เมื่อ AI วางแผนเส้นทางบนดาวอังคาร NASA ใช้ Claude นำทางยาน Perseverance ลดเวลาทำงานลงครึ่งหนึ่ง

ยุคใหม่ของการสำรวจอวกาศได้เริ่มขึ้นแล้ว เมื่อ NASA ประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ในการใช้ Large Language Model (LLM) อย่าง Claude ของบริษัท Anthropic ในการวางแผนเส้นทางให้กับยานสำรวจ Perseverance บนดาวอังคาร นับเป็นครั้งแรกที่ AI มีบทบาทสำคัญในการนำทางหุ่นยนต์สำรวจบนดาวเคราะห์ดวงอื่นโดยตรง ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการทดลองเล็กๆ แต่เป็นการปฏิบัติภารกิจจริงที่ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพมหาศาลของ AI ในอนาคต

ในช่วงวันที่ 8-10 ธันวาคมที่ผ่านมา ยาน Perseverance ได้ขับเคลื่อนเป็นระยะทางกว่า 400 เมตร ผ่านภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยหินในหลุมอุกกาบาต Jezero โดยใช้เส้นทางที่ Claude เป็นผู้วางแผนทั้งหมด นี่คือความสำเร็จที่เกิดจากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างทีมวิศวกรของ Jet Propulsion Laboratory (JPL) และ AI ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า LLM ไม่ได้มีดีแค่การสนทนา แต่ยังสามารถประยุกต์ใช้กับงานที่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงได้อีกด้วย

เบื้องหลังความสำเร็จนี้ไม่ใช่แค่การป้อนคำสั่งง่ายๆ แต่เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและรอบคอบ การนำทางยานสำรวจบนดาวอังคารนั้นเป็นงานที่ต้องใช้ความแม่นยำสูงสุด เพราะทุกการเคลื่อนที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการลื่นไถล การพลิกคว่ำ หรือล้อติดหล่ม ซึ่งที่ผ่านมามนุษย์ต้องวางแผนเส้นทางแบบ ‘โรยขนมปัง’ (breadcrumb trail) อย่างละเอียด โดยใช้ภาพถ่ายจากวงโคจรและจากตัวยานเอง แต่สำหรับภารกิจนี้ NASA ได้ป้อนข้อมูลบริบทที่ยาน Perseverance รวบรวมมานานหลายปีให้กับ Claude Code ซึ่งเป็นโมเดล AI สำหรับการเขียนโปรแกรมของ Anthropic เพื่อให้ AI ‘เรียนรู้’ และ ‘เข้าใจ’ สภาพแวดล้อมและข้อจำกัดต่างๆ บนดาวอังคาร จากนั้น Claude จึงเริ่มวางแผนเส้นทางอย่างเป็นระบบ โดยแบ่งเส้นทางออกเป็นส่วนย่อยๆ ยาว 10 เมตร แล้วทำการวิเคราะห์ วางแผน และปรับปรุงแก้ไขเส้นทางของตัวเองซ้ำๆ จนได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ก่อนที่จะนำมาต่อกันเป็นเส้นทางยาว ที่สำคัญทีมวิศวกรของ JPL ยังนำเส้นทางที่ AI สร้างขึ้นไปทดสอบในระบบจำลอง (simulation) ที่พวกเขาใช้ทุกวันเพื่อตรวจสอบความถูกต้องอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งผลลัพธ์ก็น่าทึ่ง เพราะทีมงานต้องแก้ไขแผนของ Claude เพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยหนึ่งในการปรับแก้เกิดจากทีมงานมีภาพถ่ายระดับพื้นดินที่ AI ยังไม่เคยเห็น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการทำงานร่วมกันที่สมบูรณ์แบบระหว่างมนุษย์และ AI

ความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นก้าวสำคัญของ Anthropic ที่พัฒนาโมเดลจากที่เคยเล่นเกม Pokémon Red ไม่ผ่านเมื่อปีก่อน มาสู่การนำทางยานสำรวจบนดาวเคราะห์อื่น แต่ยังเป็นประโยชน์มหาศาลต่อ NASA เอง โดยหน่วยงานคาดการณ์ว่าการใช้ AI ในลักษณะนี้จะช่วยลดระยะเวลาในการวางแผนเส้นทางลงได้ถึงครึ่งหนึ่ง ทำให้ทีมปฏิบัติการมีเวลาไปให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และการวิเคราะห์มากขึ้น ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคที่ NASA กำลังเผชิญกับความท้าทายด้านงบประมาณและบุคลากร การเพิ่มประสิทธิภาพด้วย AI จึงเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้มนุษยชาติเรียนรู้เกี่ยวกับดาวอังคารได้มากและเร็วยิ่งขึ้น

ที่มา: Engadget