OpenAI ปิด Sora API 24 กันยายน 2026 ไม่มีโมเดลแทน

OpenAI ประกาศปิด Sora API วันที่ 24 กันยายน 2026 นักพัฒนาต้องย้ายข้อมูลออกก่อนเส้นตาย ส่วนเหตุผลเบื้องหลังยังเป็นที่ถกเถียงระหว่างการจัดสรร compute กับแรงกดดันเรื่อง deepfake

OpenAI ยืนยันว่าจะปิดการให้บริการ Sora API ทั้งหมด รวมถึงโมเดลตระกูล sora-2 ทุกเวอร์ชัน ในวันที่ 24 กันยายน 2026 โดยไม่มีโมเดลทดแทนจากบริษัทเองมารองรับ นักพัฒนาที่ยังใช้งานอยู่ต้องดึงข้อมูลและวิดีโอที่สร้างไว้ออกมาเก็บเองก่อนเส้นตาย เพราะหลังปิดระบบข้อมูลจะถูกลบถาวร

การปิดครั้งนี้แจ้งล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2026 ส่วนแอพและเว็บไซต์ Sora สำหรับผู้บริโภคทั่วไปปิดไปแล้วตั้งแต่ 26 เมษายน 2026 เหลือเพียงฝั่ง API สำหรับนักพัฒนาที่ยังเปิดใช้งานอยู่จนถึงวันปิดจริง

ไทม์ไลน์การปิด Sora

  • 24 มีนาคม 2026: OpenAI แจ้งนักพัฒนาเรื่องแผนปิด Sora API
  • 26 เมษายน 2026: ปิดแอพและเว็บไซต์ Sora สำหรับผู้บริโภคทั่วไป
  • 24 กันยายน 2026: ปิด Sora API เต็มรูปแบบ

โมเดลที่ถูกถอดออกจาก API ทั้งหมด ได้แก่ sora-2, sora-2-pro, sora-2-2025-10-06, sora-2-2025-12-08 และ sora-2-pro-2025-10-06 รวมถึง Videos API endpoint เอง หน้า deprecation ของ OpenAI ไม่มีช่อง "replacement model" ให้เลือกย้าย ต่างจากการเลิกใช้โมเดลอื่นๆ ที่ปกติจะมีตัวแนะนำให้ย้ายไปใช้แทน

ทำไม OpenAI ถึงปิด Sora

เหตุผลที่ OpenAI พูดเองมาจาก Sam Altman ที่ให้สัมภาษณ์ครั้งแรกหลังปิด Sora ในพอดแคสต์ "Mostly Human" ของ Laurie Segall เขาบอกว่าการตัดสินใจมาจากความจำเป็นต้อง "concentrate our compute and our product capacity into these next generation of automated researchers and companies" พูดง่ายๆ คือดึงกำลังประมวลผลไปทุ่มให้โปรดักต์สาย agentic AI, coding และ enterprise ที่กำลังแข่งกับ Anthropic (Claude Code) อย่างหนัก และบอกว่ารู้สึกแย่มากที่ต้องแจ้งข่าวนี้กับพาร์ทเนอร์อย่าง Disney ที่เคยตกลงความร่วมมือกับ OpenAI มูลค่าราว 1 พันล้านดอลลาร์เพื่อนำตัวละครของตัวเองเข้า Sora แต่ Disney เพิ่งได้รู้ข่าวปิดล่วงหน้าไม่ถึง 1 ชั่วโมงก่อนประกาศสู่สาธารณะ

คู่ขนานกันมีอีกมุมที่สื่อใหญ่หลายเจ้า เช่น NPR, CBC และ Al Jazeera จั่วหัวข่าวโดยโยงกับแรงกดดันเรื่อง deepfake และการใช้หน้าคนดังโดยไม่ยินยอมเป็นประเด็นหลัก ตลอดอายุการให้บริการ Sora เคยถูกร้องเรียนจนต้องบล็อกวิดีโอที่ใช้หน้า Michael Jackson, Martin Luther King Jr. และ Mister Rogers หลังโดนทักท้วงจากทายาทและสหภาพนักแสดง และก่อนประกาศปิดเพียง 1 วัน OpenAI เพิ่งออกบล็อกโพสต์ "Creating with Sora safely" ประกาศ guardrail ใหม่เพื่อจำกัดคอนเทนต์อันตราย ทำให้การประกาศปิดตามมาแบบกะทันหันเกินคาด

ทั้งสองมุมนี้เป็นการตีความจากสื่อ ไม่ใช่คำยืนยันจาก OpenAI เองว่าอันไหนคือสาเหตุหลัก คำพูดของ Altman เน้นเรื่องการจัดสรรทรัพยากรล้วนๆ ส่วนแรงกดดันเรื่องความปลอดภัยเป็นบริบทที่สื่อหยิบมาให้น้ำหนักเพิ่มเติมเอง

ต้นทุนที่แหล่งข่าวรายงานไม่ตรงกัน

ตัวเลขต้นทุนต่อวันของ Sora ก็เป็นอีกจุดที่แหล่งข่าวขัดแย้งกัน บางแหล่งอ้างอิงรายงานของ Wall Street Journal ที่ TechCrunch สรุปมาระบุตัวเลขราว 1 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ขณะที่บล็อกสาย AI-video บางแห่งระบุตัวเลขสูงถึงราว 15 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ทั้งสองตัวเลขไม่มี OpenAI ยืนยันเองโดยตรง ส่วนตัวเลขที่หลายแหล่งรายงานตรงกันคือรายได้รวมตลอดอายุสินค้าจากการซื้อในแอพอยู่ที่ราว 2.1 ล้านดอลลาร์ ผู้ใช้แอพ Sora เคยพีคสุดที่ราว 1 ล้านคน ก่อนลดลงเหลือต่ำกว่า 500,000 คนช่วงก่อนปิดตัว

นักพัฒนาที่ใช้ Sora API ต้องทำอะไรต่อ

API ยังทำงานได้ปกติจนถึงเวลาปิดจริงวันที่ 24 กันยายน 2026 ไม่ใช่การทยอยปิดฟีเจอร์ล่วงหน้า สิ่งที่นักพัฒนาต้องทำคือดึงวิดีโอและข้อมูลที่สร้างไว้ผ่าน endpoint /v1/sora/generations ออกมาเก็บเองก่อนเส้นตาย (คนละช่องทางกับเครื่อง export ของแอพผู้บริโภคที่ sora.chatgpt.com/sunset) เพราะ OpenAI ระบุว่าจะลบข้อมูลถาวรหลังปิดระบบ และเนื่องจากไม่มีโมเดลทดแทนอย่างเป็นทางการ ทีมที่พึ่งพา Sora 2 อยู่ต้องวางแผนย้ายไปแพลตฟอร์มอื่นเอง

ในฟอรัม OpenAI Developer Community มีเธรดชื่อ "Save the Sora 2 API and please do not discontinue" ที่นักพัฒนาเสนอให้ open-source โมเดลหรือระดมทุนกันเพื่อรักษา API ไว้ ระบุว่าการปิดจะกระทบสตูดิโอภาพยนตร์ ครีเอเตอร์โซเชียล และศิลปินที่พึ่งพา Sora 2 อยู่ในเวิร์กโฟลว์การทำงาน

ทางเลือกแทน Sora API

สองตัวเลือกที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในการย้ายออกจาก Sora คือ Google Veo 3.1 ที่จุดขายคือคุณภาพภาพและเสียงที่สร้างมาพร้อมกันในตัว (native audio) เหมาะกับงานที่ต้องการคุณภาพสูง กับ Kling 3.0 ของ Kuaishou ที่จุดขายคือความคุ้มราคาและโมชั่นที่เป็นธรรมชาติ ทำได้ทั้ง text-to-video และ image-to-video ในราคาต่อวินาทีที่ถูกกว่า Sora และ Runway

ทางเลือกอื่นที่ถูกพูดถึงรองลงมาได้แก่ Seedance 2.0 ของ ByteDance ที่เคยขึ้นอันดับ 1 บน leaderboard ของ Artificial Analysis บางช่วง, Runway Gen-4 ที่เน้นการควบคุมงานสร้างสรรค์ และ Wan 2.7 ของ Alibaba ที่เน้นราคาประหยัด นอกจากนี้ยังมีบริการ aggregator API ที่รวมหลายโมเดลไว้จุดเดียวเพื่อลดความยุ่งยากตอนย้ายระบบ แต่ข้อมูลส่วนนี้มาจากบล็อกของผู้ให้บริการเองซึ่งมีมุมโฆษณาบริการตัวเองปนอยู่ด้วย

ผลกระทบต่อวงการ AI video generation

หลายบล็อกสาย AI-video มองว่าการปิด Sora เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ตลาดเหลือผู้เล่นหลักไม่กี่ราย Runway, Google Veo และ Kling ถูกมองว่าเป็นผู้เล่นที่ออกแบบโมเดลธุรกิจให้คุ้มต้นทุนตั้งแต่ต้น ต่างจาก Sora ที่แปลงมาจากงานวิจัยสู่โปรดักต์ผู้บริโภคโดยตรง กรณีนี้จึงถูกยกเป็นตัวอย่างว่าการทุ่มทำสินค้าที่กระแสแรงในช่วงแรกโดยไม่มีโมเดลรายได้ที่ยั่งยืนรองรับ เสี่ยงพังเร็วแค่ไหนแม้จะมีผู้ใช้จำนวนมากตอนเปิดตัว

OpenAI ยืนยันเรื่องนี้อย่างเป็นทางการผ่านโพสต์บน X ว่า "We’re saying goodbye to Sora" พร้อมระบุว่าจะแจ้งไทม์ไลน์ของแอพและ API รวมถึงรายละเอียดการเก็บรักษาผลงานผู้ใช้ตามมา และมีหน้า Help Center ที่สรุปไทม์ไลน์และวิธี export ข้อมูลไว้ให้นักพัฒนาอ่านโดยตรง

สำหรับนักพัฒนาที่ยังใช้ Sora API อยู่ สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือเริ่มทดสอบย้ายระบบให้เสร็จก่อนใกล้เส้นตาย เพราะถ้าปล่อยไว้จนใกล้วันที่ 24 กันยายน 2026 มีความเป็นไปได้ที่นักพัฒนาจำนวนมากจะแห่ย้ายพร้อมกันในช่วงเวลาเดียวกัน

แหล่งอ้างอิง