ดูเหมือนว่าสงครามคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งจะไม่ได้หยุดอยู่แค่การดัดแปลงวิดีโอเกมอีกต่อไป เมื่อ Netflix ยักษ์ใหญ่แห่งวงการได้ประกาศแผนครั้งสำคัญในการคว้าสิทธิ์บอร์ดเกมระดับตำนานอย่าง Ticket to Ride มาพัฒนาเป็นสื่อบันเทิงหลากหลายรูปแบบ สะท้อนทิศทางใหม่ที่ชัดเจนว่าขุมทรัพย์ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) จากโลกอนาล็อกกำลังจะกลายเป็นสมรภูมิแห่งใหม่ที่น่าจับตา
การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นจากการที่ Netflix ได้เข้าซื้อสิทธิ์ในบอร์ดเกม Ticket to Ride จากบริษัท Asmodee ซึ่งเป็นเจ้าของ โดยไม่ได้จำกัดอยู่แค่โปรเจกต์เดียว แต่ครอบคลุมถึงการสร้างสรรค์ทั้งในรูปแบบภาพยนตร์ ซีรีส์ทางโทรทัศน์ และสื่อรูปแบบอื่นๆ ที่ยังไม่เปิดเผย ประเดิมด้วยโปรเจกต์ภาพยนตร์เรื่องยาวที่จะได้ Ben Mekler และ Chris Amick มารับหน้าที่เขียนบท พร้อมกับการได้ Alan R. Moon ผู้สร้างเกมต้นฉบับมานั่งแท่นเป็นผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหารด้วยตัวเอง การเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการดัดแปลงเกมต่อรถไฟสุดคลาสสิกที่ครองใจผู้เล่นทั่วโลกมานานกว่า 20 ปี ให้มีชีวิตบนหน้าจอเป็นครั้งแรก
การเดิมพันกับ Ticket to Ride ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในยุทธศาสตร์การกว้านซื้อ IP ของ Netflix ที่ต้องการสร้างจักรวาลคอนเทนต์ของตัวเองเพื่อต่อกรกับคู่แข่ง การดัดแปลงบอร์ดเกมนั้นมีความท้าทายที่แตกต่างจากการนำวิดีโอเกมมาสร้างอย่างสิ้นเชิง เพราะแก่นของ Ticket to Ride คือกลยุทธ์การวางแผนเส้นทางและสะสมการ์ด ซึ่งแทบจะไม่มีเนื้อเรื่องหรือตัวละครที่จับต้องได้เลย สิ่งนี้เปิดโอกาสให้ทีมผู้สร้างต้องจินตนาการเรื่องราวขึ้นมาใหม่ทั้งหมด อาจจะเป็นหนังผจญภัยย้อนยุคที่แข่งกันสร้างทางรถไฟข้ามทวีป หรืออาจจะเป็นหนังแนวตลกร้ายของกลุ่มคนที่ต้องเดินทางไปให้ถึงจุดหมายโดยมีตั๋วรถไฟเป็นเดิมพัน นี่คือการพิสูจน์ฝีมือการสร้างโลกและตัวละครจากคอนเซปต์ที่ว่างเปล่า ซึ่งต่างจากเกมที่มีเนื้อเรื่องเข้มข้นอยู่แล้วอย่างสิ้นเชิง และที่น่าสนใจคือ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Netflix จับมือกับ Asmodee เพราะก่อนหน้านี้ก็ได้สิทธิ์บอร์ดเกมระดับตำนานอีกเกมอย่าง Catan ไปแล้ว รวมถึงการร่วมมือกับ Hasbro เพื่อสร้างเกมโชว์จาก Monopoly ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Netflix มองเห็นศักยภาพมหาศาลในกลุ่มแฟนคลับบอร์ดเกมที่เหนียวแน่นทั่วโลก
ท้ายที่สุดแล้ว การขยับตัวเข้าสู่วงการบอร์ดเกมของ Netflix คือการส่งสัญญาณว่าพวกเขาพร้อมที่จะมองหาวัตถุดิบจากทุกแหล่งเพื่อสร้างความได้เปรียบในสงครามสตรีมมิ่ง การนำเกมที่ไม่มีเรื่องราวมาปั้นเป็นภาพยนตร์คือความเสี่ยงที่น่าติดตามอย่างยิ่ง และหากโปรเจกต์ Ticket to Ride ประสบความสำเร็จ มันอาจจะเป็นการเปิดประตูบานใหม่ให้กับบอร์ดเกมอีกนับร้อยได้มีโอกาสโลดแล่นบนจอเช่นกัน
ที่มา: Engadget








