ทรัมป์ออกกฎเหล็ก Made in USA ขวางลำแผนสร้างเครือข่าย EV Charger ทั่วประเทศ

ดูเหมือนว่าสงครามรถยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลทรัมป์จะยังไม่จบง่ายๆ หลังจากความพยายามระงับงบประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์สำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (NEVI) ไม่เป็นผล ล่าสุดก็ได้มีการออกกฎใหม่ที่อาจจะส่งผลร้ายแรงยิ่งกว่าการตัดงบประมาณโดยตรงเสียอีก

กระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ ได้ประกาศเงื่อนไขใหม่ที่ระบุชัดเจนว่าสถานีชาร์จ EV ที่จะได้รับเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาลกลางภายใต้โครงการ NEVI นั้น จะต้องถูกผลิตขึ้นในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น และที่สำคัญคือชิ้นส่วนประกอบภายในก็ต้องมีแหล่งที่มาจากในประเทศด้วย กฎนี้เปรียบเสมือนการสกัดกั้นแผนการขยายเครือข่ายสถานีชาร์จครั้งใหญ่ หลังจากที่ศาลรัฐบาลกลางได้สั่งให้ปลดล็อกงบประมาณที่รัฐบาลพยายามจะแช่แข็งไว้ก่อนหน้านี้

การบังคับใช้กฎ “Buy American” ในอุตสาหกรรมที่พึ่งพา supply chain ระดับโลกอย่างสถานีชาร์จ EV ถือเป็นการสร้างกำแพงที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ ลองนึกภาพตามว่าผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง ABB, Tritium หรือแม้แต่ ChargePoint ล้วนพึ่งพาส่วนประกอบสำคัญจากทั่วโลก โดยเฉพาะชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์หัวใจหลักอย่าง semiconductor หรือ power module ที่ส่วนใหญ่มีฐานการผลิตในเอเชีย การจะย้ายฐานการผลิตทั้งหมดกลับมาที่สหรัฐฯ ไม่ใช่แค่การตั้งโรงงานประกอบขั้นสุดท้าย แต่หมายถึงการรื้อสร้างระบบนิเวศทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่แผงวงจรไปจนถึงตัวเครื่อง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาหลายปีและเงินทุนมหาศาล ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจนคือต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งจะทำให้งบประมาณก้อนเดียวกันนี้สร้างสถานีชาร์จได้น้อยลงอย่างน่าใจหาย และที่สำคัญที่สุดคือการสร้างภาวะคอขวดที่จะทำให้การขยายเครือข่ายสถานีชาร์จทั่วประเทศต้องหยุดชะงักไปโดยปริยาย

สรุปแล้ว มาตรการนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่การส่งเสริมอุตสาหกรรมในประเทศอย่างที่กล่าวอ้าง แต่เป็นกลยุทธ์ทางการเมืองที่แยบยลในการทำให้โครงการโครงสร้างพื้นฐาน EV ที่สำคัญต้องเป็นอัมพาตลง โดยใช้เงื่อนไขด้านการผลิตเป็นเครื่องมือ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วผู้ที่ได้รับผลกระทบก็คือผู้บริโภคและเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของประเทศ

ที่มา: The Verge