Snap Specs แว่น AR สแตนด์อโลนราคา 2,195 ดอลลาร์ ใกล้เปิดขาย

Snap Specs แว่น AR มีจอสองเลนส์ รันเองได้ไม่ผูกมือถือ ราคาประมาณ 2,195 ดอลลาร์ สื่อลองใช้แล้วเจอทั้งโดมิโนเสมือนและข้อจำกัดมุมมอง 51 องศา วางขายฤดูใบไม้ร่วงนี้

Snap ใกล้เปิดขายแว่น AR สำหรับผู้บริโภคตัวจริงในชื่อ Specs ราคาประมาณ 2,195 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.5 หมื่นบาท) โดย The Verge และ WIRED ได้ลองใช้ก่อนเปิดตัวช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ จุดขายคือแว่นคอมพิวเตอร์สแตนด์อโลนที่มีจอ AR ทั้งสองเลนส์ ไม่ต้องผูกกับมือถือหรือพักแบตภายนอก

Snap Specs ขณะสาธิตท่าทาง pinch
ภาพโดย Naohmi Monroe / The Verge

ฟอร์มใหญ่ เพราะเป็นคอมพิวเตอร์ทั้งเครื่อง

Specs มาในกรอบดำหนา มีสองขนาดเลนส์ 47 มม. และ 52 มม. ตัวเครื่องใหญ่กว่าแว่น Ray-Ban Meta ชัดเจน เพราะต้องใส่ชิ้นส่วนให้รันเองได้ทั้งหมด ผู้เขียน The Verge บอกว่าหนักกว่าแว่นปกติ แต่ยังไม่หนักแบบเฮดเซ็ต VR และเขย่าหัวแล้วไม่หลุดง่าย

จอ waveguide โชว์เมนู หน้าต่างแอป และเลนส์ (แอปของ Snap) ทับภาพจริง Snap เคลมสีได้ 16 ล้านสี แต่ยังไม่เปิดเผยความละเอียดเป๊ะๆ มุมมองประมาณ 51 องศา ซึ่งในการลองใช้จริงทำให้วัตถุดิจิทัลหลุดออกนอกกรอบบ่อยถ้าหันศีรษะเร็ว

คอนโทรลด้วยมือ และ AI ในตัว

อินเทอร์เฟซ AR ของ Snap Specs มุมมองผู้ใช้
ภาพโปรโมต Snap Specs

ระบบติดตามมือให้ pinch เพื่อย้ายหรือย่อหน้าต่าง ยกฝ่ามือขึ้นเพื่อเรียกเมนูแบบ Control Center และ Snap บอกว่าดีดนิ้วเพื่อถ่ายภาพในแอป Snapchat ได้ ในการสาธิตมีทั้งเล่นโดมิโนเสมือนร่วมกับคนอื่นบนโต๊ะจริง และเปิดวิดีโอ YouTube ส่วนตัวขณะคุยกับคนข้างๆ

ผู้ช่วยเสียงเรียกด้วย “Hey Specs” ยังตอบช้าและจับคำสั่งไม่นิ่งในการลองใช้สั้นๆ ของสื่อ แบตเคลมอยู่ได้ราว 4 ชั่วโมงต่อการใช้งานปกติ

ถ่ายรูปได้ และมีไฟเตือนชัด

Snap Specs ใกล้ๆ ขณะสัมผัสขาแว่น
ภาพโดย Naohmi Monroe / The Verge

เหมือนแว่น Meta รุ่นกล้อง Specs ก็ถ่ายภาพและวิดีโอได้ มีไฟสถานะความเป็นส่วนตัวอยู่กลางเฟรม ซึ่งสื่อมองว่าเด่นกว่ารุ่นของ Meta ที่ไฟอยู่ด้านข้าง แต่ในบริบทที่สังคมตั้งคำถามเรื่องแว่นแอบถ่าย ไฟกระพริบอย่างเดียวอาจยังไม่พอสร้างความมั่นใจ

จังหวะเปิดตัว

Snap พัฒนาแว่น AR มากว่าครึ่งทศวรรษ และเคยส่งรุ่นนักพัฒนาไปจำนวนจำกัด Specs คือรุ่นผู้บริโภครุ่นแรกที่บริษัทพร้อมขายจริงในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ ราคาสูงและฟอร์มยังสะดุดตา ทำให้สื่ออย่าง The Verge มองว่าเป็นบททดสอบสำคัญของตลาดแว่น AR ทั้งวงการ แม้ประสบการณ์ยังฝืดในหลายจุด

แหล่งอ้างอิง