วันที่ 1 กันยายน 2026 Apple มี CEO คนใหม่อย่างเป็นทางการ เขาชื่อ John Ternus วิศวกรเครื่องกลวัย 51 ปีที่ทำงานให้ Apple มาแล้ว 25 ปีเต็ม เข้ามารับไม้ต่อจาก Tim Cook ที่นั่งเก้าอี้ CEO มา 15 ปี แล้วขยับไปเป็น Executive Chairman แทน
ก่อนวันนั้น ชื่อของ Ternus แทบไม่เคยอยู่ในความสนใจของคนนอกวงการ เขาไม่มีโพสต์บน LinkedIn แม้แต่โพสต์เดียวตลอด 25 ปีที่ทำงานมา ไม่ให้สัมภาษณ์เรื่องส่วนตัว และใช้ชีวิตเงียบๆ อยู่หลังเวทีคีย์โน้ตของ Apple มานานกว่าทศวรรษ กว่าจะกลายเป็นคนที่คุมสายผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้ราว 80% ของบริษัทมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์แห่งนี้ เขาผ่านเส้นทางที่ไม่มีทางลัดสักขั้นเดียว
นักว่ายน้ำที่เกือบพังเครื่องจักรของมหาวิทยาลัย

ก่อนจะเป็นวิศวกรของ Apple, John Ternus เป็นนักว่ายน้ำทีมวาร์ซิตี้ของ University of Pennsylvania ปีเฟรชแมนเขาคว้าอันดับ 1 ทั้งรายการ 50 เมตรฟรีสไตล์และ 200 เมตรผสมบุคคล (individual medley) และอยู่ในทีมมานานพอจะได้สถานะ "all-time letter winner" ของทีมว่ายน้ำ Penn
นอกสระว่ายน้ำ เขาเรียนวิศวกรรมเครื่องกลและกลศาสตร์ประยุกต์ ว่ากันว่ามีวิชาโทจิตวิทยาด้วย เพื่อนร่วมห้อง Paul Feehery เล่าถึงเขาว่า "He was always just a very low-key guy. He’s very driven academically, very deliberate, and never made rash decisions" (เขาเป็นคนเก็บตัวเงียบๆ ตลอด ตั้งใจเรียนมาก คิดรอบคอบ และไม่เคยตัดสินใจแบบหุนหันพลันแล่น)
แต่มีอยู่ปีหนึ่งที่ Ternus เกือบทำลายความ "deliberate" ของตัวเองทิ้ง ปีสุดท้ายที่ Penn เขาเกือบทำเครื่อง CNC milling เครื่องแรกและเครื่องเดียวของแคมปัสพังระหว่างใช้งาน จนเพื่อนตั้งฉายาให้เขาว่า "Crash" ไปตลอดทั้งปี เขาเล่าเรื่องนี้เองในสุนทรพจน์รับปริญญาของ Penn Engineering ปี 2024 เวลาว่างนอกห้องแล็บ เขาเล่นอัลติเมทฟริสบี้เพื่อความสนุก และมีความสนใจในเพลงของ Frank Sinatra ร่วมกับโค้ชทีมว่ายน้ำของเขา Katharine Gilbert
โปรเจกต์จบที่เปลี่ยนชีวิตคนพิการ
โปรเจกต์จบการศึกษาของเขาไม่ใช่ของเล่นในห้องแล็บทั่วไป Ternus ทำงานร่วมกับ Paul Feehery เพื่อนร่วมทีม และ Venkat Krovi นักศึกษาปริญญาโท พัฒนาแขนกลป้อนอาหารที่ควบคุมด้วยการขยับศีรษะ สำหรับผู้ป่วยอัมพาตทั้งตัว (quadriplegia) ตั้งชื่อโปรเจกต์ว่า H.A.N.D. Feeder (Head Actuated Nutritional Device Feeder) ผลงานชิ้นนี้ได้รับรางวัล Procter & Gamble Best Paper Award จากงานประชุมวิชาการด้านหุ่นยนต์
ปี 1997 ปีที่ Ternus เรียนจบจาก Penn เป็นปีเดียวกับที่ Elon Musk เรียนจบมหาวิทยาลัยเดียวกันนี้พอดี ทั้งสองคนไม่ได้เรียนคณะเดียวกัน Musk จบเศรษฐศาสตร์และฟิสิกส์ ส่วน Ternus จบวิศวกรรมเครื่องกล และไม่มีหลักฐานว่าทั้งคู่เคยพบกันในรั้วมหาวิทยาลัย แต่ก็เป็นเกร็ดที่นักศึกษา Penn ชอบพูดถึงกันในภายหลัง
สี่ปีในโลกเสมือนจริงก่อนเข้า Apple
หลังเรียนจบ Ternus ไม่ได้เดินตรงเข้า Apple ทันที เขาทำงานเป็นวิศวกรเครื่องกลที่ Virtual Research Systems บริษัทพัฒนาจอแสดงผลติดหัว (head-mounted display) สำหรับเทคโนโลยี VR อยู่ราว 4 ปี ก่อนจะเปลี่ยนเส้นทางเข้าสู่ Apple ในปี 2001
เรื่องนี้กลายเป็นเกร็ดที่คนพูดถึงกันมากขึ้นหลังเขาขึ้นเป็น CEO เพราะกว่า 20 ปีต่อมา คนที่เคยทำงานกับจอ head-mounted display มาก่อน กลับกลายเป็นผู้บริหารที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนา Apple Vision Pro หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่เขาภูมิใจที่สุด

คืนที่นั่งนับร่องสกรูจนดึกดื่น
งานแรกของ Ternus ที่ Apple คือการเป็นสมาชิกทีมออกแบบผลิตภัณฑ์ (product design team) ที่รับผิดชอบ Apple Cinema Display ในปี 2001 ไม่มีอะไรหรูหราเลยในช่วงเริ่มต้น
ในสุนทรพจน์รับปริญญา Penn Engineering ปี 2024 เขาเล่าเรื่องที่กลายเป็นตำนานเล็กๆ ของตัวเอง คืนหนึ่งเขาต้องไปนั่งอยู่ที่โรงงานซัพพลายเออร์หลังเที่ยงคืน เพื่อนับร่องเกลียวสกรูทีละตัว เพราะซัพพลายเออร์ส่งชิ้นส่วนผิดสเปกมาให้ สกรูที่ควรมี 25 ร่อง กลับมี 35 ร่อง เขาเล่าว่าตอนนั้นถามตัวเองว่า "What the hell am I doing? Is this normal?" (ผมกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย นี่มันปกติหรือเปล่า) แล้วใช้เรื่องนี้สอนบัณฑิตใหม่ว่า "The care that you put into your work really matters" (ความใส่ใจที่คุณใส่ลงไปในงาน สำคัญจริงๆ)
เรื่องเล็กๆ นี้กลายเป็นภาพสะท้อนตัวตนของเขาตลอดเส้นทางที่เหลือ วิศวกรที่ยอมนั่งนับร่องสกรูด้วยตัวเอง คือคนเดียวกับที่วันหนึ่งจะขึ้นเป็น CEO ของบริษัทที่มูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์
25 ปีที่ไม่มีทางลัด

เส้นทางของ Ternus ใน Apple ไม่ใช่เรื่องราวของดาวรุ่งที่ถูกดันขึ้นเร็ว แต่เป็นการไต่บันไดทีละขั้นอย่างอดทน
- 2001: เข้าร่วมทีมออกแบบผลิตภัณฑ์ งานแรกคือ Apple Cinema Display
- ราวปี 2004: ขึ้นเป็นผู้จัดการภายใน 3 ปีแรก
- 2005: คุมทีมวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ของ iMac ตระกูล G5
- 2013: ขึ้นเป็น VP ฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ ภายใต้ Dan Riccio ดูแล AirPods, Mac, iPad
- 2020: รับผิดชอบฮาร์ดแวร์ iPhone เพิ่มเข้ามา
- 2021: เลื่อนเป็น SVP ฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ แทนที่ Riccio เข้าทีมผู้บริหารระดับสูง รายงานตรงต่อ Tim Cook
- ปลาย 2022: รับผิดชอบ Apple Watch เพิ่มอีกหนึ่งสาย
- 2025: ทีมหุ่นยนต์ (robotics) ถูกโอนมาอยู่ในสายงานของเขา หลังการปรับโครงสร้าง Apple Intelligence
- มกราคม 2026: ขึ้นเป็น executive sponsor ของทีมออกแบบผลิตภัณฑ์ (design teams)
กว่าจะได้เป็น VP ใช้เวลา 12 ปีเต็มนับจากวันแรก และอีก 8 ปีกว่าจะขยับขึ้นเป็น SVP นี่ไม่ใช่เส้นทางของคนที่ถูกวางตัวมาแต่ต้น แต่เป็นเส้นทางของคนที่สะสมความน่าเชื่อถือทีละขั้นจนกลายเป็นคนที่คุมฮาร์ดแวร์ทั้งหมดของ Apple ตั้งแต่ iPhone, Mac, iPad, Apple Watch, AirPods ไปจนถึง Vision Pro
ลายมือที่ฝากไว้ในผลิตภัณฑ์

ตลอดเส้นทาง 25 ปี Ternus ไม่ได้เป็นแค่ผู้จัดการที่คุมสายงาน แต่มีลายมือชัดเจนอยู่ในหลายผลิตภัณฑ์สำคัญของ Apple
เขาเป็นคนที่ล็อบบี้ Craig Federighi หัวหน้าฝ่ายซอฟต์แวร์ ให้แยกระบบปฏิบัติการ iPadOS ออกจาก iOS โดยตรง เพราะมองว่าการใช้ซอฟต์แวร์แบบเดียวกับโทรศัพท์เป็นการเสียศักยภาพของฮาร์ดแวร์ iPad ไปโดยเปล่าประโยชน์ เขายังเป็นบุคคลสำคัญในการเปิดตัวการเปลี่ยนผ่านชิป Apple Silicon สำหรับ Mac เมื่อปี 2020 ที่พลิกโฉมประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์ Apple ทั้งตระกูล
เขามีบทบาทสำคัญในการพัฒนา Apple Vision Pro ด้วยเช่นกัน และเมื่อให้สัมภาษณ์ในฐานะว่าที่ CEO เขาพูดถึงผลิตภัณฑ์ตัวนี้ว่า "The Vision Pro is an extraordinary product. People are continuing to find exciting new use cases for it" (Vision Pro เป็นผลิตภัณฑ์ที่พิเศษมาก ผู้คนยังคงค้นพบวิธีใช้งานใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นอยู่เรื่อยๆ) เขามองว่า spatial computing ยังอยู่ใน "early innings" หรือช่วงต้นของเกม โดยเฉพาะการเติบโตในภาคองค์กรและการแพทย์
ผลิตภัณฑ์ล่าสุดที่ถือเป็นลายเซ็นชัดเจนที่สุดของยุคเขาคือ iPhone Air ไอโฟนที่บางที่สุดเท่าที่ Apple เคยทำมา หนา 5.6 มิลลิเมตร ใช้ไทเทเนียม Grade 5 พร้อมดีไซน์ "plateau" แบบใหม่ นอกจากนี้เขายังอยู่เบื้องหลังยุค LiDAR ใน iPhone Pro, AirPods ทุกรุ่น และ iPhone 12 ไม่ใช่ทุกอย่างที่เขาคุมจะราบรื่นเสมอไป ยุค Touch Bar และ Butterfly Keyboard ใน MacBook Pro ก็อยู่ในความรับผิดชอบของเขาเช่นกัน และ Butterfly Keyboard กลายเป็นความล้มเหลวที่นำไปสู่คดีฟ้องร้องแบบกลุ่ม (class-action) ในเวลาต่อมา
เมื่อ Jeff Williams ถอย และ Ternus กลายเป็นตัวเต็ง

ก่อนจะได้รับการประกาศเป็นทางการ ชื่อของ Ternus เริ่มถูกพูดถึงในฐานะ "heir apparent" หรือทายาทโดยธรรมชาติของ Cook มาสักระยะหนึ่งแล้ว Bloomberg เผยแพร่วิดีโอชื่อ "John Ternus Emerges as Tim Cook’s Possible Successor" ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2026 ก่อนการประกาศจริงราวหนึ่งเดือน
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นตั้งแต่กรกฎาคม 2025 เมื่อ Jeff Williams ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ที่เคยถูกมองเป็นทายาทธรรมชาติของ Cook มาก่อน ลดบทบาทด้านปฏิบัติการลง ทำให้ Ternus กลายเป็นตัวเต็งที่ชัดเจนที่สุดในบริษัท มีรายงานจาก Financial Times ผ่านการรายงานต่อของสื่ออื่นด้วยว่า Apple เร่งกระบวนการวางแผนสืบทอดตำแหน่งขึ้นในช่วงปลายปี 2025 โดยมอง Ternus เป็นตัวเก็ง
แต่เส้นทางของเขาไม่ได้ราบรื่นไร้แรงเสียดทาน มีรายงานว่าบางส่วนในทีมออกแบบผลิตภัณฑ์ (Industrial Design) เคยสนับสนุน Tang Tan เป็นทางเลือกอื่นสำหรับตำแหน่งนี้ และ Ternus เองก็มีความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับทีมออกแบบบางส่วนจากแนวทางที่เน้นลดต้นทุนของเขา
คำแนะนำที่ส่งต่อจาก Steve Jobs

หนึ่งในเรื่องราวที่คนพูดถึงมากที่สุดหลังการประกาศ คือคำแนะนำที่ Steve Jobs เคยให้ Tim Cook ไว้ตอนที่ Cook ขึ้นเป็น CEO เมื่อปี 2011 Jobs เคยเห็นบทเรียนจากดิสนีย์ที่บริษัทเป็นอัมพาตไปพักหนึ่ง เพราะพนักงานคอยถามตัวเองตลอดเวลาว่า "Walt Disney จะทำยังไงในสถานการณ์นี้" แทนที่จะตัดสินใจด้วยตัวเอง คำแนะนำของ Jobs จึงเป็น "Never ask what I would do, just do the right thing" (อย่าถามว่าผมจะทำยังไง แค่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง)
Cook ส่งต่อคำแนะนำเดียวกันนี้ให้ Ternus พร้อมเสริมด้วยตัวเองว่า "Be yourself, keep a firm North Star on the values of the company" (จงเป็นตัวเอง และยึดค่านิยมของบริษัทไว้เป็นเข็มทิศที่มั่นคง)
Ternus เองเคยพูดว่ารู้สึกโชคดีที่เคยทำงานภายใต้ Steve Jobs ในช่วงต้นอาชีพ และมอง Cook เป็นเมนเทอร์ของเขาตลอดมา กระบวนการเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งของ Apple ครั้งนี้ถูกอธิบายว่าเป็น "thoughtful, long-term succession planning process" ที่บอร์ดบริหารอนุมัติเป็นเอกฉันท์
1 กันยายน 2026 วันที่ไม้ต่อเปลี่ยนมือ
Apple ประกาศการเปลี่ยนผ่านผู้นำอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2026 บอร์ดบริหารมีมติเป็นเอกฉันท์แต่งตั้ง Ternus เป็นทั้ง CEO และกรรมการบอร์ด มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2026 ส่วน Cook ขยับไปนั่งตำแหน่ง Executive Chairman หลังทำงานเป็น CEO มาตั้งแต่ปี 2011 รวม 15 ปี Arthur Levinson ที่เคยเป็นประธานบอร์ดแบบไม่ใช่ผู้บริหาร ก็ขยับไปเป็น lead independent director แทน

ในคำแถลงทางการ Cook พูดถึง Ternus ว่า "John Ternus has the mind of an engineer, the soul of an innovator, and the heart to lead with integrity and with honor… he is without question the right person to lead Apple into the future" (จอห์นมีสมองของวิศวกร จิตวิญญาณของนักคิดค้น และหัวใจที่นำด้วยความซื่อสัตย์และเกียรติยศ เขาคือคนที่เหมาะสมที่สุดในการนำ Apple สู่อนาคตอย่างไม่ต้องสงสัย) ส่วน Ternus ตอบรับตำแหน่งด้วยคำพูดว่า "I am profoundly grateful for this opportunity to carry Apple’s mission forward" (ผมรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่งกับโอกาสนี้ที่จะสานต่อพันธกิจของ Apple) และสัญญาว่าจะนำองค์กรด้วยค่านิยมและวิสัยทัศน์ที่เป็นตัวกำหนดความพิเศษของบริษัทนี้มาตลอด
ในเมโมอำลาพนักงานวันสุดท้ายของ Cook เมื่อ 31 สิงหาคม 2026 เขาชม Ternus ว่า "Few people understand what it takes to build products that change the world the way John does" (มีคนไม่กี่คนที่เข้าใจว่าการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เปลี่ยนโลกต้องทำยังไง เหมือนที่จอห์นเข้าใจ) พร้อมยกตัวอย่างผลงานล่าสุดอย่าง iPhone Air, MacBook Neo และ AirPods สายสุขภาพ
ตลาดหุ้นตอบรับข่าวนี้แบบเรียบๆ วันประกาศ (20 เมษายน หลังตลาดปิด) หุ้น AAPL ปิดที่ 273.05 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9,850 บาท) วันถัดมาหุ้นร่วงลง 2.52% ปิดที่ 266.17 ดอลลาร์ (ราว 9,600 บาท) แต่ฟื้นตัวกลับมาในวันเดียวกันนั้นเอง เพิ่มขึ้น 7.00 ดอลลาร์ หรือ 2.63% ปิดที่ 273.17 ดอลลาร์ (ราว 9,850 บาท) เท่ากับกลับไปจุดเดิมก่อนประกาศ
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เรียกปฏิกิริยานี้ว่า "muted" หรือเรียบๆ ไม่ตื่นเต้น เพราะตลาดคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว Dan Ives จาก Wedbush มองว่าการเลือก Ternus เป็น "management-friendly" และเป็น "continuity candidate" Gene Munster มองว่า Ternus ไม่จำเป็นต้องเป็น "product visionary" แค่รักษาคุณภาพให้สม่ำเสมอ โจทย์เร่งด่วนที่สุดคือ "setting a pace around innovation and AI and trying to close the gap" และเปรียบตำแหน่งนี้เหมือนประธานาธิบดีของประเทศในแง่ขนาดและอิทธิพลของ Apple ส่วน Wamsi Mohan จาก Bank of America มองว่าพื้นฐานวิศวกรของ Ternus จะทำให้เขากล้าฟันธงเรื่องดีไซน์ผลิตภัณฑ์และ UI มากขึ้น และ Apple อาจลงทุน R&D และควบรวมกิจการมากขึ้นเพื่อไล่ตามคู่แข่งด้าน AI
โจทย์ที่รอเขาอยู่

โจทย์ใหญ่ที่สุดที่รอ Ternus อยู่ตรงหน้าไม่ใช่เรื่องฮาร์ดแวร์ที่เขาถนัด แต่คือ AI ทุกแหล่งวิเคราะห์เห็นตรงกันว่า Apple ตามหลัง OpenAI, Google และ Meta อยู่พอสมควรทั้งในแง่โมเดล AI และฮาร์ดแวร์แบบแว่น AI Siri ที่เคยเป็นผู้บุกเบิกตลาด voice assistant กลับล้าหลัง ChatGPT และ Claude ในปัจจุบัน
นอกจากนี้ยังมีแรงกดดันจากซัพพลายเชน โดยเฉพาะชิปหน่วยความจำที่ขาดแคลนจนกดดันมาร์จิ้น ทำให้ Apple ต้องขึ้นราคาสินค้าบางส่วนไปแล้ว สินค้าที่ออกมาช่วงหลังบางส่วนก็ถูกวิจารณ์ว่า "incremental" ไม่หวือหวาพอ รวมถึงโทรศัพท์พับได้ที่ Apple เพิ่งเข้าตลาดหลังคู่แข่งไปหลายปี
นักวิจารณ์บางส่วนมองว่าจุดอ่อนของ Ternus คือเขายังไม่เคยเปิดตัวหมวดหมู่สินค้าใหม่ทั้งหมดด้วยตัวเองมาก่อน ที่ผ่านมาเขาเก่งเรื่องพัฒนาต่อยอดสินค้าเดิมให้ดีขึ้นอย่างมีฝีมือ แต่ยังไม่มีโมเมนต์แบบสินค้าใหม่แกะกล่องที่เปลี่ยนตลาดทั้งหมด มีรายงานว่า Apple เตรียมจัดงานเปิดตัว iPhone ครั้งใหญ่ครั้งแรกภายใต้การนำของเขาในเดือนถัดจากที่เขารับตำแหน่งภายใต้ธีม "Surprise and shine" ซึ่งจะกลายเป็นบทพิสูจน์แรกในตำแหน่ง CEO ของเขา
ด้านสไตล์ผู้นำ Ternus ถูกอธิบายว่าเน้นความร่วมมือและใส่ใจรายละเอียด ต่างจาก Cook ที่เชี่ยวชาญเรื่องซัพพลายเชนและมีวินัยที่เข้มงวดซ่อนอยู่ใต้บุคลิกใจดี เพื่อนร่วมงานเก่าเล่าว่า Ternus ชอบเรียกคนอื่นว่า "dude" และนั่งทำงานปนกับพนักงานทั่วไป ไม่มีห้องทำงานส่วนตัวแยกต่างหาก
ชายที่ไม่มีโพสต์บน LinkedIn เลยสักโพสต์

แม้จะขึ้นเป็น CEO ของบริษัทมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์แล้ว Ternus ยังคงเป็นคนที่เก็บตัวเรื่องชีวิตส่วนตัวมาก ไม่มีข้อมูลสาธารณะยืนยันเรื่องคู่สมรสหรือบุตร Fortune เคยระบุว่าเขา "not well known outside of the Apple universe" และมี LinkedIn ที่ไม่มีโพสต์เลยสักโพสต์ ทั้งที่อยู่ Apple มาแล้ว 25 ปี
เวลาว่างของเขาไม่ต่างจากวัยหนุ่มที่ Penn มากนัก เขายังคงปั่นจักรยาน พาเพื่อนร่วมงานไปทริปแข่งรถแรลลี่ออฟโรดที่รัฐ Washington และแข่งรถ Porsche ที่สนาม Laguna Seca ในแคลิฟอร์เนีย เขาเองเคยยอมรับเปิดใจว่าช่วงแรกที่เข้า Apple เขารู้สึก "intimidated" และไม่แน่ใจว่าตัวเองสมควรอยู่ตรงนั้นหรือเปล่า ปรัชญาที่เขายึดถือมาตลอดคือ "always assume you’re as smart as anyone else in the room but never assume you know as much as they do" (ให้สมมติว่าคุณฉลาดพอๆ กับใครก็ตามในห้อง แต่อย่าสมมติว่าคุณรู้เท่าที่พวกเขารู้)
คนที่เคยนั่งนับร่องสกรูกลางดึกในโรงงานซัพพลายเออร์เมื่อ 25 ปีก่อน วันนี้กลายเป็นคนที่ต้องตัดสินใจเรื่องทิศทางของบริษัทที่มีมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ งานเปิดตัว iPhone ครั้งใหญ่ในเดือนถัดจากนี้จะเป็นบทพิสูจน์แรกที่ทั้งโลกจับตาดูว่า วิศวกรที่ไม่เคยอยู่ในสปอตไลต์คนนี้ จะพา Apple ไปในทิศทางไหนต่อ
ที่มา
- Apple Newsroom: Tim Cook to become Apple Executive Chairman, John Ternus to become Apple CEO
- Wikipedia: John Ternus
- Bloomberg: Apple’s New CEO John Ternus Takes Reins From Tim Cook, Focusing on AI
- Fortune: Meet John Ternus, the 51-year-old former swimming champ who will succeed Tim Cook as Apple CEO
- Fortune: Apple taps John Ternus as its next CEO, Tim Cook hands down the same advice Steve Jobs gave him
- Fortune: Apple’s new era, John Ternus and the AI competition
- AppleInsider: The person who could be Apple CEO, who is John Ternus?
- The Daily Pennsylvanian: Penn knew Apple’s next CEO long before the world did
- The Philadelphia Inquirer: Before he was Apple’s next CEO, John Ternus was a Penn swimmer who once nearly broke a campus machine
- 9to5Mac: John Ternus explains what he thinks of Apple Vision Pro





