เสียงเรียกร้องของแฟนๆ ทั่วโลกดังไปถึงสวรรค์ ในที่สุดฝันก็เป็นจริง เมื่อคู่ขวัญในตำนานแห่งโลกภาพยนตร์แอ็กชันผจญภัยอย่าง ริค โอคอนเนลล์ และ เอฟเวอลีน คาร์นาฮาน กำลังจะกลับมาอีกครั้งในการผจญภัยครั้งใหม่ที่ทุกคนตั้งตารอ
ล่าสุดมีรายงานยืนยันอย่างเป็นทางการว่า The Mummy ภาคต่อฉบับที่แท้จริงกำลังจะเกิดขึ้น พร้อมกับการกลับมารับบทเดิมของ เบรนแดน เฟรเซอร์ และ เรเชล ไวสซ์ ที่สำคัญคือมีการประกาศวันเข้าฉายอย่างเป็นทางการแล้ว สร้างความฮือฮาให้กับคอหนังยุค 90s และแฟนๆ ทั่วโลกเป็นอย่างมาก
เดอะ มัมมี่ : คืนชีพคำสาปนรกล้างโลก (1999) ★ 7.0 กลางทะเลทรายอียิปต์ คนกลุ่มหนึ่งเดินทางมาแสวงหาสมบัติที่สาปสูญ แต่พวกเขากลับปลุกคำสาปอาถรรพ์กว่า 3 , 000 ปีขึ้นมา และนำความสยดสยองมาสู่ผู้รุกล้ำ
การกลับมาครั้งนี้นับเป็นปรากฏการณ์สำคัญ โดยเฉพาะสำหรับ เบรนแดน เฟรเซอร์ ที่เพิ่งจะกลับมาทวงบัลลังก์นักแสดงคุณภาพได้อย่างยิ่งใหญ่ด้วยการคว้าออสการ์จากเรื่อง The Whale ซึ่งการคืนสู่บท ริค โอคอนเนลล์ ถือเป็นการหวนคืนสู่รากเหง้าความสำเร็จในฐานะแอ็กชันสตาร์ที่แฟนๆ รัก
เดอะมัมมี่ รีเทิร์น : ฟื้นชีพกองทัพมัมมี่ล้างโลก (2001) ★ 6.4 เรื่องราวเริ่มต้นจากการพบศพของ อิมโฮเทป (วอสลู) ที่กำลังถูกปลุกให้กลับคืนชีพ ในพิพิธภัณฑ์ประเทศอังกฤษ มัมมี่อิมโฮเทปจะกลับมาสู่โลกมนุษย์อีกครั้ง และปรารถนาในความเป็นอมตะ แต่พลังที่มีอานุภาพเหนือกว่า นั่นคืออำนาจมืดที่เกิดจากพิธีกรรมของอียิปต์โบราณนั ้น ก็ถูกปลดปล่อยขึ้นมาบนโลกในเวลาเดียวกัน เมื่อพลังอำนาจทั้งสองได้มาปะทะกัน ชะตากรรมของโลกจึงขึ้นอยู่กับความสมดุลย์ ครอบครัว โอ คอนเนล (เฟรเชอร์ และ ไวทซ์) ถูกส่งมาต่อสู้กับอันตรายเหล่านี้ เพื่อพิทักษ์โลกจากความชั่วร้าย
ขณะที่ เรเชล ไวสซ์ ที่แฟนๆ บ่นคิดถึงสุดหัวใจหลังเธอไม่ได้ร่วมแสดงในภาคสาม The Mummy: Tomb of the Dragon Emperor ก็จะกลับมาเติมเต็มเคมีที่สมบูรณ์แบบอีกครั้ง
เดอะ มัมมี่ 3 : คืนชีพจักรพรรดิมังกร (2008) ★ 5.5 จักรพรรดิมังกรที่มีจิตใจอำมหิตของแผ่นดินจีน พร้อมนักรบจำนวน 10,000 นาย ถูกฝังลืม เป็นระยะเวลาชั่วกัปชั่วกัลป์ให้กลายเป็นกองทัพดินเผาที่ซ่อนตัวอยู่ในสุสาน ภายใต้คำสาปของซิหยวน แต่เมื่ออเล็กซ์ โอคอนเนลล์ นักผจญภัยหนุ่มผู้เชื่อมั่นในตัวเอง เกิดไปปลุกจักรพรรดิมังกรให้ฟื้นตื่นจากการหลับใหลชั่วนิรันดร์ นักโบราณคดีหนุ่มต้องขอความช่วยเหลือจากคนกลุ่มเดียวที่รู้ดีกว่าเขาว่าจะจัดการกับมัมมี่ที่ฆ่าไม่ตายได้อย่างไร คนกลุ่มนั้นก็คือพ่อแม่ของเขาเอง เมื่อจักรพรรดิผู้โหดเหี้ยมฟื้นคืนชีพ เหล่าฮีโร่ของเราพบว่าความต้องการจะ ครองโลกของจักรพรรดิมัมมี่กลับมีเพิ่มทวีขึ้น ด้วยอำนาจเหนือธรรมชาติที่มีอยู่อย่างเหลือล้นในตอนนี้ จักรพรรดิมัมมี่ต้องการปลุกกองทัพนักรบของเขาให้กลายเป็นกองทัพผีที่ใครก็หยุดไม่ได้ ถ้าพวกโอคอนเนลล์ไม่สามารถหยุดเขาได้เสียก่อน
ต้องยอมรับว่าไตรภาคดั้งเดิมที่เริ่มต้นในปี 1999 ได้สร้างมาตรฐานหนังผจญภัยล่าสมบัติที่สนุกครบรสเอาไว้สูงมาก จนกระทั่งการรีบูตจักรวาล Dark Universe ในปี 2017 ที่นำแสดงโดย ทอม ครูซ ก็ไม่สามารถเทียบชั้นได้
เดอะ มัมมี่ (2017) ★ 5.5 เรื่องราวของ The Mummy ฉบับนี้ จะไม่มีความเกี่ยวข้องกับหนัง The Mummy ไตรภาคที่เคยออกมาก่อนหน้านี้ แต่ภาพยนตร์เวอร์ชั่น 2017 จะเป็น “ตอนที่หนึ่ง ในจักรวาลหนังตัวประหลาด” หรือ “Universal Monsters” เมื่อเจ้าหญิงจากยุคอียิปต์โบราณ “อามาเนต์” (รับบทโดย Sofia Boutella) ที่ถูกทำให้กลายเป็นมัมมี่จากการก่อกบฎ สังหารฟาโรห์ และ ราชินี จนต้องถูกจับทำเป็นมัมมี่ทั้งเป็น และฝังไว้กลางทะเลทรายในอิรักเมื่อหลายพันปีก่อน จนกระทั่งมีการขุดค้นพบโลงศพหินโบราณของเธอ โดยการนำทีมของ “นิค มอร์ตั้น” (แสดงโดย Tom Cruise) นักโบราณคดีชาวอเมริกัน แต่ในระหว่างการขนย้าย ก็เกิดเรื่องขึ้น เมื่ออามาเนตถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยด้วยมือของนิค และเมื่อเธอตื่นขึ้น ความวิบัติจึงบังเกิดกับคณะขนย้าย เครื่องบินถูกทำลาย และนิคที่น่าจะตายไปแล้วก็ฟื้นขึ้น พร้อมกับประสาทสัมผัสถึงเรื่องราวของอามาเนต
การกลับมาของคู่ขวัญต้นฉบับจึงเปรียบเสมือนการปลุกคำสาปและมนต์ขลังของแฟรนไชส์นี้ให้ฟื้นคืนชีพอย่างแท้จริง ถือเป็นข่าวดีที่สุดในรอบหลายปีสำหรับแฟนๆ The Mummy เลยก็ว่าได้ เตรียมเก็บเงินรอการผจญภัยครั้งใหม่ของ ริค และ เอฟวี่ กันได้เลย
ที่มา: IGN