ความพยายามของฝรั่งเศสในการปกป้องเยาวชนจากโลกโซเชียลมีเดียกำลังจะก้าวไปอีกขั้นที่น่ากังวล เมื่อรัฐบาลไม่เพียงแต่ผลักดันกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีใช้งาน แต่ยังส่งสัญญาณว่าอาจออกมาตรการควบคุม VPN ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญด้านความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กๆ ใช้เป็นช่องทางหลบเลี่ยงกฎหมายนี้
เรื่องราวนี้เริ่มขึ้นเมื่อรัฐบาลฝรั่งเศสเดินหน้าเสนอร่างกฎหมายจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเยาวชน ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว และกำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของวุฒิสภา แต่ประเด็นกลับร้อนแรงขึ้นเมื่อ Anne Le Hénanff รัฐมนตรีด้านปัญญาประดิษฐ์และกิจการดิจิทัล ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อสาธารณะ Franceinfo ว่า VPN คือเป้าหมายต่อไปในลิสต์ของเธอ เพราะมันอาจเป็นเครื่องมือที่ทำให้เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีสามารถมุดเข้าไปใช้งานโซเชียลมีเดียได้อยู่ดี เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในสหราชอาณาจักรซึ่งความนิยม VPN พุ่งสูงขึ้นทันทีหลังมีการออกกฎหมายจำกัดอายุในลักษณะเดียวกัน
การพุ่งเป้ามาที่ VPN (Virtual Private Network) ถือเป็นประเด็นที่ซับซ้อนและน่าถกเถียงในทางเทคนิคอย่างยิ่ง เพราะหัวใจหลักของ VPN คือการสร้างอุโมงค์เข้ารหัสข้อมูลที่ปลอดภัย ปกปิดตัวตนและตำแหน่งที่แท้จริงของผู้ใช้งาน ทำให้มันเป็นเครื่องมือสำคัญในการปกป้องความเป็นส่วนตัวและหลีกเลี่ยงการสอดแนม การที่รัฐจะออกมาตรการควบคุม VPN เพื่อใช้ยืนยันอายุของผู้ใช้งานจึงเปรียบเสมือนการสร้างความขัดแย้งในตัวเอง เพราะนั่นหมายความว่าผู้ให้บริการ VPN จะต้องเริ่มเก็บข้อมูลส่วนตัวที่สามารถระบุตัวตนได้ของผู้ใช้ เช่น บัตรประชาชน หรือข้อมูลชีวภาพ เพื่อตรวจสอบอายุ ซึ่งเป็นการทำลายจุดประสงค์ดั้งเดิมของ VPN ที่เน้นเรื่องการไม่เปิดเผยตัวตนโดยสิ้นเชิง สถานการณ์นี้ไม่ต่างอะไรกับการบังคับให้บริษัทผลิตตู้เซฟต้องเก็บกุญแจสำรองของลูกค้าทุกคนไว้กับตัว มันสร้างบ่อข้อมูลส่วนบุคคลขนาดมหึมาที่กลายเป็นเป้าหมายชั้นดีของแฮกเกอร์ ดังที่เห็นตัวอย่างในสหรัฐอเมริกาซึ่งมีกฎหมายยืนยันอายุกว่า 25 ฉบับในระดับรัฐ แต่กลับไม่มีมาตรฐานกลางในการจัดเก็บและป้องกันข้อมูล ทำให้เกิดความกังวลอย่างหนักเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกรวบรวมไป
แม้ว่าเจตนาในการปกป้องเยาวชนจะเป็นเรื่องที่ดี แต่การเลือกใช้วิธีที่อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพออนไลน์ของประชาชนทุกคน กำลังทำให้มาตรการคุ้มครองเด็กเริ่มมีลักษณะคล้ายกับการควบคุมแบบเบ็ดเสร็จในสายตาของนักวิจารณ์ นี่คือการเดินบนเส้นด้ายที่อันตรายระหว่างความปลอดภัยและการคุกคามเสรีภาพ ซึ่งทั่วโลกกำลังจับตามองว่าฝรั่งเศสจะหาทางออกให้กับสมการที่ซับซ้อนนี้ได้อย่างไร
ที่มา: Engadget








