Posted on Leave a comment

เทียบหมัดต่อหมัด HUAWEI Mate X ปะทะ Samsung Galaxy Fold มือถือจอพับจาก 2 ยักษ์ใหญ่

หน้าจอ

HUAWEI Mate X มาพร้อมจอ OLED พับได้จอเดียวขนาด 8 นิ้ว ความละเอียด 2480 x 2200 พิกเซล อัตราส่วน 8: 7.1 ไร้ขอบ ไร้รอยบากใดๆ บนจอ เมื่อพับจะกลายเป็นจอขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด 2480 x
1148 พิกเซล และ 6.38 นิ้ว ความละเอียด 2480 x 892 พิกเซล

Huawei-Mate-X-Design-Future-Mobile-Technology-2

ส่วน Samsung Galaxy มีทั้งหมด 2 จอ คือจอพับ Dynamic AMOLED ขนาด 6.6 นิ้วความละเอียด 2048 x 1536 พิกเซล อัตราส่วน 4.2: 3 มีติ่งหน้าจอมุมขวาบนสำหรับวางกล้อง และอีกหน้าจอคือหน้าจอด้านนอกที่เอาไว้ใช้งานเวลาพับจอ เป็นจอ Super AMOLED ขนาด 4.6 นิ้ว ความละเอียด HD+ อัตราส่วน 21:9

บานพับ

HUAWEI Mate X ใช้บานพับที่เรียกว่า Falcon wing ถูกออกแบบมาพิเศษเพื่อให้เวลากางแล้วทั้งสองด้านเป็นผิวเรียบตรง ลดการยืดที่ไม่จำเป็น ทำให้จอไม่หดเกินไปเวลาพับจอ และไม่เป็นสันเวลากางจอ และเวลาพับจอ จอทั้งสองฝั่งจะเรียบสนิท ไม่มีช่องว่างตรงกลาง เวลาพับหน้าจอจะอยู่ด้านนอทั้งสองด้าน ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเป็นรอย

0223-Huawei-Mate-X-Design-Light-and-Thin0

Samsung Galaxy Fold ใช้วิธีพับตรงกันข้ามกับ Huawei คือใช้การพับจอเข้าด้านใน ซึ่งช่วยปกป้องหน้าจอเวลาพับ แต่อย่างไรก็ตาม เวลาพับ ทั้งสองด้านจะไม่แนบสนิท และเป็นช่องให้ฝุ่นเข้าได้ กลไกการพับถูกทดสอบมาว่าสามารถพับได้นับแสนครั้งโดยไม่เสียหาย

Screenshot_37.jpg

กล้อง

HUAWEI Mate X มีกล้องเพียง 1 ชุด 3 กล้อง ประกอบด้วย

  1. 40 MP (Wide Angle Lens)
  2. 16 MP (Ultra Wide Angle Lens)
  3. 8 MP (Telephoto)

เนื่องจากเมื่อพับจอแล้วมีจอทั้งสองด้าน จึงสามารถใช้ได้ทั้งเป็นกล้องเซลฟีและกล้องหลังในชุดเดียวกัน

Screenshot_39

Samsung Galaxy Fold มาพร้อมกล้องถึง 3 ชุด 6 กล้อง ประกอบด้วย

กล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วย

  1. 12MP Telephoto Camera
  2. 12MP Wide-angle Camera Dual aperture
  3. 16MP Ultra Wide Camera

กล้องหน้า 1 ตัว ความละเอียด 10MP

กล้องหน้าจอพับ 2 ตัว ประกอบด้วย

  1. 10MP Selfie Camera
  2. 8MP RGB Depth Camera

ประสิทธิภาพ

Huawei Mate X มาพร้อมสเปกระดับเรือธงของตน ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Kirin 980 แรม 8GB พื้นที่ 512 GB และสามารถเพิ่มด้วย NM card อีก 256 GB

Screenshot_15

ด้านการเชื่อมต่อของ HUAWEI เรียกว่าไม่ธรรมดาเพราะมาพร้อมโมเด็ม Balong 5000 รองรับ 5G ความเร็วสูงสุด 4.6 Gbps รองรับ 2 ซิม 5G+4G

Screenshot_41

ทางด้าน Samsung Galaxy Fold ก็จัดเต็มสเปกระดับเรือธงเช่นกัน ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 855 แรม 12 GB พื้นที่ 512GB UFS3.0 ส่วนด้านการเชื่อมต่อไม่มีการยืนยันว่ารองรับ 5G หรือไม่ แต่ก็มีความเร็วในการดาวน์โหลดที่ 2.3 Gbps

Screenshot_42.jpg

แบตเตอรี่

HUAWEI Mate X มาพร้อมแบตที่แบ่งเป็นสองก้อน อยู่สองฝั่งของหน้าจอความจุ 4500mAh พร้อมระบบชาร์จเร็ว HUAWEI SuperCharge 55W ซึ่งเร็วที่สุดในโลก ณ ขณะนี้

Screenshot_40

Samsung Galaxy Fold มาพร้อมแบตเตอรี่สองก้อนวางสองฝั่งของหน้าจอเดียวกัน ความจุ 4380mAh นองรับการชาร์จเร็ว QC2.0 และ Adaptive Fast Charge และการชาร์จแบบไร้สาย

Screenshot_45

ฟีเจอร์เด่น

HUAWEI Mate X สามารถใช้งานแอปแบบพับจอและกลางจอได้แบบไม่มีสะดุด ไม่ต้องเปิดแอปใหม่ และฟีเจอร์ Mirror Shooting ที่แสดงภาพจากกล้องแบบ Real-time พร้อมกันจากจอทั้งสองด้าน ให้คนถูกถ่ายได้จัดท่า จัดผม จัดมุมตัวเองก่อนถ่ายได้เลย

Untitled-1.jpg

Samsung Galaxy Fold มาพร้อมกับการใช้งานระหว่างการพับจอและกางจอแบบไม่มีสะดุดเช่นกัน ำร้อมฟีเจอร์เด่นคือการ Multitask ได้สูงสุดถึง 3 แอป

Screenshot_38

ราคา

HUAWEI Mate X เปิดตัวมาพร้อมราคา 2,299 เหรียญ หรือประมาณ 82,000 บาท โดยจะวางจำหน่ายช่วงกลางปีนี้

Samsung Galaxy Fold เปิดตัวมาพร้อมราคา 1,980 เหรียญ หรือประมาณ 61,500 บาท จะเริ่มวางขายวันที่ 26 เมษายนนี้

Posted on Leave a comment

HUAWEI จัดโปรร้อนแรงต้อนรับ LAZADA 12.12 กับดีล ซื้อมือถือ แถมฟรี มือถืออีกเครื่อง

ข่าวดีสำหรับสาวกมือถือ HUAWEI เตรียมพบโปรโมชั่นสุดร้อนแรงในมหกรรมลดราคา LAZADA 12.12 
ที่ Authorized Store by N-Squared กับดีล ซื้อมือถือ แถมฟรี มือถืออีกเครื่องกันไปเลยจ้า นอกจากนี้ยังมีโปรเด็ดๆอีกเพียบ
Huawei Mate 20 Series
  • ซื้อ HUAWEI Mate 20x รับฟรี ของแถมพิเศษ รวมมูลค่า 5,060 บาท
  • ซื้อ HUAWEI Mate20 รับฟรี ของแถมพิเศษ รวมมูลค่า 2,670 บาท
  • ซื้อ HUAWEI Mate20 Pro รับฟรี ของแถมพิเศษ รวมมูลค่า 8,990 บาท
HUAWEI P20 Series
  • HUAWEI P20 ราคาพิเศษ เหลือ 15,900 บาท ใส่โค้ดลดเพิ่มอีก 500 บาท
  • HUAWEI P20 Pro ราคาพิเศษ เหลือ 21,500 บาท ใส่โค้ดลดเพิ่ม 500 บาท

HUAWEI Y9 2019

  • HUAWEI Y9 2019 รับฟรี ของแถมพิเศษ รวมมูลค่า 2,279  บาท
  • HUAWEI Y9 2019 แถม หม้อสุกี้ พร้อม BBQ 2,990 บาท + คูปอง Tesco แทนเงินสด 50 บาท
HUAWEI Y5 lite
  • HUAWEI Y5 lite แถมฟรี!! กระเป๋า Shoulder Bag USB 699 บาท
Posted on Leave a comment

สรุปข้อแตกต่างระหว่าง Huawei Mate 20 และ Huawei P20 Pro สองรุ่นนี้จะเลือกรุ่นไหนดี

คำถามยอดฮิตที่หลายคนถาม ระหว่าง Huawei Mate 20
เรือธงตัวล่างสุดช่วงปลายปีกับ Huawei P20 Pro
เรือธงตัวท๊อปรุ่นต้นปีที่ราคาใกล้เคียงกัน จะเลือกอะไรดี
เนื่องจากผมมีโอกาสได้ใช้ทั้งสองรุ่นนี้พร้อมกัน 1 อาทิตย์เต็มๆ
จะมาเล่าให้ฟัถึงจุดดีจุดด้อยของแต่ละรุ่นครับ

หน้าจอใหญ่เบิ้ม ควบคุมง่ายด้วย Gesture

หน้าจอของ Mate 20 มีความเหนือกว่าเรื่องความใหญ่ เต็มตากว่า
แถมมีติ่งหน้าจอเล็กกว่า ขอบจอก็บางกว่า
และไม่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาอยู่ด้านหน้าให้กินพื้นที่
มันเลยดูเต็มตาสะใจมาก แต่ด้วยความใหญ่ของหน้าจอ
การใช้งานมือเดียวออกจะยากนิดนึง
ตัวผมเองที่มือค่อนข้างใหญ่ยังไม่สามารถเอื้อมนิ้วโป้งไปแตะขอบจอด้านซ้ายได้
สร้างความลำบากให้การเล่นเกมบางเกมเหมือนกัน
แต่การใช้งานทั่วไปพอมีปุ่มนำทางแบบ Gesture
ก็ทำให้การควบคุมเครื่องสามารถทำได้ง่ายๆ
ง่ายระดับที่ผมชินจนพยายามไปสไลด์ขอบจอกับ P20 Pro อยู่บ่อยๆ

แต่สิ่งที่แพ้ P20 Pro คือชนิดจอที่ P20 Pro เป็นจอ OLED ในขณะที่ Mate 20
เป็น IPS LCD สีสัน ความเที่ยงตรงจึงสู้ไม่ได้
และเวลาปิดติ่งจะไม่เนียนเท่าของ P20 Pro แต่เมื่อออกกลางแดด จอของ Mate 20 สามารถสู้แดดได้ดีกว่า มองจอง่ายกว่าพอสมควร

เสียงดี มีรูหูฟัง

เรื่องเสียงเป็นสิ่งที่ผมไม่ได้เทสต์มากนัก ขึงไม่สามารถบอกอะไรได้เท่าไหร่
แต่ที่น่ๆ คือ Mate 20 มีช่องหูฟังด้วย ทำให้เสียบหูฟังมีสายง่ายกว่า
ต่อไมค์ภายนอกก็ง่าย มีวิทยุ FM ด้วย

ประสิทธิภาพทรงพลังด้วย Kirin 980

Kirin 980 ใน Mate 20 นั้นเหนือกว่า Kirin 970 ใน P20 Pro จริงๆ
เครื่องลื่นมาก ไร้อาการสะดุดไม่ว่าจะใช้งานอะไรก็ตาม
ตรงนี้เป็นสิ่งที่เหนือกว่ามากๆ

Dual GPS แม่นยำทุกโค้ง

Dual GPS ใน Mate 20 แม่นยำและรวดเร็วมาก ใช้เวลาในการจับตำแหน่งน้อยกว่าแบบรู้สึกได้

กล้องเซ็ตอัพใหม่ มาพร้อมกล้อง Ultrawide และ Super Macro

สำหรับถ่ายรูปในระดับลง Social Network ในเวลากลางวัน ผมชอบภาพที่ได้จาก Mate 20
มากกว่า ทั้งกล้องมุมกว้าง Ultra Wide
ที่ไม่มีอาการบิดบี้ยวของภาพที่ทำให้การถ่ายภาพวิวง่ายกว่าเดิม
หลากหลายกว่าเดิม ระยะโฟกัสที่ใกล้กว่าเดิมทำให้ถ่ายสิ่งของเล็กๆ
ได้ง่ายขึ้น แถมมี Super Macro ที่สามารถโฟกัสได้ในระยะแค่ 2 ซม. เท่านั้น
เอาไว้ถ่ายมาโครได้แบบที่หาบนกล้องมือถือตัวอื่นๆ ไม่ได้

อีกส่วนที่ชอบมากๆ คือ Bokeh ที่ทำได้หลากหลายแบบกว่า P20 Pro
ตรงนี้ทำให้การถ่ายรูปสนุกขึ้นเยอะ โดยเฉพาะ Swirling Bokeh
ที่แอดชอบเป็นการส่วนตัวมานาน

ด้านสีสันเองก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ซึ่งแอดชอบสีสันภาพของ Mate 20
มากกว่า P20 Pro แต่ตรงนี้ขอให้เป็นเรื่องของรสนิยมของแต่ละคนละกัน

แต่พอความมืดมาเยือน ต้องยอมรับว่า P20 Pro ทำได้ดีกว่าจริงๆ ภาพมี Noise
น้อยกว่าเยอะ แต่ภาพี่ได้จาก Mate 20 เองก็จัดอยู่ในเกณฑ์ดี ใช้งานได้
แถมใช้ Night Mode ได้ทุกเลนส์ด้วย

สำหรับการถ่ายแสงยากๆ เช่น การถ่ายย้อนแสง หลายคนกลัวว่า Mate 20
จะทำได้ไม่ดี เรื่องนี้ก็ไม่ต้องห่วง สามารถเก็บภาพได้สบายๆ
หรือภาพไหนที่สู้แสงไม่ไหวจริงๆ ก็สามารถแก้ได้ด้วยการใช้ Night Mode

สิ่งที่ P20 Pro ชนะคือการซูมที่สามารถซูมแบบไม่สูญเสียรายละเอียดได้ถึง 5 เท่า ในขณะที่ Mate 20 ซูมได้แค่ 2 เท่าเท่านั้น

วิดีโอที่เสริมพลังด้วย AI

วิดีโอเป็นสิ่งที่ Mate 20 ได้รับการอัปเกรดขึ้นมาอย่างมาก
ไม่ว่าจะเป็นกันสั่นที่นิ่งกว่าเดิม รวมถึงโหมดต่างๆ
ทั้งโหมดดูดสีและโหมดหน้าชัดหลังเบลอ เรียกว่าเหนือกว่าเห็นๆ เลย

ฝาหลังแบบใหม่ ไร้รอยนิ้วมือ

สำหรับ Huawei Mate 20 รุ่นที่ผมได้รับมาทดสอบเป็นรุ่นฝาหลังน้ำเงินลายแถบ จุดเด่นของาหลังแบบนี้คือรอยนิ้วมือไม่ติดเครื่องเลย ทำให้คนที่ชอบใช้เคสฝาหลังใสและเปลี่ยนเคสบ่อยๆ แบบผมไม่จำเป็นต้องระวังไม่ให้มือไปแตะโดนฝาหลังเวลาเปลี่ยนเคส

การกันน้ำที่แตกต่างกันพอสมควร

Huawei Mate 20 สามารถกันได้เพียงละอองน้ำหรือฝนเบาๆ เท่านั้น แต่ Huawei
P20 Pro สามารถกันน้ำได้ระดับ IP67 นำลงน้ำได้ลึก 1 เมตรเป็นเวลา 30 นาที
ซึ่งผมก็ไม่แนะนำให้นำลงน้ำเท่าไหร่
แต่ก็ช่วยให้เราสบายใจเวลาทำน้ำหกใส่มือถืออะไรแบบนี้

สรุป

Huawei Mate 20 มีการอัปเกรดให้เหนือกว่า Huawei P20 Pro ในหลายๆ ด้าน ทั้งการใช้ชิปเซ็ต Kirin 980 ที่ทั้งแรงกว่า เร็วกว่า ประหยัดพลังานมากกว่า กล้องที่ปรับปรุงทั้งด้านภาพนิ่งและวิดีโอ โดยเฉพาะความสามารถในารถ่ายภาพ Ultra wide ที่ไร้ความบิดเบี้ยวของภาพทำให้การสร้างสรรค์ภาพเป็นเรื่องที่สนุกกว่าเดิม

Posted on Leave a comment

รีวิว Huawei Y9 2019 มือถือแบตอึด จอใหญ่เต็มตา กล้องคู่หน้าหลัง ครบเครื่องทั้งดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ถ่ายรูป

สมาร์ทโฟน Huawei เป็นสมาร์ทโฟนที่เน้นคุ้มราคา สำหรับตระกูล Y9 ที่เน้นหน้าจอใหญ่ แบตอึด กล้องคู่หน้าหลังมาตลอด ซึ่ง Huawei Y9 รุ่นล่าสุดปี 2019 ก็ได้สืบทอดเจตนารมณ์นั้นต่อไป

ดีไซน์หน้าจอขอบบางเต็มตา

Huawei Y9 มาพร้อมดีไซน์ในแบบ Huawei ด้วยดีไซน์กระจกด้านหน้า ส่วนด้านหลังเป็นพลาสติกที่ทำเลียนแบบกระจกได้อย่างสวยงาม วางตัวอักษรที่ฝาหลังแบบแนวนอน ด้านหน้าดีไซน์ให้ใช้หน้าจอเต็มพื้นที่ด้านหน้ามากที่สุด ทำให้เวลาเปิดจอจะเป็นมือถือที่ดูเต็มตามาก

ด้านการปกป้องตัวเครื่องก็ไม่ต้องห่วง เพราะ Huawei ได้ติดฟิล์มกันรอยหน้าจอและแถมเคสซิลิโคนใสมาให้ในกล่องแล้ว สามารถปกป้องเครื่องได้ตั้งแต่แกะกล่องเลย

อีกส่วนที่หลายคนน่าจะชอบกันคือสล็อตซิม 2 กับ microSD แยกกัน สามารถใส่ซิม 2 และ microSD พร้อมกันได้

จุดที่น่าสังเกตคือ Huawei Y9 2019 ยังเลือกใช้ช่องชาร์จแบบ micro USB อยู่ ซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐานที่เก่าแล้ว แต่อาจจะเป็นข้อดีของหลายๆ คนที่ยังไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ที่มีอยู่

ดูหนังสะใจ ดู NetFlix HD ได้

Huawei Y9 2019 มาพร้อมหน้าจอ Huawei FullView Display ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ อัตราส่วนพื้นที่หน้าจอต่อพื้นที่ด้านหน้า 82.8% เต็มตามากๆ เป็นสิ่งที่ใครเห็นแล้วจะต้องประทับใจกับมันแน่นอน

ส่วนที่มักจะเป็นจุดอ่อนของมือถือจีนคือเรื่อง DRM ต่างๆ ที่มักจะรองรับไม่ครบครัน แต่ไม่ใช่กับ Huawei Y9 2019 ที่รองรับ Widevine DRM ระดับ L1 เลยทีเดียว ทำให้สามารถดูหนังใน NetFlix และแอปสตรีมมิ่งต่างๆ ด้วยความละเอียดระดับ HD ได้

ฟังเพลงเพราะ ฟีเจอร์ด้านเสียงครบครัน

สำหรับคนชอบฟังเพลงจะต้องรัก Huawei Y9 2019 ที่มาพร้อมลำโพงตัวเดียวที่ด้านล่าง เสียงที่ได้ค่อนข้างดังเลยทีเดียว สามารถเปิดฟังเพลงได้สบายๆ

สามารถเพิ่มความสนุกในการฟังเพลงไปอีกขั้นด้วยฟีเจอร์ Party Mode ที่สามารถเชื่อมต่อ Huawei Y9 2019 ของคุณเข้ากับมือถือ Huawei รุ่นอื่นๆ ที่รองรับแล้วเปิดเพลงพร้อมกันเพื่อให้เพลงดังกว่าเดิม หรือจะเอาไว้สร้างเอฟเฟ็กต์เสียงรอบทิศทางก็ได้

สำหรับคนที่ใช้หูฟังก็ไม่ต้องกังวล เพราะ Huawei Y9 2019 ยังมีช่องหูฟัง 3.5 มม. มาให้ ต่อหูฟังตัวโปรดของคุณได้สบายๆ และมีหูฟังแถมมาให้ในกล่องเรียบร้อย ไม่ต้องไปหาซื้อแยก

สำหรับสายฟังเพลงไร้สายก็ไม่ต้องกังวล เพราะมี Bluetooth Codec มาค่อนข้างครบครันทีเดียว รวมถึง Codec ยอดนิยมอย่าง AptX HD ที่ทำให้ฟังเพลงคุณภาพสูงผ่านหูฟังที่รองรับได้ หรือจะเป็น HWA ของ Huawei เองก็มี

มีจุดสังเกตคือ Huawei Y9 2019 รองรับ Wi-Fi 2.4 GHz เท่านั้น ทำให้สัญญาณ Wi-Fi อาจจะกวนกับสัญญาณ Bluetooth ได้

สายเกมก็ไหว แบต 4000 mAh อึดสะใจ

สำหรบสเปกเครื่อง Huawei Y9 2019 ใช้ชิปเซ็ต Kirin 710 ที่มีเทคโนโลยี GPU Turbo ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของ Huawei เอง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมให้ดีขึ้น แรม 4 GB ความจุ 64 GB เพิ่มด้วย microSD ได้ และยังทำงานร่วมกับแอป Game Suite ที่ช่วยเร่งประสิทธิภาพเครื่องและปิดการแจ้งเตือนต่างๆ ทำให้ Huawei Y9 2019 สามารถใช้เล่นเกมระดับทั่วไป ปรับกราฟิกกลางๆ ได้สบายๆ เฟรมเรทไม่มีตก แถมแบตเตอรี่ 4000 mAh ให้เล่นเกมได้หลายตาโดยไม่ต้องชาร์จไฟบ่อยๆ เครื่องไม่ร้อน ไม่มีสายระโยงระยาง

นอกจากนั้นยังให้เซ็นเซอร์ Gyroscope ที่หายากในมือถือระดับราคานี้ ทำให้สามารถดูวิดีโอ 360 องศา รวมถึงเกมต่างๆ ที่ต้องใช้การหมุนเตรื่อง เช่น เกมแข่งรถได้ด้วย

ถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอด้วยกล้องคู่ทั้งหน้าและหลัง มี AI ในตัว

มือถือ Huawei นั้นขึ้นชื่อเรื่องถ่ายรูปอยู่แล้ว โดยให้กล้องคู่มาทั้งหน้าและหลัง ทำให้ถ่ายโหมดหน้าชัดหลังเบลอหรือ Portrait ได้อย่างสวยงาม เบลอได้อย่างแม่นยำ

กล้องหลังมีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ทำงานร่วมกับกล้องวัดความลึก 2 ล้านพิกเซล มีระบบ AI ตรวจจับสิ่งที่จะถ่ายและปรับการตั้งค่ากล้องและแต่งภาพให้อัตโนมัติ

มีโหมด Pro ให้ปรับการตั้งค่ากล้องหลังเองแบบละเอียด

โหมด Document scan ถ่ายภาพเอกสารแล้วระบบจะจัดให้เหมือนภาพออกมาจากเครื่องสแกนเลย อ่านง่าย

โหมด Light painting ให้คุณลากไฟเป็นเส้นโดยไม่ต้องตั้งค่าให้ยุ่งยาก

แม้จะไม่ใช่รุ่นท็อป แต่ก็มาพร้อม Night mode ที่เป็นจุดเด่นของมือถือ Huawei ทำให้สามารถถ่ายรูปเปิดชัตเตอร์นานๆ ได้โดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้องได้

กล้องหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ทำงานร่วมกับกล้องวัดความลึก 2 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอได้ มีโหมด Perfect selfie ที่จะทำการจดจำใบหน้าเรา และแต่งหน้าให้เราอัตโนมัติ

หรือจะใส่เอฟเฟกต์ AR ถ่ายถาพสนุกๆ ก็ได้ ได้ทั้งเป็นภาพนิ่งและวิดีโอ เหมาะสำหรับใช้เป็นรูปโปรไฟล์ Socail Network มาก

ระบบความปลอดภัยทั้งสแกนลายนิ้วมือและสแกนหน้า

ด้านระบบความปลอดภัย รองรับการปลดล็อกหน้าจอทั้งสแกนใบหน้าและสแกนลายนิ้วมือจากเซ็นเซอร์ด้านหลังเครื่อง

ใช้ 4G ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม เล่นเน็ตระหว่างโทรได้

 หนึ่งในปัญฆามือถือ 2 ซิมคือการที่ทั้ง 2 ซิมรองรับเครือข่ายได้ไม่เท่ากัน แต่ Huawei Y9 รองรับ 4G พร้อมกันทั้ง 2 ซิมเลย ไม่ต้องกลัวขาดการเชื่อมต่อหรือกลัวเน็ตช้าแต่อย่างใด ที่สำคัญคือสามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตระหว่างโทรได้ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในจุดเด่นของมือถือ Huawei เลยทีเดียว

ของดีมีแจกใน Huawei App Gallery

นอกจาก Google Play Store แล้วก็ยังมี Huawei App Gallery
ที่รวบรวมแอพไว้ให้โหลด แต่สิ่งที่โดดเด่นกว่าสำหรับ Huawei App Gallery
ก็คือสิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้ Huawei ที่มีแอพดังหมุนเวียนมาแจกฟรี
หรือแม้แต่การแจกไอเท็มในเกม โดยเข้าไปในแอพและเลือกรับ Gift ได้

ฟีเจอร์เยอะ ลูกเล่นเพียบ

สำหรับ Huawei Y9 2019ขับเคลื่อนด้วย EMUI ที่เป็นรอมของทาง Huawei จึงมีคุณสมบัติและฟีเจอร์เด่นไม่ต่างกับรุ่นเรือธง

ไม่ว่าจะเป็น Gesture ต่างๆ อย่างเช่น ลากนิ้วผ่านเซ็นเซฮร์สแกนลายนิ้วมือเพื่อเลื่อนแถบแจ้งเตือนลงมา หรือลาก 3 นิ้วบนหน้าจอเพื่อจับภาพหน้าจอ คว่ำเครื่องเวลาสายเข้าเพื่อปิดเสียง ยกมือถือมาแนบหูเพื่อรับสาย ป้องกันกดารเผลอกดเครื่องเวลาเครื่องอยู่ในกระเป๋า เป็นต้น

อีกฟีเจอร์ที่หลายคนทำประจำคือการปิดเครื่องก่อนนอน สำหรับ Huawei Y9 2019 สามารถตั้งเวลาปิดและเปิดเครื่องก่อนนอนด้วย และตั้งเวลาเปิดปิดฟิลเตอร์ถนอมสายตาได้ด้วย

ฟีเจอร์ MirrorShare ให้คุณแชร์หน้าจอของคุณผ่านทาง Miracast ได้แบบไร้สาย

App twin, App lock, File safe
สำหรับผู้รักสุขภาพ Huawei Y9 จะนับก้าวการเดินและแสดงบนหน้าจอล็อกสกรีนให้ดูตลอดเวลาด้วย

ผ่านการทดสอบมาตรฐาน

ก่อนจะถึงมือผู้ใช้ Huawei ได้ทดสอบมาตรฐานของทั้งมือถือและอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งทดสอบกดปุ่ม นำไปใช้ในสภาวะอากาศต่างๆ ทอสอบชาร์จ ทดสอบเสียบหูฟัง ไม่ต้องกลัวซื้อไปใช้แล้วจะพังเร็ว

Huawei Y9 2019 ถือเป็นสมาร์ทโฟนที่ครบถ้วนในราคาประหยัดรุ่นหนึ่งในท้องตลาด ด้วยฟีเจอร์ที่พร้อมทั้งดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ถ่ายรูปในเครื่องเดียว และหน้าจอที่สะกดตาตั้งแต่แรกเห็น
Posted on Leave a comment

Huawei เปิดตัวโซลูชั่น Safe City Compact สร้างความปลอดภัยให้เมืองขนาดกลางและขนาดย่อม



Huawei เตรียมจัดงานประชุม Global Safe City Summit ขึ้นในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 30 – 31 สิงหาคม นี้ ภายใต้แนวคิด “Leading New ICT, The Road To Collaborative Public Safety” พร้อมเปิดตัวโซลูชั่นเมืองปลอดภัย Safe City Compact สำหรับเมืองขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อแก้ไขปัญหาด้านภัยคุกคามและปกป้องประชาชนให้ปลอดภัย และแชร์ประสบการณ์แนวทางที่ดีที่สุด โดยเฉพาะโซลูชั่นเมืองปลอดภัย C-C4ISR ของหัวเว่ยที่ช่วยสร้างความปลอดภัยสาธารณะอย่างกว้างขวางในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก อาทิ เคนยา เยอรมนี มอริเชียส และเซอร์เบีย

โซลูชั่น “Safe City Compact” ยกระดับความปลอดภัยให้เมืองขนาดกลางและขนาดย่อม

จากระดับการก่ออาชญากรรม การก่อการร้ายและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เพิ่มสูงขึ้น ปัญหาด้านความปลอดภัยได้กลายมาเป็นประเด็นสำคัญของเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงเมืองขนาดกลางและขนาดย่อม การปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจึงหมายรวมถึงการเสริมสร้างระบบเมืองปลอดภัยให้พร้อมรับมือกับความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น เมื่อต้องเผชิญกับปัญหาความท้าทายในด้านความปลอดภัยหลาย ๆ อย่างเช่นเดียวกับเมืองใหญ่ในปัจจุบัน เมืองขนาดเล็กและขนาดกลางจึงต้องพยายามเพิ่มความมั่นคงและปลอดภัยให้มากขึ้นด้วยทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด

เพื่อรับมือกับปัญหาเหล่านี้ หัวเว่ยจึงได้พัฒนาโซลูชั่น Safe City Compact ขึ้นเพื่อช่วยเมืองต่างๆ ที่มีประชากรตั้งแต่ 100,000 ถึง 500,000 คน ให้สามารถสร้างระบบแวดล้อมที่มีความปลอดภัยได้อย่างรวดเร็ว และก้าวทันภัยคุกคามที่กำลังเพิ่มขึ้น โซลูชั่นอัจฉริยะขนาดกะทัดรัดและผสานการใช้งานที่ลงตัวนี้ใช้สถาปัตยกรรมแบบคลาวด์ มีคุณสมบัติหลัก ๆ ที่เสริมสร้างเมืองปลอดภัยหลายประการด้วยกัน อาทิ การสั่งการแบบรวมศูนย์และภาพมอง (Converged & Visualized Command), วิดีโอคลาวด์อัจฉริยะ (Intelligent Video Cloud) และการสื่อสารแบบมัลติมีเดียในสถานการณ์คับขัน (Multimedia Critical Communication) ด้วยรูปแบบที่เป็นโมดูล โซลูชั่นดังกล่าวจึงสามารถรองรับการประกอบและแยกส่วน ผสานการทำงานเข้ากับซอฟต์แวร์ได้อย่างง่ายดาย เปรียบได้กับ “ Plug & Play” เสมือนเพียงเสียบปลั๊กและใช้งานได้ทันที โซลูชั่นนี้มีการติดตั้งใช้งานทั้งในประเทศชิลี โคลอมเบีย และฟิลิปปินส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Chen Qi (รอย เฉิน)

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเมืองอัจริยะและปลอดภัยให้กับประเทศไทยในยุคดิจิทัล

จากความมุ่งมั่นของหัวเว่ยที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสู่การใช้งานทุกระดับเพื่อทุกผู้คน ทุกครัวเรือน และทุกองค์กร เพื่อขับเคลื่อนโลกอัจฉริยะที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างเต็มรูปแบบ บริษัทได้ร่วมมือกับพันธมิตรในประเทศ เพื่อเร่งให้ประเทศเดินหน้าไปสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคอุตสาหกรรมดิจิทัล และช่วยให้คนไทยได้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับชีวิตของพวกเขา หัวเว่ยจึงได้ทำงานร่วมมือกับพันธมิตรเหล่านี้อย่างใกล้ชิดเพื่อนำนวัตกรรมเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง และโซลูชั่นไอซีทีครบวงจร เพื่อสร้างเมืองปลอดภัยที่ทุกคนสามารถใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุขสงบ

เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หัวเว่ยได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือทีมนักฟุตบอลเยาวชนและโค้ช ซึ่งติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ. เชียงราย ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ภูเขาห่างไกล สัญญาณโทรศัพท์มือถือครอบคลุมจำกัด และมีความท้าทายอย่างยิ่งยวดในการติดต่อสื่อสาร หัวเว่ยจึงได้สนับสนุนระบบ eLTE ความเร็วสูง เพื่อใช้เป็นเครือข่ายการติดต่อสื่อสารชั่วคราว ที่มีทั้งความเสถียรและปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของทุกฝ่าย โซลูชั่นดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโซลูชั่นเมืองปลอดภัยรุ่น C-C4ISR ของหัวเว่ยที่ใช้งานง่าย สามารถติดตั้งได้เร็ว เหมาะกับภารกิจกู้ภัยที่ระบบการติดต่อสื่อสารมีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จของการปฏิบัติภารกิจ

“เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศไทย 4.0 เราพร้อมจะเป็นพันธมิตรที่ดีในการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีที และเป็นผู้ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมแนวตั้ง ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาบุคลากรด้านไอซีที” มร. เมิ่ง เฉียง หัวหน้ากลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ของหัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) กล่าว “หัวเว่ยเห็นถึงความสำคัญด้านความปลอดภัยของทุกคนในเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก เราจึงมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชั่นและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้กับทุกชีวิตเสมือนเป็นอีกหนึ่งสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น โดยเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยได้อีกทางหนึ่งด้วย”



การใช้งานระบบความปลอดภัยสาธารณะทั่วโลก

โซลูชั่น Safe City Compact รุ่นใหม่ของหัวเว่ยพัฒนาขึ้นหลังจากโซลูชั่นเมืองปลอดภัย C-C4ISR สำหรับสร้างความปลอดภัยสาธารณะร่วมกันที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2560 ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โซลูชั่นนี้ซึ่งสามารถใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้ เช่น ศูนย์สั่งการแบบรวมศูนย์ วิดีโอคลาวด์และการสื่อสารแบบมัลติมีเดียในสถานการณ์คับขัน ได้รับการติดตั้งใช้งานเรียบร้อยแล้วใน 230 เมืองในกว่า 90 ประเทศทั่วทุกภูมิภาค รองรับผู้ใช้บริการเกือบ 1 พันล้านคน โดยมีเมืองต่างๆ ที่ติดตั้งใช้งานโซลูชั่นนี้ อาทิ

  • ในปากีสถาน รัฐบาลแห่งแคว้นปัญจาบได้ตั้งคณะเจ้าหน้าที่ด้านเมืองปลอดภัยประจำแคว้นปัญจาบ (Punjab Safe Cities Authority: PSCA) ขึ้นมาเมื่อปี 2558  โดยโครงการแรกของ PSCA คือ การร่วมกับหัวเว่ยวางระบบ Smart & Safe City ให้กับเมืองลาฮอร์ คณะ PSCA ยังได้จัดตั้งศูนย์ Safe City Integrated Command & Communication Centre (IC3) บนพื้นที่ 76,000 ตารางฟุต (7,060 ตร.ม.) โดยใช้เทคโนโลยีไอซีทีที่ล้ำสมัย อาทิ คลาวด์และบิ๊กดาต้า โดยศูนย์เมืองปลอดภัยของที่นี่มีสถาปัตยกรรมด้านเมืองปลอดภัยที่ครบวงจรและใหญ่ที่สุดในโลก

  • ในเยอรมนี หัวเว่ยร่วมกับ DVV สร้างระบบคลาวด์สำหรับภาครัฐ สำหรับนำไปใช้ในบริการสาธารณะด้านต่าง ๆ เช่น การศึกษา การดูแลสุขภาพ การคมนาคมขนส่ง และระบบประกันสังคม

  • ในปี 2560 หัวเว่ยได้ลงนามร่วมกับกระทรวงกิจการภายในของประเทศเซอร์เบียในสัญญาว่าด้วยความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้านเมืองปลอดภัย โดยโครงการเฟสแรกเป็นการยกระดับศูนย์ควบคุมและศูนย์ข้อมูล (Command Center and Data Center) ในกรุงเบลเกรด และการใช้งานระบบบริหารจัดการเนื้อหาวิดีโอ นับตั้งแต่ดำเนินการมาเป็นเวลา 5 เดือน โครงการนี้ได้ช่วยให้กรมตำรวจป้องปรามการก่ออาชญากรรมร้ายแรงหลายคดี และยังช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยในช่วงที่มีการจัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาใหญ่ ๆ ด้วย

  • ในประเทศมอริเชียส หัวเว่ยช่วยรัฐบาลมอริเชียสสร้างระบบออล-คลาวด์เซฟซิตี้ โครงการ “One Cloud, One Pool” จะช่วยให้ตำรวจท้องที่ลดเวลาตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินในเวลาไม่ถึง 15 นาที และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเหตุฉุกเฉินได้ราวร้อยละ 60

Hong-Eng KOH (เกา ฮง-เอ็ง)

มร. เกา ฮง-เอ็ง หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ด้านความปลอดภัยสาธารณะระดับโลกของหัวเว่ยกล่าวว่า “หัวเว่ยทำงานร่วมกับพันธมิตรชั้นนำระดับโลกทางด้านความปลอดภัยสาธารณะ เราผนวกเทคโนโลยีด้านไอซีทีใหม่ ๆ เช่น คลาวด์คอมพิวติ้ง, บิ๊กดาต้า, บรอดแบนด์ทรังค์, IoT และปัญญาประดิษฐ์ เพื่อพัฒนาโซลูชั่นอัจฉริยะในระบบภาพ ให้สามารถใช้งานร่วมกันได้และเปิดกว้าง ทำให้เมืองมีความปลอดภัยและน่าอยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น”

งาน Huawei Global Safe City Summit 2018 จะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 500 คน ทั้งเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยสาธารณะ ผู้ให้บริการโซลูชั่นและนักวิเคราะห์อุตสาหกรรมจากทั่วโลก เพื่อร่วมกันหารือเกี่ยวกับวิธีการใช้แนวคิดเรื่องความปลอดภัยสาธารณะร่วมกันและโซลูชั่น ICT ขั้นสูงเพื่อสร้างเมืองที่ปลอดภัยและมีความชาญฉลาดทั่วโลก

C-C4ISR: Collaborative-Command, Control, Communication, Cloud, Intelligence, Surveillance and Reconnaissance (การสั่งการร่วมกัน, การควบคุม, การสื่อสาร, คลาวด์, ความชาญฉลาด, การเฝ้าระวัง และการจดจำ)

Posted on Leave a comment

ลองเล่น Amazon Assistant ที่มาพร้อมเฟิร์มแวร์ Huawei P20 Pro เวอร์ชั่นใหม่

Huawei P20 Pro เพิ่งปล่อยอัปเดตเฟิร์มแวร์เวอร์ชันใหม่มาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว อัปเดตนี้นอกจากการแก้บั๊กและอัปเดตแพทช์ความปลอดภัยแล้ว ทาง Huawei ยังได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่มาคือการทำงานร่วมกับ Amazon Assistant เพื่อช่วยเหลือเราในการช้อปปิ้งด้วย มาดูกันครับว่ามันทำอะไรได้บ้าง

Amazon Assistant เป็นผู้ช่วยในการช้อปปิ้งของเว็บไซต์ Amazon (ไม่ใช่อเมซอนที่ขายกาแฟนะ!) ทำงานร่วมกับ HiTouch ของ Huawei เพื่อช่วยหาสินค้าที่เราต้องการได้อย่างสะดวกรวดเร็วขึ้นเพียงแตะค้าง 2 นิิ้วพร้อมกันไปที่สินค้าที่เราอยากได้

เปิดใช้งาน

ขั้นแรกเราคต้องเปิดใช้งานก่อน โดยไปที่ Settings > Smart Assistant > HiTouch แล้วเปิด HiTouch ให้เรียบร้อย

ทดสอบใช้งาน

วิธีการใช้งานนั้นง่ายมาก เพียงเราหารูปสินค้าที่เราอยากได้ จากนั้นกด 2 นิ้วค้างที่หน้าจอ ระบบจะทำการค้นหาโดยใช้เวลาสักพัก(บางครั้งก็นานมาก) และแสดงสินค้าชิ้นนั้นบนเว็บ Amazon ขึ้นมาให้เราช้อปปิ้ง

 

ใช้กับพวกบาร์โค้ดสินค้าก็ได้นะ

แต่รูปสินค้าต้องมีความชัดเจน ถ้าเป็นรูป Official จะดีมาก ถ้าใช้กับรูปถ่ายมักจะหาไม่เจอ เช่นในตัวอย่างผมลองให้หาหูฟังของ Sony แต่ดันได้รีโมตมาแทน

สิ่งที่่าเสียดายที่สุดคือ Amazon ไม่เปิดบริการในไทย ทำให้ระบบนี้ดูไร้ประโยชน์สำหรับเราไปเลย แต่สำหรับคนที่ซื้อสินค้าแล้วมีแหล่งที่รับหิ้วของจากต่างประเทศให้ ก็เป็นฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากครับ อยากได้ชิ้นไหน กดปุ๊บ ลิงก์ Amazon มาปั๊บ พร้อมให้ท่าเสียเงินเพียงสัมผัสเท่านั้น เราก็ได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่ง Amazon จะเปิดบริการไทยบ้าง จะได้ใช้ฟีเจอร์นี้ได้อย่างเต็มรูปแบบ

Posted on Leave a comment

วิธีตั้งค่าให้สมาร์ทโฟน Huawei มีเลขบอกจำนวนการแจ้งเตือนที่ไอคอน

ตั้งแต่ Android 8.0 Oreo เป็นต้นมา ทาง Google ได้ปรับเปลี่ยนการแสดงการแจ้งเตือนที่ไอคอนเป็นจุดกลมๆ ซึ่งมือถือ Android หลายเจ้าก็รับเทรนด์นี้เข้ามา รวมถึง Huawei ด้วย แต่ผู้ใช้หลายคนก็ยังชอบแจ้งเตือนเป็นตัวเลขเหมือน iOS มากกว่า ซึ่งทาง Huawei ก็ยังเก็บฟีเจอร์นี้ไว้ให้เราใช้งาน มาดูวิธีเปิดใช้กันครับ

  1. จีบนิ้วเข้าหากันเพื่อเปิดเมนูขึ้นมา แล้วไปที่ตั้งค่าของ Launcher
  2. ไปที่ Badge app icons
  3. ที่ Badge display mode เลือกเป็น Unread message

เพียงเท่านี้หน้า Home ก็จะแสดงการแจ้งเตือนที่ไอคอนเป็นตัวเลขเหมือนเดิมแล้วครับ

Posted on Leave a comment

Huawei Private Space แยกพื้นที่ทำงานออกจากพื้นที่ส่วนตัว เหมือนมีโทรศัพท์ 2 เครื่องอยู่ในเครื่องเดียว

สำหรับคนที่ใช้มือถือทำงาน หลายคนอาจจะไม่อยากรวมข้อมูลที่ใช้ตอนทำงาเข้ากับข้อมูลส่วนตัว ซึ่งทาง Huawei มีฟีเจอร์ PrivateSpace ทำให้เราเหมือนมีโทรศัพท์ 2 เครื่องในเครื่องเดียว เท่าที่ทราบตอนนี้คือสามารถใช้ได้ใซีรีส์ Mate 10 และ P20 มาดูวิธีใช้กันครับ

Private Space คืออะไร

แปลตรงตัวตามชื่อเลยมันคือพื้นที่ส่วนตัว เป็นเหมือการแยกโปรไฟล์มือถือขึ้นมาอีกโปรไฟล์ที่แอป, การตั้งค่าต่างๆ, รวมถึงการจัดเก็บไฟล์แยกจากโปรไฟล์หลักอย่างสิ้นเชิง แอปที่อยู่ในโปรไฟล์หลักจะไม่อยู่ในโปรไฟล์ใหม่ หากเราอยากใช้แอปเดียวกันต้องลงใหม่ เซฟเกมต่างๆ ก็ไม่มาด้วย การแจ้งเตือนก็ไม่มีการแจ้งเตือนข้ามหากัน เรียกว่าเหมือเป็นโทรศัพท์คนละเครื่องกันเลยก็ว่าได้ แต่เรายังสามารถเข้าไปดูไฟล์ในอีกโปรไฟล์ได้อยู่ตามช่องทางที่จัดไว้ให้ได้

วิธีเปิดใช้งาน Private Space

ไปที่ Settings > Security & Privacy > PrivateSpace แล้วกด Enable
ระบบจะให้ทำการตั้งค่า Password สำหรับเข้า PrivateSpace เราก็ตั้งให้เรียบร้อย โดยห้ามซ้ำกับรหัสผ่านปัจจุบัน สามารถตั้งสแนลายนิ้วมือได้ด้วยนะ แต่ต้องเป็นคนละนิ้วกับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเช่นกัน

วิธีเข้าใช้งานก็เพียงแค่ออกไปที่หน้า Lock screen แล้วใส่รหัสเข้า PrivateSpace ลงไป เครื่องจะเข้า PrivateSpace ให้เอง ซึ่งใน PrivateSpace สภาพจะเหมือนเครื่องที่เพิ่งเปิดใช้งานครั้งแรก มีแต่แอปิดเครื่องและไม่มีบัญชีใดๆ ล็อกอินอยู่เลย รวมถึง Huawei ID ด้วย

 เทียบให้ดูระหว่าง MainSpace และ PrivateSpace จะเห็นว่าการตั้งค่าต่างๆ ไม่เหมือกันเลย รวมถึงแถบนำทางด้านล่างหน้าจอด้วย

แต่หากต้องการไฟล์บางอย่างจาก MainSpace หรือส่งไฟล์ไปยัง MainSpace สามารถไปที่ Settings > Security & Privacy > PrivateSpace แล้วส่งหากันที่เมนู File Transfer ได้

สำหรับใครที่ไม่ต้องการให้ MainSpace รับรู้ถึงการมีอยู่ของ PrivateSpace สามารถเลือกที่ Hide PrivateSpace จะทำให้เมนู PrivateSpace หายไปจากหน้า MainSpace เลย

แต่ PrivateSpace ก็มีข้อจำกัดบางอย่างอยู่เหมือนกัน ฟีเจอร์บางอย่างของ Huawei ไม่สามารถใช้ใน PrivateSpace ได้ เช่น Twins App และ Smart Resolutin เป็นต้น

Posted on Leave a comment

เหตุผลที่ OnePlus, Nokia และ Sony ไม่รองรับ Project Trebleเพราะไม่ได้แบ่งพาร์ทิชันมาตั้งแต่แรก

Project Treble เป็นฟีเจอร์ใหม่ใน Android Oreo ซึ่งมาพร้อมกับสมร์ทโฟนที่เป็น Android Oreo จากโรงงาน แต่สำหรับสมาร์ทโฟนที่อัปเดตเป็น Android Oreo ทีหลังนั้นจะใช้ได้เพียงบางรุ่นเท่านั้น และ 3 ยี่ห้อที่ได้อัปเดตแล้วแต่ไม่ได้คือ OnePlus, Nokia และ Sony และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ใช้ไม่ได้
สาเหตุที่ใช้ไม่ได้นั้นมาจากการแบ่งพาร์ทิชัน โค้ดจากผู้ผลิตชิปเซ็ตบนมือถือ OnePlus 3/3Tและ OnePlus 5/5T อยู่ใน /system/vendor ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ System Partition แต่ในมือถือของ Huawei, Essential, และ Google นั้นมีการแบ่ง vendor partition  ไว้ต่างหากอยู่แล้ว

แม้การเพิ่ม Vendor Partition ทีหลังจะเป็นไปได้ แต่การทำอย่างนั้นมีความเสี่ยงที่ทำให้ข้อมูลเสียหายอย่างถาวรอยู่ ซึ่งทางผู้ผลิตมักจะไม่เสี่ยงกับเรื่องนี้ โอกาสที่สมาร์ทโฟนเหล่านี้จะหันมารอรับ Project Treble จึงเป็นไปได้น้อยมาก

Source : XDA