 17
วันเปิด pre-order และวางขาย
โทรศัพท์ Pixel 11 ทั้ง 4 รุ่นและ Pixel Watch 5 เปิดให้พรีออร์เดอร์วันที่ 12 สิงหาคม 2026 ทันทีที่จบงาน และจะวางขายจริงวันที่ 20 สิงหาคม 2026 ส่วน Pixel Tag จะวางขายทีหลังในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2026
ที่มา
- 9to5Google – Everything announced at Made by Google 2026
- Engadget – Pixel 11 Pro and Pro XL are the toughest Pixel phones yet
- 9to5Google – Pixel 11 Pro Fold hands-on
- AndroidGuys – Pixel 11 series arrives with Tensor G6, camera upgrades and HiLight
- GSMArena – Google Pixel 11 full specifications
- droid-life – Pixel Watch 5 official at $399 with huge health upgrades
- Engadget – Pixel 11 Pro and Pro XL hands-on
- Engadget – Pixel 11 has 30-hour battery, slimmer camera bar
- 9to5Google – Pixel Tag $29 with UWB hands-on
- Google Blog – Pixel 11 Pro Fold (official)








