สมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวเกาะพะงัน ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดโครงการ "พะงัน-พำนัก | Low Season, High Energy" พาคนเมือง 5 อาชีพไปใช้ชีวิตบนเกาะพะงัน 6 คืน 7 วัน ในช่วงเดือนสิงหาคมซึ่งเป็นโลว์ซีซั่นของการท่องเที่ยว
ผู้เข้าร่วมทั้ง 5 คนมาจากสายอาชีพที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง คุณเยเมนส์ ผู้ช่วยผู้กำกับภาพยนตร์และผู้เขียนบท คุณแมว สถาปนิกและครูสอนศิลปะ คุณเกณฑ์ สาวแบงก์และครูสอนโยคะ คุณออม นักกิจกรรมจากโรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ และคุณเจี๊ยบ นักเขียนบทความและบรรณาธิการฟรีแลนซ์ ทั้งหมดถูกจับมารวมกันเพื่อสำรวจว่าเกาะพะงันนอกช่วงฟูลมูนปาร์ตี้มีอะไรให้ทำบ้าง

เกาะที่รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาส 14 ครั้ง
เกาะพะงันเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะบ้านของฟูลมูนปาร์ตี้ที่หาดริ้น ซึ่งจริง ๆ แล้วมีจุดเริ่มต้นมาจากปาร์ตี้เล็ก ๆ ในรีสอร์ตแห่งหนึ่งที่จัดเลี้ยงส่งเพื่อนชาวต่างชาติกลับบ้าน ก่อนจะขยายกลายเป็นงานปาร์ตี้ระดับโลกอย่างทุกวันนี้ แต่นอกเหนือจากภาพจำนั้น เกาะพะงันมีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ลึกกว่านั้นมาก
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จประพาสเกาะพะงันถึง 14 ครั้ง เพื่อจอดเรือแวะเติมน้ำจืดที่น้ำตกธารเสด็จ และทรงลงพระปรมาภิไธยไว้บนโขดหินที่นั่น มีบันทึกไว้ใน "พระราชหัตถเลขาประพาสแหลมมลายู" ตอนหนึ่งว่า "ฉันชอบใจลำธารที่อ่าวเสด็จ จึงให้กลับมาทอดที่นั้นขึ้นไปอาบน้ำอีกวันหนึ่ง" ชื่อน้ำตกธารเสด็จก็มาจากเหตุการณ์นี้เอง
ปัจจุบันเกาะพะงันยังมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมแบบร่วมสมัย คาเฟ่ริมทะเลสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนตั้งเรียงรายอยู่ท่ามกลางอาคารไม้สองชั้นเก่าที่เป็นย่านการค้าดั้งเดิมของเกาะ
บวชต้นไม้ที่น้ำตกธารเสด็จ
หลังจากปล่อยให้ผู้เข้าร่วมได้ใช้เวลาส่วนตัวสำรวจเกาะกันเองในช่วงแรก โปรแกรมร่วมของกลุ่มเริ่มต้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกธารเสด็จ กิจกรรมหลักคือการบวชต้นไม้ ห่มผ้าเหลืองรอบต้นไม้ใหญ่เพื่อเป็นสัญลักษณ์การอนุรักษ์ป่า โดยมีเจ้าหน้าที่อุทยานพาเดินชมเส้นทางน้ำตกและพับพลาที่ประทับของรัชกาลที่ 5 ไปพร้อมกัน

เพลงกาพย์เห่เรือจากผู้ใหญ่ชุมชนโฉลกหลำ
จากน้ำตก กลุ่มเดินทางต่อไปยังชุมชนโฉลกหลำ เพื่อฟังผู้ใหญ่ตัวแทนชุมชนขับร้องเพลงกาพย์เห่เรือ พร้อมชมเรือไม้เก่าลำใหญ่ที่ท่านเจ้าอาวาสวัดโฉลกหลำนำมาจากเกาะสมุย เป็นช่วงเวลาที่ผู้เข้าร่วมได้เห็นว่าเกาะพะงันยังมีมรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ส่งต่อกันมาในชุมชนเล็ก ๆ

ดำน้ำอ่าวทองหลาง และสวนทุเรียนออร์แกนิก
อีกวันหนึ่งของโปรแกรม กลุ่มลงเรือหางยาวไปดำน้ำที่หน้าอ่าวทองหลาง น้ำทะเลใสจนคนที่ปกติไม่ชอบดำน้ำยังอดใจไม่ไหวต้องกระโดดลงไปแหวกว่ายดูปลา ก่อนจะแวะสวนผลไม้ออร์แกนิกในพื้นที่เพื่อชมและชิมทุเรียน ซึ่งเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของเกาะพะงันจากดินที่อุดมสมบูรณ์
ระหว่างทาง ผู้เข้าร่วมแต่ละคนได้พบปะผู้คนบนเกาะในจังหวะของตัวเอง คุณเยเมนส์และคุณแมวเลือกขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวรอบเกาะอย่างอิสระ ส่วนคุณเกณฑ์เดินสำรวจสถานที่ใหม่ ๆ ตามจังหวะเวลเนสของตัวเอง คุณออมได้รับคำชวนจากชาวเกาะให้ไปเที่ยวในจุดที่ไม่ได้อยู่ในโปรแกรม และคุณเจี๊ยบซึ่งหลงใหลบ้านไม้เก่าได้พบเพื่อนใหม่ที่ร้านขนมจีนก๋วยเตี๋ยวระหว่างเจ้าของรีสอร์ตพาไปชมอาคารไม้เก่าของเกาะ
ปิดโปรแกรมด้วยงาน Feel All the Feelings @Phangan
วันสุดท้ายของโครงการปิดท้ายด้วยงาน "Feel All the Feelings @Phangan: ชาร์จพลังชีวิต" ที่ลานเรือรบหลวง 713 อ่าวท้องศาลา เป็นงานยามเย็นริมทะเลที่ผสมผสานระหว่างกิจกรรมเก่าและใหม่ ไฮไลต์คือพิธีลอยเคราะห์แบบชาวเรือเกาะพะงัน และวัฒนธรรมกินห่อร่วมกัน ก่อนทุกคนจะแยกย้ายกลับ

โครงการนี้เกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือของผู้สนับสนุนหลายฝ่าย ทั้งพะงัน เบย์ชอร์ รีสอร์ท, วันเดอร์แลนด์ ฮีลลิ่ง เซ็นเตอร์, อมากิ ฮิดเด้น วัลเลย์, ปานวิมาน รีสอร์ท พะงัน, วารีวาน่า รีสอร์ท เกาะพะงัน เดอะ เซ็นทารา คอลเลกชัน, บางกอก แอร์เวย์ส และลมพระยา ไฮสปีด เฟอร์รี่ส์
7 วันของโปรแกรมยังไม่ครอบคลุมทุกมุมของเกาะพะงัน ยังมีจุดชมวิว น้ำตก และเมนูอาหารท้องถิ่นอีกจำนวนมากที่ผู้เข้าร่วมยังไม่ได้ไปสัมผัส สิ่งที่โครงการ "พะงัน-พำนัก | Low Season, High Energy" แสดงให้เห็นคือช่วงโลว์ซีซั่นของเกาะพะงันมีธรรมชาติ วัฒนธรรม และผู้คนให้ค้นพบไม่น้อยไปกว่าช่วงไฮซีซั่นที่คนคุ้นเคยกันดี








