Posted on Leave a comment

รีวิว OPPLE IF Table Lamp โคมไฟที่ครบถ้วนทั้งดีไซน์และคุณสมบัติ

ถ้าพูดถึงโคมไฟตั้งโต๊ะเชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะคิดเหมือนกัน คือโคมไฟที่มีหลอดด้านบนอันเดียว แต่ OPPLE IF Table Lamp แตกต่างออกไป ด้วยการมีหลอดตรงก้าน และต้องบอกว่าไม่ใช่แค่การเพิ่มมาสวยๆ แต่การจัดวางหลอดไฟแบบนี้เกิดจากการค้นคว้าแล้วว่าให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า

OPPLE เป็นแบรนด์สัญชาติจีนที่โกอินเตอร์มีสาขาอยู่ในหลายประเทศรวมถึงไทยเราด้วย และ IF Table Lamp ที่เรากำลังพูดถึงตอนนี้ก็ไม่ธรรมดาเลย เพราะมีการออกแบบแผงไฟแบบรังผึ้งซึ่งให้แสงที่กระจายครอบคลุมรวมถึงสบายตากว่า และแผงไฟแบบนี้ก็เป็นสิทธิบัตรของ OPPLE อีกด้วย

แม้จะมีดีมาพร้อมสิทธิบัตรแต่ราคาค่าตัวก็ไม่ต่างกับโคมไฟอื่นๆ เลย โดยมีราคาโปรโมชั่นอยู่ที่ 1,599 บาทที่ Lazada เมื่อมองที่รูปลักษณ์สัมผัสภายนอก ถือว่า OPPLE มีงานประกอบและวัสดุที่ดี เรียบหรูดูแพง แสงไฟในแนวตั้งได้จากหลอดด้านบนผ่านแผงรังผึ้งที่สามารถกางปรับระดับได้ โดยปล่อยให้หลอดไฟที่ก้านทำหน้าที่กระจายแสงในแนวนอนเพื่อสร้างบรรยากาศและแสงสีที่สอดคล้องกัน

นอกจากนี้ยังปรับความสว่างและอุณหภูมิสีได้ด้วย ซึ่งการปรับอุณหภูมิสีนี้ทำเพื่อให้เหมาะกับการใช้งาน เช่นการพักผ่อนก็ใช้ไฟสีเหลืองนวล แต่ถ้าต้องการอ่านเขียนก็ให้โทนสีที่สว่างมากขึ้น

แต่ที่โดดเด่นเป็นพิเศษและตอบโจทย์คนหน้าจอก็คือโหมดคอมพิวเตอร์ ซึ่งโหมดนี้จะปิดหลอดไฟด้านบนและเปิดเฉพาะที่ตัวก้าน เพื่อให้แสงแวดล้อมไล่เลี่ยกับหน้าจอ ซึ่งแสงลักษณะนี้จะลดอาการเมื่อยล้าและปวดตา นับว่าเป็นโหมดที่ดีมากๆ สำหรับคนยุคนี้

ในกรณีที่ไม่ต้องการเปิดไฟด้านข้าง ก็ทำได้ง่ายๆ ด้วยการกดที่ปุ่มเปิด-ปิดค้างไว้ 3 วินาทีก็เรียบร้อย และปุ่มควบคุมต่างๆ ก็ถูกออกแบบให้ใช้งานได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ทำให้ปุ่มดูเรียบเนียนเป็นชิ้นเดียวกับตัวฐานตั้ง ช่วยเพิ่มความสวยงามยิ่งขึ้นไปอีก

แม้จะดูเหมือนโคมไฟธรรมดาทั่วไป แต่ถ้าดูที่รายละเอียดการใช้งานจริงๆ จะพบว่า OPPLE IF Table Lamp มีการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้งานที่ดีมาก เรียกได้ว่าคุ้มเกินค่าตัว 1,599 บาท ถ้าสนใจก็หาซื้อได้ที่ Lazada เลยครับ

Posted on Leave a comment

รีวิวกระเป๋า Cozistyle City Backpack ARIA Collection เท่ หรู ดูดี มีซิป 2 ชั้นป้องกันหัวขโมย

 


หากใครเคยไปเที่ยวหรือไปเดินงานตามสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน อย่างเช่น “งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ” หรืองาน “
Thailand Mobile Expo” ก็น่าจะเคยได้เห็นคำเตือนหรือได้ยินการประกาศเสียงตามสายว่าให้ระวังมิจฉาชีพล้วงกระเป๋าที่ปะปนมากับผู้คนในงาน
เพราะถ้าไม่ระมัดระวังให้ดีทรัพย์สินของท่านก็อาจสูญหายไปได้ง่ายๆ
แต่ปัญหานี้ก็สามารถแก้ได้ในเบื้องต้น ถ้าใช้กระเป๋าที่มีซิป
2
ชั้นสำหรับป้องกันบรรดาขาล้วงทั้งหลาย


และกระเป๋าที่จะมารีวิวนั้นก็คือ Cozistyle City Backpack
ARIA Collection เป็นกระเป๋าแบ็คแพ็คสำหรับใช้งานในเมือง กระเป๋าใบนี้จะมีอะไรเด็ดๆ บ้างมาดูกัน






Highlight
  • วัสดุแข็งแรง ทนทานต่อแรงกระแทก
  • วัสดุซับแผ่นหลังสามารถระบายอากาศเวลาสะพาย
  • มีซิป 2 ชั้นสำหรับป้องกันขโมย
Exterior

ด้านที่หันออกจากหลังนั้นภายนอกถูกทอด้วยผ้า air mesh fabric ที่มีลักษณะเหมือนตาข่าย ตรงส่วนนี้จะช่วยป้องกันน้ำได้ในระดับนึงและมีผิวสัมผัสที่นุ่ม ส่วนของโครงสร้างที่ถูกปกคลุมด้วยผ้าทำมาจาก Ethylene Vinyl Acetate ซึ่งมีคุณสมบัติน้ำหนักเบา คงสภาพได้ดี และทนทานต่อแรงกระแทก จากการทดลองโดนกระแทกแรงๆ นั้นตัวกระเป๋าไม่เกิดความเสียหายแต่อย่างใดและของที่ใส่อยู่ภายในนั้นก็ไม่ถูกกระทบกระเทือนอีกด้วย

เป็นกระเป๋าที่ภายนอกนุ่มนวล แต่ภายในแฝงด้วยความแข็งแกร่ง

ด้านที่ติดกับแผ่นหลังนั้นก็จะเป็น air mesh fabric ที่ทอเป็นตาข่ายเหมือนกับด้านที่หันออก ซึ่งผ้านี้นอกจากถูกออกแบบมาให้ระบายน้ำได้แล้วยังมีคุณสมบัติช่วยระบายอากาศได้เป็นอย่างดีด้วย ทำให้สามารถใช้งานท่ามกลางอากาศร้อนจัดของเมืองไทยได้แบบชิวๆ

มีช่องเก็บของที่พอใส่ของกระจุกกระจิกลงไปได้ เหมาะสำหรับเอาไว้ใส่ของที่ต้องหยิบบ่อย

และก็ยังมีสายรัดสำหรับติดกับกระเป๋าเดินทางได้ด้วย เผื่อว่าเวลาไปสนามบินหรือต้องลากกระเป๋าไกลๆ ก็เอาไปเสียบกับที่ลากกระเป๋าเดินทางได้เลย

มาดูที่จุดเด่นกันบ้าง อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่าจุดเด่นของกระเป๋ารุ่นนี้คือมีซิป 2 ชั้น จะเป็นอย่างไรมาดูกัน

พอรูดซิปออกมาก็จะเจอกับซิปอีกชั้น แน่นอนว่าถ้าใครที่ไม่ใช่เจ้าของมารูดครั้งแรกต้องมีงงกันบ้าง ซึ่งถ้าจะเปิดเอาของข้างในก็ต้องรูดลงไปให้ถึงตรงซิปด้านในแล้วเปิดขึ้นอีกที



Interior


ภายในจัดว่าเปิดออกมาได้กว้างอยู่พอสมควรครับ ส่วนการเก็บของนั้นจะเน้นเก็บของที่มีรูปทรงแบนๆ อย่างเช่นแท็บเล็ต โน้ตบุ๊ค หรือเอกสารต่างๆ เป็นหลัก ถ้าใครพกพาของที่มีรูปทรงแปลกๆ ก็ต้องทำใจหน่อยว่าอาจใส่ลงไปลำบาก เพราะด้วยโครงสร้างกระเป๋าที่ค่อนข้างแข็งแรงทำให้ไม่ค่อยยืดหยุ่นนัก

ภายในด้านที่หันออกนั้นจะมีช่องใส่ของที่เป็นช่องซิป 1 ช่อง และช่องที่เป็นตาข่ายจำนวน 2 ช่อง เอาไว้ใส่พวกหูฟังกับสายชาร์จได้

มาดูด้านที่ติดกับแผ่นหลังกันบ้าง มีช่องใส่เอกสารมาให้หลายช่องเลยทีเดียว และยังสามารถใส่พวกแท็บเล็ตขนาดไม่เกิน 10 นิ้วได้สบายๆ ส่วนคอมพิวเตอร์พกพานั้นถ้าเป็น MacBook ขนาดไม่เกิน 15 นิ้วก็ยังพอใส่ไหว

และก็มีสายรัดที่ปักโลโก้แบรนด์ลงไป ซึ่งบ่งบอกว่าเป็นแบรนด์จากอิตาลีอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ยังมีช่องที่สามารถเสียบชาร์จแบตกับพาวเวอร์แบงค์ที่ใส่ไว้ภายในกระเป๋าหรือจะเสียบหูฟังจากมือถือที่ใส่ไว้ในกระเป๋าผ่านช่องนี้ก็ได้

อีกจุดที่ประทับใจคือตัวกระเป๋ามีซองกันน้ำมาให้ด้วย เผื่อวันไหนที่ต้องลุยฝนก็เอามาคลุมตัวกระเป๋าไว้ได้ รับรองได้ว่าของข้างในไม่เปียกแน่นอน

ถือว่าเป็นกระเป๋าที่คุ้มกับราคาค่าตัว 4,290 บาทเป็นอย่างมาก เพราะมีดีไซน์ที่สวยงาม ใส่ใจในทุกรายละเอียด ใช้วัสดุที่แข็งแรง และยังปกป้องทรัพย์สินอันมีค่าของเราได้ด้วย

กระเป๋า Cozistyle City Backpack ที่จำหน่ายในไทยมีให้เลือกด้วยกันอยู่ 5 สี ได้แก่ Flame Red, Dark Blue, Fern Green, Inca Gold และ Stone Gray ซึ่งสีที่เอามารีวิวก็คือ Dark Blue นั่นเอง ถ้าใครสนใจก็สามารถดูสถานที่จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใกล้บ้านของท่านตามลิ้งก์ด้านล่างนี้เลยจ้า
Posted on Leave a comment

สัมผัสแรกกับ Boeing 787-9 ลำใหม่ของการบินไทย

ได้มีโอกาสไปรับ Boeing 787-9 รุ่นใหม่ลำแรกของ การบินไทย ทะเบียน HS-TWA นามพระราชทาน “พัฒนานิคม” แถมยังเป็นที่นั่ง Royal Silk Class หรือ Business Class แบบใหม่ล่าสุดจาก การบินไทย


สำหรับ Boeing 787 นั้น การบินไทยได้มี Boeing 787-8 ประจำการอยู่แล้วถึง 6 ลำ สำหรับ Boeing 787-9 นามพระราชทานว่า “พัฒนานิคม” ถือเป็นลำแรกของการบินไทย จุดเด่นของรุ่นนี้คือรองรับการบินในพิสัยไกลได้มากขึ้น สามารถบินจากกรุงเทพไปซานฟรานซิสโก ได้โดยไม่แวะพักได้เลย ในส่วนอื่นที่แตกต่างจาก Boeing 787-8 ก็จะเป็นเพิ่มส่วนที่นอนของลูกเรือ ความยาวเพิ่มขึ้น 6 เมตร และมีการติดตั้ง WiFi มาให้ทุกลำด้วย

ขอบคุณภาพจาก Boeing

วัสดุของ Boeing 787 เป็นเครื่องบินโดยสารรุ่นแรกของโลกที่ใช้วัสดุผสม หรือ Composite Materials ถ้าให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ Cabon fiber นั้นแหละครับ เป็นตัวถังหลักของโครงสร้างเครื่องบิน ทำให้เครื่องบินมีน้ำหนักเบา มีประสิทธิภาพมากกว่าเครื่องบินรุ่นอื่นๆ

ระบบการปรับความดันภายในห้องโดยสารของ Boeing 787 จะดีกว่ารุ่นอื่นๆ ด้วยที่มีระบบกรองอากาศแบบใหม่ ทำให้ห้องโดยสารมีความสะอาด ควบคุมแรงดันดีขึ้น และลดความแห้ง เพราะสร้างความชื้นได้มากขึ้น ทำให้มีความสบายมากขึ้นเนื่องจาก อาการ ผิวแห้ง ตาแห้ง ลดลง

สำหรับเครื่องยนต์ใช้ Rolls-Royce Trent 1000 ที่มีการออกแบบให้มีลักษณะคล้ายฟันปลา เพื่อลดเสียงรบกวน

Royal Silk Class

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบ Royal Silk Class หรือ Business Class ของการบินไทยนั้น จะต้องชอบอย่างแน่นอนครับ เพราะนี่เป็น Royal Silk Class แบบใหม่ที่ไม่มีเคยมีในลำไหนของการบินไทย โดยที่นั่งจะเป็นแบบ 1-2-1 ทำแนวเฉียง 30 ที่นั่ง ทุกที่นั่งจะติดกับทางเดินทั้งหมด เวลาเดินออกไปทำธุระก็จะไม่รบกวนผู้โดยสารท่านอื่น

สำหรับขนาดของที่นั่ง มีความกว้าง 20 นิ้ว ปรับเอนจนนอนราบได้ 180 องศา แน่นอนว่าต้องเป็นสีม่วงแบบการบินไทย ในการออกแบบดูดีทันสมัย

หน้าจอเป็น Panasonic eX3 ขนาด 16 นิ้ว ความละเอียด HD
ใช้รีโมทคอนโทรลแบบทัชสกรีนและจอยสติ๊กในการควบคุม ตัวหน้าจอจะถูกพับ ต้องกดปุ่มแล้วจะกางออกมาสามารถพับเก็บได้

ปุ่มปรับที่นั่ง จะมีปุ่มทางลัดอยู่ด้านล่างแผงความคุมที่นั่ง 3 ปุ่ม ส่วนด้านบน จะเป็นการปรับแยกควบคุมได้สองชิ้น คือพนักเอนหลัง กับชิ้นที่รองขา โต๊ะทานข้าวก็ถูกพับเก็บเอาไว้

ที่วางแขนด้านข้าง มีที่เก็บของเปิดปิดได้ แต่ที่เก็บของแบบนี้ผมไม่ค่อยใช้กลัวลืมของมากๆ เลย

Economy Class

ที่นั่ง Economy Class ของ Boeing 787-9 จะวางที่นั่งแบบ 3-3-3 ใช้โทนสีเบาะสีม่วงกับสีทองคาดดำ สลับกัน

ที่นั่ง Economy Class ใช้ระบบของ Panasonic eX3 เช่นกัน ขนาด 11 นิ้ว ความละเอียด HD ใช้รีโมทคอนโทรลแบบใหม่

ที่นั่งแบบ Economy Class ของ Boeing 787-9 นั้นกว้างมากขยับตัวได้ และเข่าไม่ชนที่นั่งด้านหน้า ทุกที่นั่งมีที่พักเท้า สามารถพับเก็บได้

หน้าต่างตัดแสงด้วยระบบไฟฟ้า

เป็นอะไรที่ชอบมากสะดวกมาก ผมถือว่าเป็นจุดเด่นสำคัญของเครื่อง Boeing 787-9 ที่สามารถสัมผัสได้เลย โดยสามารถปรับระดับการตัดแสงได้ 5 ระดับ

ห้องน้ำ

ห้องน้ำของ Boeing 787-9 ไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก อุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ มีมาให้ครบถ้วน มีกระจกทั้งสองด้าน ก๊อกน้ำและชักโครกเป็นระบบเซ็นเซอร์

Cockpit

Boeing 787-9 จะมี Cockpit ที่เหมือนกับ Boeing 787-8 ทุกอย่าง มีการแสดงผลผ่านหน้าจอระบบคอมพิวเตอร์มากขึ้น ที่ชอบที่สุดคือ หน้าจอ Head-up Display หรือ HUD ถ้านึกไม่ออกว่าเป็นยังไงลองดูภาพด้านล่างครับ

Head-up Display
ขอบคุณภาพจาก Boeing

ทำไมถึงชอบ Head-up Display เคยเล่น Flight Simulator ตอนเจอสถานการณ์ที่มีทัศนวิสัยต่ำก็ต้องก้มมาดูมาตรวัดบ่อยๆ แต่ถ้ามี Head-up Display ก็ไม่ต้องก้มมาดูเลยสะดวกมาก

Crew Rest

เป็นส่วนที่ไม่ค่อยมีคนได้เห็นเลยนั้นคือ Crew Rest หรือ ห้องนอนลูกเรือ สำหรับเที่ยวบินไกลๆ ลูกเรือก็ต้องนอนครับ เลยมี Crew Rest เพื่อให้มันรองรับพิสัยการบินที่ไกลขึ้น ส่วน Boeing 787-8 นั่นยังไม่มี Crew Rest นะครับ แต่การบินไทยจะนำ Boeing 787 ไปติดตั้ง Crew Rest ทำให้ในอนาคต Boeing 787 จะสามารถบินพิสัยไกลได้มากกว่านี้

เส้นทางการบิน

สำหรับ Boeing 787-9 การบินไทยจะใช้ทำการบินเส้นทาง กรุงเทพ (BKK) -โอ๊กแลนด์ (AKL)

ขอบคุณ การบินไทย

Posted on Leave a comment

รีวิวกระเป๋าเป้ TIGERNU T-B3269 กระเป๋าอเนกประสงค์ที่พร้อมลุยไปทุกที่

การเป็นบล็อกเกอร์สาย IT
นั้นมาพร้อมกับการพกสัมภาระเป็นจำนวนมากในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นกล้อง
สมาร์ทโฟนอีกมากมายหลายเครื่อง แบตสำรอง กิมบอล ฯลฯ
เพราะฉะนั้นต้องมีกระเป๋าเป้ดี ๆ คู่ใจติดตัวเอาไว้
ซึ่งตัวผมเองนั้นใช้ กระเป๋าเป้ TIGERNU T-B3269 ที่วางขายในเว็บ InTrendMall
กระเป๋า TIGERNU T-B3269 เต็มไปด้วยช่องใส่ของมากมาย
ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์บล็อกเกอร์อย่างผมมาก
กระเป๋าใบนี้มีอะไรพิเศษบ้างนั้นมาดูกันครับ

กระเป๋าเป้ TIGERNU T-B3269

จุดเด่นของกระเป๋าเป้ TIGERNU T-B3269

  • ที่ใส่ของ 5 ช่อง
  • ช่องเก็บของภายในสำหรับบรรจุของเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มีอีกหลายช่อง
  • ใส่ Notebook ขนาด 15.6 นิ้วได้
  • กันน้ำในระดับที่ไม่แรงมากได้ (ถ้าฉีดน้ำใส่หรือจับโยนลงน้ำไม่รอดนะครับ)
  • มีช่องสำหรับเสียบชาร์จแบต

ตัวกระเป๋ามีขนาด 30x15x40 เซนเติเมตร น้ำหนักอยู่ที่ 0.9 กิโลกรัม
ด้านหน้ามีซิปแนวตั้งไว้เก็บของแบน ๆ ได้ ถัดเข้าไปจะเห็นว่ามีซิปอยู่ 2
ฝั่งแต่ไม่สามารถทะลุหากันได้นะครับ เป็นช่องแยกกันเลย
ด้านขวาจะมีช่องเก็บของแบบมีซิปปิดอีกชั้นข้างในและมีที่สอดของเก็บเข้าไปได้

ส่วนด้านซ้ายมีที่เกี่ยวกุญแจและช่องใส่ปากกา 2 ช่อง

สามารถถอดออกมาได้ด้วยนะ

มาดูช่องที่ใหญ่ที่สุดกันบ้าง
จะเห็นได้ว่าข้างในมีช่องเล็กช่องน้อยเต็มไปหมด
ซึ่งสิ่งที่ทำให้ประทับใจในกระเป๋าใบนี้คือมีสัญลักษณ์บอกว่าช่องแต่ละช่องใช้ใส่อะไรบ้าง
ดูเป็นหมวดหมู่ดีเพราะผมชอบแยกของออกเป็นโซน ๆ

แต่ก่อนที่จะพาไปดูในส่วนนั้นมีจุดนึงที่ผมอยากนำเสนอมาก ๆ นั่นก็คือสายชาร์จแบต ที่เอาไว้เสียบกับแบตสำรองที่เราใส่ในกระเป๋า

และเวลาต้องการชาร์จสามารถนำสายชาร์จของเรามาเสียบกับช่องด้านข้างกระเป๋าได้เลย
ทำให้ไม่ต้องถือแบตสำรองให้เกะกะ
สามารถชาร์จแบตจากช่องด้านข้างกระเป๋านี้ได้ทันที
รู้สึกว่าชีวิตสบายขึ้นมาอีกระดับ

ทดลองชาร์จดูแบตขึ้นไวปกติ ถึงจะมีการต่อสาย 2 ทอดก็ไม่ได้ทำให้ชาร์จช้าลง

มาดูด้านในกันต่อ เริ่มจากฝั่งที่ติดหลังก่อน จะมีช่องใส่หนังสือ ใส่แบตสำรอง ช่องใส่โทรศัพท์ และแท็บเล็ต

จะโชว์อย่างเดียวก็กะไรอยู่ ลองยัดของกันเลยดีกว่า
จากในรูปจะเห็นได้ว่าจุได้เยอะมาก ช่องใส่แบตสำรองกับสมาร์ทโฟนสามารถใส่
Passport เข้าไปได้ด้วยและยังสามารถจุสมาร์ทโฟนอีก 4 เครื่องได้สบาย ๆ
ส่วนช่องใส่หนังสือสามารถยัดตุ๊กตาตัวเล็ก ๆ ลงไปได้ (จริง ๆ
มันลงไปได้ทั้งตัวแต่เอาโผล่ขึ้นมาเสนอหน้าเฉย ๆ)
อย่างไรก็ตามผมไม่แนะนำให้ใส่เยอะแบบในรูปเพราะอาจส่งผลเสียต่อกระเป๋าในระยะยาวและอาจทำให้ของเสียหายได้

อีกด้านนึงก็ไม่น้อยหน้า มาพร้อมช่องเล็กช่องน้อยอีกเช่นกัน

ช่องซิปจุของได้เยอะพอสมควร ยัดตุ๊กตาตัวเล็ก ๆ ลงไปได้ 2 ตัวพร้อมสมุดเล่มหนาพอประมาณอีก 1 เล่ม

ส่วนช่องเล็ก ๆ สามารถใส่พวกเครื่องคิดเลขได้ หรือถ้าคุณพกสมาร์ทโฟนทีนึง
10 เครื่องคุณก็สามารถใส่เข้าไปตามช่องพวกนี้ได้สบาย ๆ
(รู้สึกว่าจุเยอะกว่าอีกฝั่งด้วยแต่อีกฝั่งใส่ได้พอดีกว่า)

มาลองของหนักกันบ้าง รอบนี้เคลียร์ของออกหมดแล้วใส่ Notebook Gaming MSI GL62M 7REX ขนาด 15.6 นิ้วเข้าไป สามารถใส่ลงได้สบาย ๆ เลย

ส่วนช่องที่ติดกับหลังนั้นสามารถใส่พวกเอกสารต่าง ๆ ได้ หรือถ้าช่วงที่ฝนตกก็สามารถเก็บเสื้อกันฝนตัวใหญ่ได้

ปิดท้ายด้วยด้านหลังที่สามารถระบายความร้อนตรงแผ่นหลังของตัวกระเป๋าเป้ได้ด้วย

และด้วยความหนาของแผ่นหลังนั้นต่อให้เหงื่อออกหนักแค่ไหนของข้างในก็ไม่เสียหาย
สายกระเป๋าสามารถปรับได้ยาวมากพอสมควร และทนทานต่อการบรรทุกครั้งละมาก ๆ

สรุปหลังจากใช้งานมาเดือนกว่า

เป็นกระเป๋าที่ประทับใจมาก ตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์สายบล็อกเกอร์ได้เป็นอย่างดี มีช่องเล็กช่องน้อยเยอะแยะไปหมดเหมาะสำหรับคนที่พกของใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ สามารถชาร์จแบตได้จากข้างนอกกระเป๋าอีกด้วย ปกติแล้วผมจะเดินทางเข้า-ออกจากกรุงเทพอาทิตย์ละ 2 ครั้งซึ่งแต่ละครั้งก็จะพก Notebook Gaming, Adapter ชาร์จไฟขนาดใหญ่, เมาส์, ขาตั้งกล้อง, หนังสืออีก 2-3 เล่ม, สมาร์ทโฟนอีก 4 เครื่อง และของใช้จุกจิกอีกมากมายซึ่งทั้งหมดนี้สามารถเก็บลงในกระเป๋าใบนี้ได้ และก่อนหน้านี้ไม่นานก็ได้พากระเป๋าใบนี้ไปลุยป่าลุยโคลนมาแล้ว (จากรีวิว ออกทริปกับ LG G6 สมาร์ทโฟนกล้องคู่เลนส์ Wide ถ่ายรูปสุดฟิน) เจอทั้งหนามทั้งโคลนก็ยังกลับมาในสภาพดี ทำความสะอาดได้ไม่ยาก สามารถกันฝนที่ตกปรอย ๆ ได้แบบสบายหายห่วง

ซื้อได้ที่ไหน?

TIGERNU T-B3269

กระเป๋าดี ๆ แบบนี้สามารถซื้อได้ที่เว็บไซด์ InTrendMall มีทั้งหมด
3 สีไล่จากซ้ายไปขวา ได้แก่ สี Blackgrey แบบในรีวิว สี Orange และ สี
Silvergrey ตอนนี้กระเป๋า TIGERNU T-B3269 กำลังจัดโปรโมชั่นลดราคาจาก
1,240 บาท เหลือ 1,060 บาท ด้วย เรียกได้ว่าคุ้มสุด ๆ สนใจสั่งซื้อคลิกที่นี่เลย

Posted on Leave a comment

รีวิว URBAN TOOL tabletHolster กระเป๋าข้างกายสไตล์สายลับ


การออกไปนอกบ้านแบบเดินตัวปลิวโดยที่ต้องพกมือถือและ Gadget มากมาย ดูจะเป็นปัญหาของหลายคนแต่ tabletHolster จาก URBAN TOOL เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ผมใช้ โดยเฉพาะวันที่ออกไปทำข่าวในแบบที่ดูดีนิดนึง ไม่หอบของพะรุงพะรัง ก็จะหยิบกระเป๋านี้มาใช้ก่อนจะทับด้วยเสื้อแจ๊คเก็ตอีกที
ถ้าเคยดูหนังที่เกี่ยวกับสายลับ มือปืนหรือตำรวจเมืองนอกคงเคยเห็นกระเป๋าในลักษณะนี้ ซึ่งมีช่องใส่ของแนบอยู่ข้างลำตัวและเว้นที่ว่างไว้ทั้งด้านหน้าและหลัง

ตอนสั่งซื้อจากหน้าเว็บ www.urbantool.com จะมีให้เลือกอยู่ 2 ขนาด ต่างกันตรงสายที่เชื่อมระหว่างกระเป๋าทั้งสองด้าน และกระเป๋านี้ค่อนข้างอเนกประสงค์มีช่องให้ใส่ของค่อนข้างเยอะ แต่ไม่เหมาะที่จะหยิบเข้าหยิบออกบ่อยๆ เนื่องด้วยการปิดแต่ละช่องใช้การดึงผ้ามาหุ้มปิดไว้

ด้านในทั้งสองฝั่งมีช่องซิปที่ใหญ่พอจะใส่มือถือพร้อม Power Bank ได้สบายๆ และยังมีช่องด้านซ้ายที่ออกแบบมาสำหรับใส่ iPad mini ส่วนด้านขวาก็ใช้เก็บอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งผมใช้เก็บกล้อง Insta360 กับเลนส์สำหรับมือถือ และช่องล่างสุดก็มี Key pocket with yo-yo หรือพวงกุญแจที่ยืดได้ แต่ถ้าไม่ชอบก็สามารถถอดออกได้เช่นกัน
ส่วนด้านบนของสายก็มีช่องให้เก็บของได้อีกทั้งสองด้าน ซึ่งบางคนอาจใช้เก็บหูฟัง สายชาร์จหรือมือถือเครื่องเล็กๆ แต่ผมเลือกจะใช้เก็บไฟแฟลชขนาดพกพา สายชาร์จและยาดม… แฮ่!!
หน้าตา tabletHolster อาจจะดูประหลาดไปหน่อย แต่มันเพิ่มความสะดวกให้ผมได้มาก ไม่ต้องมีของพะรุงพะรังเวลาไปทำข่าว ส่วนราคาก็อยู่ที่ 159 USD หรือราวๆ 5,600 บาท และยังมีกระเป๋าจาก URBAN TOOL ที่ทำรีวิวไปแล้วคือ waistHolster และ cowboyHolster

Posted on Leave a comment

รีวิวสารพัดสินค้าเครื่องใช้ในบ้านจาก New Step Asia

ครั้งก่อนเราได้รีวิว Air Sofa จาก New Step Asia กันไปแล้ว มาคราวนี้เราจะมารีวิวกันสารพัดสินค้ากันเลย เนื่องด้วยบริษัทนี้เค้าขายสินค้าเครื่องใช้หลายอย่างซึ่งส่วนใหญ่เป็นเป็นของใช้ในบ้านที่เน้นราคาถูกครับ

เริ่มจากชิ้นแรกกับอุปกรณ์ที่คุ้นตาแต่คงไม่ได้มีกันทุกบ้าน เพราะมันคือที่เช็คกระจกแบบที่ตัวด้ามเป็นกระบอกฉีดในตัว ถ้าพูดถึงคุณสมบัติล่ะก็จัดว่าเกินตัว แต่ถ้าพูดถึงความแข็งแรงก็ต้องบอกว่าตามราคาล่ะครับ

ถัดมาก็เป็นชุดเครื่องครัวสำหรับตักแกงต่างๆ ซึ่งวัสดุงานประกอบก็โอเคล่ะครับ แต่ส่วนตัวผมมองว่าอย่าเอาไปใช้กับอาหารร้อนเลยจะดีกว่า

ชุดโต๊ะปิ๊กนิ๊กก็ค่อนข้างแข็งแรง ถ้าไม่ตัวใหญ่จนเกินไปล่ะก็คงเอาอยู่ ข้อต่อทำออกมาค่อนข้างแน่นหนากว่าที่คิด แต่โต๊ะประเภทนี้ก็ไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับการกระแทกอะไรมากนัก ดังนั้นการใช้งานก็ระวังหน่อยนึงก็ดี

ตัดภาพกลับมาที่อุปกรณ์ทำความสะอาดบ้านกันอีกครั้ง เชื่อว่าชุดนี้คงคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี ที่ต่างจากของเดิมที่บ้านผมก็คือด้านล่างมีจุกยางสำหรับถอดให้ระบายน้ำได้ง่าย และยังมีตัวผ้าสำรองให้เปลี่ยนได้อีก

ชุดวางอาหารสวยๆ แบบนี้คงเห็นได้บ่อยตามร้านเบเกอรี่ จากเท่าที่ลองทดสอบกดๆ จิ้มๆ โยกๆ ก็พบว่ามันมีความแข็งแรงระดับหนึ่ง ตัวจานออกแนวเซรามิคหรืออะไรทำนองนั้นที่ไม่ใช่พลาสติกก๊องแก๊ง

เตาย่างแม้ไม่ได้แข็งแรงเท่าอันละหลายๆ พันแต่ก็ดูมั่นคงพอที่จะไม่หักล้มลงมาง่ายๆ มีที่คีบ ตะแกรง ชั้นวางของด้านข้างมาให้แบบพร้อมใช้

ส่วนนาฬิกาแขวงผนังอันนี้ก็เป็นนาฬิกาธรรมดาทั่วไปที่ใส่ถ่านนั่นล่ะครับ เพียงแต่หน้าตามันดูดีเฉยๆ

บทสรุป

โดยรวมแล้วสินค้าของ New Step Asia ไม่ใช่สินค้าที่คุณภาพดีเวอร์อะไรขนาดนั้น แต่เป็นสินค้าที่ราคาจับต้องได้ง่าย เหมาะสำหรับคนที่ไม่คิดอะไรมากมาย อยากมีใช้บ้างในบางเวลาแล้วไม่อยากลงทุนเยอะๆ หรือมองหาสินค้าที่แบบพร้อมลุย ไม่เสียใจถ้าเสียหาย ผมว่าของเกรดประมาณนี้ก็เหมาะเหมือนกันนะครับ ซึ่งที่จริงแล้วสินค้าเค้ามีอีกหลายอย่าง เช่น ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางรองเท้า ราวตากผ้า ฯลฯ ซึ่งมันก็เหมาะกับคนที่อยู่หอพัก แบบขอแค่มีใช้แต่ไม่อยากลงทุนปักหลักถาวร

Posted on Leave a comment

รีวิว Caden L5 กระเป๋าแฟชั่นที่ใส่ของได้เพียบทั้งกล้องและคอมในใบเดียว

เราเป็นคนหนึ่งที่มีอุปกรณ์บ้าบออะไรไม่รู้ที่ต้องพกพาติดตัวไปตลอดไม่ว่าจะเป็นกล้องถ่ายรูป, โน๊ตบุ๊ค. เพาเวอร์แบงค์. สายชาร์จ. เม้าส์ ฯลฯ ซึ่งแน่นอนว่าด้วยอุปกรณ์ที่มีจำนวนหลายชิ้นมากมายขนาดนี้ทำให้หากระเป๋าที่สามารถพกพาของได้มากมายได้ค่อนข้างยาก ทั้งยังหาแบบที่ถูกใจวัยรุ่นไม่ค่อยได้ จนวันนึงเล่น Facebook ไปเรื่อยๆ แล้วก็ไปเจอกระเป๋า Caden L5 เข้า เออเฮ้ยดีไซน์สวย ใส่ของทุกอย่างที่เราต้องพกไปได้ในกระเป๋าเดียวด้วย ในราคาที่รับได้ ครั้งนี้จึงมารีวิวกระเป๋าดังกล่าวให้ได้เห็นกันเผื่อเป็นตัวเลือกให้ใครหลายคนที่เป็นเช่นเดียวกันกับเรา

Caden L5 กระเป๋าสะพายเหมาะสำหรับบุคคลสายอุปกรณ์อย่าเราๆ ด้วยขนาดที่ไม่เล็กไม่ใหญ่ พร้อมดีไซน์สุดเรียบง่ายแต่มีความเป็นแฟชั่นทันสมัย ใช้ได้ทั้งวันทำงานวันเที่ยวเลย ตัวกระเป๋าใช้สีพื้นเรียบๆ  เนื่องด้วยตัวกระเป๋าทำมาจากผ้าแคนวาสซึ่งเป็นผ้าที่ถูกทอให้มีความหนามาก ทำให้สามารถกันน้ำได้ แต่ระดับนึงนะไม่ใช่ไปลุยฝนเล่น อันนั้นไม่รับรองว่าจะรอดมั้ย เวลาสะพายก็นุ่มสบายดีเพราะสายค่อนข้างหนาและนุ่ม สะพายนานๆ ก็ไม่เจ็บหรอก แต่มันจะเมื่อยไหล่เพราะของที่แบกเอา

กระเป๋าใบนี้มีช่องใส่ของค่อนข้างเยอะเลยล่ะ ด้านหน้ากระเป๋าก็มีช่องสำหรับใส่ของเล็กๆ น้อยๆ ช่องนึงละ และพอรูดซิบมาดูจะเห็นว่ามีถุงตาข่ายถูกเย็บเอาไว้อย่างเนียน เผื่อไว้แยกของด้วย อาทิเช่น สายชาร์จ เพาเวอร์แบงค์

ถัดมาเป็นด้านข้างของกระเป๋าบ้าง ทั้งทางซ้ายและทางขวาจะมีช่องเอาไว้สำหรับรูดซิบเพื่อเปิดเอา Insert ใส่กล้องออกมา (อันนี้แถมมากับกระเป๋าเลย) ซึ่งตัว Insert ที่ให้มานี้ก็สามารถใส่กล้องพร้อมเลนส์ได้ 1 ตัวและเลนส์อีกตัว ถามว่ากล้องใหญ่ได้แค่ไหนคงไม่เกินระดับ DSLR ที่เป็นตัวคูณ ส่วนตัวเราใช้ Mirrorless พกสบายเลยล่ะ

ต่อมาเป็นส่วนหลักของกระเป๋ากันละ ด้านบนเนี่ยมีหูหิ้วให้ใช้มือถือไปไหนมาไหนได้ โดยจะมีกระดุมให้ติดจะได้ไม่ต้องกังวลว่าจับถือลำบาก ส่วนด้านในกระเป๋าพอเปิดออกมาจะเจอช่องใส่ Laptop ซึ่งขนาดที่ใส่ได้ไม่เกิน 14 นิ้ว (ของเรา 13.3 นิ้ว) และมีถุงผ้าตาข่ายเย็บเอาไว้เพื่อใส่ของเล็กๆ น้อยๆ เช่นมือถือ แฟลชไดร์ ฯลฯ และอีกด้านจะมีช่องเล็กๆ อีก 2 ช่อง ซึ่งเป็นเหมือนกระเป๋าเสื้อเชิ้ต ไว้ใส่ของได้อีกเช่นกัน รวมๆ แล้วในนี้มีทั้งหมด 3 ช่อง ทั้งนี้จะเห็นว่าตัวกระเป๋าช่องถัดจากที่ใส่ Laptop ดูสั้นๆ เนื่องจากมีตัวแยกชั้นเอาไว้ระหว่างกล้องกับของบนนี้ ทำให้ไม่ต้องกลัวว่าของในกระเป๋าจะไปทำให้กล้องเราเสียหายได้

ลองสะพายกระเป๋ากับแบบทั้งชายหญิงดูจะได้เห็นว่าขนาดกระเป๋าจริงๆ แล้วใหญ่แค่ไหน สำหรับผู้ชายนี่ไม่ใหญ่เลย แต่สำหรับผู้หญิงอาจจะดูใหญ่กว่าตัวไปหน่อย ส่วนวิธีการหยิบกล้องออกจากกระเป๋าก็ง่ายๆ แค่เราสะพายข้างเดียวแล้วรูดซิบออกมา ตัวแถบที่ปิดช่องนั้นเอาไว้จะเป็นถาดให้ Insert สามารถไหลออกมาได้ทำให้เวลาหยิบกล้องออกมาใช้งานไม่ต้องกังวลว่า Insert จะไหลจนร่วงไป
สำหรับตัวกระเป๋า Caden L5 นี้เราได้มาในราคา 1,990 บาท สำหรับใครที่สนใจก็ลองหาซื้อกันดูทั้งเว็บในประเทศและต่างประเทศเลย ถ้าไม่รีบสั่งของนอกก็ถูกกว่าหน่อยแต่ก็อาจต้องเสียเวลารอกันนานกว่ากันเล็กน้อยนั่นล่ะ

Posted on Leave a comment

รีวิว Air Sofa โซฟาพกพาพร้อมแสงไฟ

เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาทางบริษัท New Step Asia ได้ส่งของมาให้ผมหลายชิ้น แต่ชิ้นแรกที่แกะมาเล่นเลยก็คือ Air Sofa ซึ่งราคาน่าคบหาเพียงแค่หลักร้อยเท่านั้น ด้วยคุณสมบัติที่พกพาง่าย และการใช้งานก็ต้องการเพียงแค่ลมเท่านั้น ทำให้มันเป็นเครื่องใช้อีกชิ้นที่ผมชอบ

Air Sofa มีขนาดที่เล็กพอต่อการพกพา โดยมีซองสำหรับใส่พกพาและหลอดไฟ ซึ่งถ้าเรียกให้ถูกต้องบอกว่าฟองน้ำที่มีแสง ใช้สำหรับเพิ่มลูกเล่นให้กับตัว Air Sofa เหมาะสำหรับการจัดปาร์ตี้นั่นเอง

เมื่ออัดลมเข้าไปพร้อมใช้งานก็สามารถรับน้ำหนักผู้ชายอ้วนๆ ได้สบาย แต่จุดที่น่าสนใจและมีคนบ่นเยอะคือลมมันออกง่ายไปหน่อย ซึ่งจากที่ผมทดสอบใช้หลายครั้งพบว่าต้นตอมันอยู่ที่ผู้ใช้งานรัดไม่แน่นพอนั่นเอง …ซึ่งถ้ารัดแน่นพอ มันก็ยังคงสูญเสียลมออกทีละนิด คล้ายกับการเป่าลูกโป่งแล้วมัดยางไว้ ยังไงมันก็เล็กลง

การอัดลมเข้าไป ถ้าดูจากคลิปเมืองนอกที่มีคนรีวิวไว้ เค้าทดสอบด้วยการยืนในสนามหญ้าแล้วเปิดปาก Air Sofa พร้อมกับเหวี่ยงซ้าย-ขวา เปิดๆ ปิดๆ อยู่อย่างนั้น แต่ผมรู้สึกว่ามันยากเกินไปเลยจับไปยืนจ่อหน้าพัดลมเลยง่ายกว่า เมื่อได้ลมมากพอก็จัดการรัดมันซะ

จุดเล็กๆ ที่น่าสนใจก็คือตัวล็อกจะเป็นแบบ 2 ชั้นคือต้องกดปุ่มด้านบนค้างไว้ถึงจะบีบปลดล็อกได้ ซึ่งหลังจากที่เราอัดลมเข้าไปจนพอใจแล้วก็จัดการม้วนๆๆๆ พร้อมกับล็อกมันซะ

หลังจากนั้นก็เรียบร้อยจ้า นอนเล่นได้ทั้งวันเลย แม้ว่ามันจะไม่คงทนลมอยู่นานข้ามวันข้ามคืนขนาดนั้น แต่มันก็ยาวนานพอสำหรับการจัดปาร์ตี้หรือการงีบสักพักล่ะน่า

Posted on Leave a comment

วันว่างๆ มาเล่น Google Solitaire Card กันเถอะ

วันนี้ มีของเล่นมาใหม่ เป็นการ์ดเกมน่ารักๆ จาก Google
Google Solitaire Card
แต่ก่อนที่เราจะไปดูกันว่า การ์ดเกม ตัวนี้เล่นกันยังไง

ปาล์มแนะนำทุกคนให้รู้จักเกม Solitaire Card กันก่อน
ถ้ายัง ลองค้นหา “solitaire” หรือ “solitaire card” บน google search
เราจะพบเกม solitaire ขึ้นมาให้เราเล่นได้จากหน้าเพจ ของ Google เลย
ซึ่งจริงๆแล้ว บน Google นั้น ไม่ได้มีแค่เกมนี้ เกมเดียวนะ
ยังมีอีกหลากหลายเกม ที่อีกหลายคนยังไม่รู้ว่าเราสามารถเล่นได้บน Google
ดังนั้นทาง Google จึงทำการ์ดเกม Google Solitaire Card พิเศษขึ้นมา ให้เราลองเล่นกัน
เพื่อใบ้ว่า มีเกมอะไรบ้าง ที่เพื่อนๆ สามารถเล่นกันได้ บน Google

 
ในกล่องจะมีการ์ดน่ารักๆ ทั้งหมด 54 ใบ
ซึ่งด้านหน้าของการ์ดเหล่านี้ จะมีแค่เครื่องหมาย ข้าวหลามตัด ♦ , ดอกจิก ♣ , โพธิ์แดง ♥ และโพธิ์ดำ ♠
ที่มาพร้อมกับ ภาพและคำใบ้ ที่จะนำไปหาคำตอบว่า การ์ดแต่ละใบ เป็น “ตัวเลข” อะไร
ถ้ายังไม่เข้าใจ ปาล์มจะแสดงตัวอย่างให้ดูค่ะ
ในภาพนี้ จะมี การ์ดข้าวหลามตัด ที่บอกว่า “China unluckiest number”
พอเรานำคำใบ้นี้ไปค้นหาใน Google search เราจะพบว่า การ์ดใบนี้ คือ เลข 4 
หลังจากทราบคำตอบหรือค่าตัวเลขของการ์ดเเต่ละใบ
เเล้วนำการ์ดทุกใบมาเรียงกัน โดยเอาด้านหลังของการ์ด ขึ้น แล้วเรียงตั้งเเต่
ค่าน้อยที่สุดไปมากสุด คือ 2,3,4,5,6,7,8,9,10,J,Q,K,A
เริ่มจาก ข้าวหลามตัด ♦ , ดอกจิก ♣ , โพธิ์แดง ♥ และโพธิ์ดำ ♠
แล้วเราก็จะได้ภาพ Jigsaw ที่จะเฉลยว่าว่า ใน Google มีเกมอะไรที่ ซ่อนอยู่บ้าง ดังรูป

ถ้าเพื่อนๆ สนใจข้อมูลเพิ่มเติมลองเข้าไปที่ บล็อก solitaire card  กันได้เลยค่ะ
ลองหา Google Solitaire Card มาเล่นกันนะคะ
Posted on Leave a comment

Sweat Gutr ใส่ไว้… เหงื่อไม่ไหลเข้าตา

หลายวันก่อนรุ่นน้องแนะนำว่ามีอุปกรณ์สวมใส่ป้องกันเหงื่อชื่อ Sweat Gutr ผมก็จิตนาการไปเลยว่ามันต้องเป็นสายรัดข้อมือสำหรับเล่นกีฬาอย่างแน่นอน ประมาณว่าใส่ไว้เล่นเทนนิสอะไรทำนองนั้น แต่เปล่าครับ… มันไม่ได้เอาไว้รัดข้อมือแต่มันเอาไว้สวมใส่หัวนี่แหละ!

ตอนเห็นแพคเกจกับตัวสินค้าครั้งแรก ผมก็ได้แค่คิดว่า “เออ …มันแปลกดีนะ” และในกล่องก็มีเพียงตัวสายที่เป็นยางๆ ไว้รัดกับหัว และส่วนท้ายของสายก็มีห่วงยาง 3 ขนาดเพื่อให้เลือกใช้ตามขนาดของหัวนั่นล่ะ ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนยากกว่านั้นเลย

ตรงตัวสายถ้าให้อธิบายง่ายๆ มันก็เหมือนรางน้ำที่ติดอยู่ตามหลังคาบ้านอะไรทำนองนั้น หลักการมันก็คือสวมใส่คาดไว้ที่หน้าผาก พอเหงื่อไหลลงมาก็จะเจอรางน้ำมหัศจรรย์นี้กระโดดมาขวาง เพื่อไม่ให้เหงื่อไหลเข้าตาและเหงื่อก็จะไหลตามรางออกไปด้านข้างแทน

…แน่นอนว่ามันถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานด้านกีฬาเป็นหลัก และคนส่วนใหญ่ก็คงนึกถึงเรื่องกีฬาแต่ผมมองว่ามันใช้ได้มากกว่านั้น

อย่างแรกเลยมันใช้ในเชิงแฟชั่นได้เพราะมันสวยครับ มีหลายสีสันให้เลือกใช้ และวันที่ผมเห็นประโยชน์ของมันก็คือวันที่ผมต้องยกของ มือเปื้อน ไม่สามารถยกแขนมาปาดเหงื่อได้ ผมก็เลยเห็นประโยชน์ที่มากกว่าการใช้ด้านกีฬา

ในการสวมใส่ก็หนึบๆ นิดๆ ไม่ถึงกับรำคาญหรือรัดหัวเกินไป แต่ก็ไม่หลวมจนลื่นไหลหลุดลงมา เรียกได้ว่าสวมใส่ได้ง่ายและสบายหัวครับ ส่วนการทำความสะอาดก็แค่เปิดน้ำล้างแค่นั้นก็เรียบร้อย …จัดว่าเป็น item ที่เรียบง่ายแต่มีประโยชน์มากครับ

ส่วนราคาและวิธีสั่งซื้อสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่หน้าเพจ ซึ่งตอนนี้มีโปรโมชั่นในราคาชิ้นละ 750 บาท และถ้าสั่งหลายชิ้นก็ได้ราคาที่ถูกกว่านี้ด้วย