เชื่อว่าแฟนหนังหลายคนยังคงค้างคาใจกับตอนจบสุดช็อคของ Spider-Man: Across the Spider-Verse ที่ทิ้งปมใหญ่เอาไว้ให้เราลงแดงกันข้ามปี พร้อมกับการประกาศเลื่อนฉายภาคต่ออย่าง Beyond the Spider-Verse ออกไปอย่างไม่มีกำหนด สร้างความกังวลว่าเราจะได้เห็นบทสรุปของมหากาพย์นี้เมื่อไหร่กันแน่ แต่ล่าสุด สองโปรดิวเซอร์และผู้เขียนบทคนสำคัญก็ได้ออกมาเปิดใจถึงสาเหตุที่แท้จริงแล้ว
ฟิล ลอร์ด (Phil Lord) และ คริส มิลเลอร์ (Chris Miller) คู่หูผู้สร้างสรรค์จักรวาลแมงมุมสุดเจ๋งนี้ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงความล่าช้าของภาคสุดท้าย โดยยอมรับว่าความท้าทายหลักคือการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ที่มอบประสบการณ์ที่ ‘สมบูรณ์และน่าพึงพอใจ’ ในตัวของมันเอง ไม่ใช่แค่การทำหนัง ‘ภาคแรกของตอนจบ’ ที่ตัดจบแล้วโยนไปให้ภาคต่อไป พวกเขาต้องการให้ Beyond the Spider-Verse เป็นบทสรุปที่ยิ่งใหญ่และคุ้มค่าสมการรอคอยของแฟนๆ ทั่วโลก ซึ่งการจะไปถึงจุดนั้นได้ต้องใช้เวลาและความทุ่มเทมหาศาล
หากจะพูดถึงคู่หู ลอร์ด และ มิลเลอร์ แล้วล่ะก็ แฟนหนังย่อมรู้ดีถึงมาตรฐานงานที่สูงลิ่วของพวกเขา ทั้งคู่เคยสร้างปรากฏการณ์มาแล้วกับ The LEGO Movie ที่เปลี่ยนหนังของเล่นให้กลายเป็นงานอนิเมชั่นชั้นครู และแน่นอนว่าการปลุกชีพให้ Spider-Man: Into the Spider-Verse ในปี 2018 จนสามารถคว้าออสการ์สาขาภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยมมาครองได้ ก็เป็นการปฏิวัติวงการไปตลอดกาล การสานต่อความสำเร็จใน Across the Spider-Verse ที่ขยายสเกลของมัลติเวิร์สออกไปอย่างบ้าคลั่ง พร้อมทิ้งท้ายด้วยฉากที่ไมล์ส โมราเลส (Miles Morales) ต้องเผชิญหน้ากับตัวเองในเวอร์ชัน Prowler บนโลก Earth-42 ที่ไม่มีสไปเดอร์แมน ขณะที่เกว็น สเตซี่ (Gwen Stacy) ก็กำลังรวบรวมทีมสไปเดอร์-พีเพิลเพื่อไปช่วยเขา มันคือความกดดันมหาศาลที่จะต้องสร้างภาคจบที่เหนือกว่าสองภาคแรกให้ได้
ดังนั้น การที่พวกเขาขอเวลาเพิ่มจึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะนี่คือการแบกรับความคาดหวังของคนทั้งโลก แม้จะทำให้เราต้องรอนานขึ้นอีกหน่อย แต่ก็เป็นการการันตีว่าบทสรุปการเดินทางของไมล์ส โมราเลส จะถูกเล่าออกมาอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด แล้วคุณล่ะ คิดว่าทีมของเกว็นจะไปช่วยไมล์สออกมาจากสถานการณ์สุดวิกฤตินั้นได้อย่างไร
ที่มา: Screen Rant











