Unitree G1+ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อัปเกรด 6 จุด คอขยับได้ แบตถอดสลับ ราคาเริ่มราว 9.5 หมื่นหยวน

Unitree เปิดตัว G1+ อย่างเป็นทางการ อัปเกรดคอ 2 DOF มอเตอร์แรงขึ้นแต่ร้อนน้อยลง กล้องคู่+LiDAR และแบต 9,000 mAh ถอดสลับได้ รุ่นมาตรฐานราว 95,000 หยวน

Unitree Robotics เปิดตัวหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ G1+ อย่างเป็นทางการ เป็นรุ่นอัปเกรดจาก G1 ที่โฟกัสสามแกนหลักพร้อมกัน ทั้งการเคลื่อนไหว การรับรู้และโต้ตอบ และประสบการณ์อัจฉริยะ รวม 6 จุดที่อัปเกรดในคราวเดียว โดยยังวางตำแหน่งราคาเข้าถึงได้ในกลุ่มฮิวแมนนอยด์ที่ซื้อใช้งานจริงได้

ราคาขายรุ่นมาตรฐานในจีนอยู่ที่ 95,000 หยวน (รวมภาษี ตามรายงานของ The Standard) สูงกว่ารุ่น G1 เดิมที่เริ่มราว 85,000 หยวน ส่วนหน้าเว็บทางการของ Unitree ระบุราคาโกลบอลของรุ่นมาตรฐานไว้ที่ US$15,000 (ยังไม่รวมภาษีและค่าจัดส่ง) ส่วนรุ่น G1+ EDU สำหรับงานวิจัยและพัฒนาขั้นสูงยังให้ติดต่อฝ่ายขาย

คอขยับได้ มองรอบตัวโดยไม่ต้องหมุนทั้งลำตัว

ไฮไลต์ที่เห็นชัดที่สุดคือคอแบบ 2 องศาอิสระ ก้มเงยได้ประมาณ −25° ถึง +36° และหมุนซ้ายขวาได้ประมาณ ±110° ทำให้หุ่นมองไปด้านข้างหรือเงยหน้าได้โดยไม่ต้องบิดทั้งตัว เป็นก้าวที่ช่วยให้การเคลื่อนไหวดูเป็นธรรมชาติขึ้นในการสาธิตและงานโต้ตอบกับคน

คอ 2 องศาอิสระของ Unitree G1+
คอ 2 DOF ช่วยให้หันมองได้คล่องขึ้นโดยไม่ต้องหมุนทั้งลำตัว

มอเตอร์แรงขึ้น แต่ร้อนน้อยลงภายใต้แรงบิดเท่าเดิม

Unitree ปรับชุดมอเตอร์ทั้งตัว โดยเฉพาะไหล่และเอวที่แรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้นราว 110% แต่ภายใต้แรงบิดเท่าเดิม ความร้อนลดลงราว 72% มอเตอร์แขนได้แรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้นราว 43% และร้อนน้อยลงราว 30% ส่วนมอเตอร์ต้นขาลดความร้อนราว 28% ภายใต้แรงบิดเท่าเดิม จุดนี้สำคัญกับงานที่ต้องวิ่งต่อเนื่องหรือสาธิตยาว เพราะความร้อนสะสมมักเป็นคอขวดของฮิวแมนนอยด์หลายค่าย

มุมด้านข้าง Unitree G1+
โครงสร้างตัวเครื่อง G1+ น้ำหนักราว 35 กก. พร้อมแบต

มองเห็นกว้างขึ้น สัมผัสหัวได้ และคุยไกลได้ชัดขึ้น

ชุดการรับรู้ใช้กล้องสเตอริโอคู่ (เบสไลน์ 60 มม. ความละเอียดราว 2 ล้านพิกเซล มุมมองกว้างประมาณ H110° / V80°) คู่กับกล้องมุมกว้าง 1920×1080@30fps (มุมมองประมาณ H117°) พร้อมเรดาร์เลเซอร์ 3D และกล้องมุมกว้างบริเวณลำตัว เพื่อเสริมการรับรู้ความลึกและพื้นที่โดยรอบ

ที่หัวมีจุดสัมผัส 5 จุด แตะเบา ๆ เพื่อเริ่มบทสนทนาหรือปลดล็อกท่าทางได้ ส่วนไมค์เป็นอาร์เรย์ 6 ตัว (หน้า 4 หลัง 2) รองรับการหาทิศทางเสียง ลดเสียงรบกวน และตัดเสียงสะท้อน รวมถึงต่อไมค์ไร้สายได้ ลำโพงที่เอวเป็นคู่กำลัง 10W

เซ็นเซอร์และกล้องของ Unitree G1+
ชุดกล้องคู่ มุมกว้าง และเซ็นเซอร์รอบตัวตามสเปกทางการ

แบตถอดสลับได้ และเสียบไฟนอกต่อเนื่องสำหรับงานยาว

แบตเตอรี่เป็นลิเธียม 13 เซลล์ ความจุ 9,000 mAh แบบถอดสลับได้เร็ว ชาร์จเจอร์มาตรฐาน 54V / 5A ระยะเวลาใช้งานโดยประมาณราว 2 ชั่วโมง และมีพอร์ตจ่ายไฟภายนอกที่หลังเครื่อง (DC 54.6V / 5.7A) สำหรับงานวิจัยหรือโชว์ที่ต้องเปิดยาวโดยไม่พึ่งแบตอย่างเดียว เชื่อมต่อ Wi-Fi 6 และ Bluetooth 5.2 อัปเดตซอฟต์แวร์แบบ OTA ได้

สเปกหลักและรุ่น EDU

ตัวเครื่องยืนสูงประมาณ 1340 × 450 × 200 มม. พับได้ราว 690 × 450 × 300 มม. น้ำหนักรวมแบตประมาณ 35 กก. รุ่นมาตรฐานมีองศาอิสระข้อต่อมอเตอร์รวม 25 จุด (หัว 2, ขาข้างละ 6, เอว 1, แขนข้างละ 5) รับน้ำหนักแขนสูงสุดราว 3 กก. ส่วน G1+ EDU ขยายได้ถึงช่วง 25–45 องศาอิสระ เอวเลือก 3 DOF ได้ มือ dexterous 7 DOF พร้อมข้อมือเพิ่ม และรับน้ำหนักแขนราว 4 กก. รวมถึงเลือกโมดูลประมวลผลแรง ๆ เช่น Orin ได้ รองรับการพัฒนาต่อยอด ระยะประกันยาวขึ้นเป็น 18 เดือน (รุ่นมาตรฐาน 8 เดือน)

ถ้าติดตามกระแสฮิวแมนนอยด์สายจีนที่กำลังแข่งกันออกของจริง อ่านต่อได้ที่บทความ XPENG IRON เดินออกจากสายผลิตเอง ซึ่งโฟกัสอีกแนวทางคนละค่ายและคนละจุดขาย

แหล่งอ้างอิง