ในที่สุด Xiaomi ก็กระโดดลงมาเล่นในตลาด Bluetooth tracker อย่างเป็นทางการแล้ว ด้วยการเปิดตัว Xiaomi Tag ที่มาพร้อมจุดขายสุดจี๊ด แก้ปัญหาคาใจของผู้ใช้ AirTag นั่นคือดีไซน์ที่ไม่ต้องพึ่งเคสเสริมให้วุ่นวาย
Xiaomi ได้เปิดตัวอุปกรณ์ติดตามของหายชิ้นแรกของค่ายอย่างเป็นทางการ โดย Xiaomi Tag มาพร้อมดีไซน์ทรงยาวรี ซึ่งอาจจะดูใหญ่กว่า AirTag ของ Apple เล็กน้อย แต่ความใหญ่ที่เพิ่มขึ้นนี้ก็แลกมากับความสะดวกสบายที่เหนือกว่า เพราะที่ปลายด้านหนึ่งของตัวเครื่องมีห่วงโลหะในตัว ทำให้ผู้ใช้สามารถนำไปคล้องกับพวงกุญแจ หรือเกี่ยวติดกับกระเป๋าได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเงินซื้ออุปกรณ์เสริมใดๆ เพิ่มเติม
การออกแบบของ Xiaomi Tag ที่มีห่วงในตัวนั้นสะท้อนปรัชญาที่แตกต่างจาก Apple อย่างสิ้นเชิง แทนที่จะขายตัวอุปกรณ์แยกกับเคสเพื่อสร้างรายได้เพิ่ม Xiaomi เลือกที่จะมอบความสะดวกสบายแบบครบจบในชิ้นเดียวตั้งแต่แกะกล่อง แต่จุดที่น่าสนใจและถือเป็นไม้เด็ดจริงๆ คือความสามารถในการรองรับเครือข่ายติดตามได้ทั้ง Find My ของ Apple และ Find Hub ของ Google ซึ่งเป็นการทลายกำแพงของ Ecosystem ครั้งสำคัญ ทำให้ไม่ว่าคุณจะใช้ iPhone หรือ Android ก็สามารถใช้งาน Xiaomi Tag ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แม้ว่าในการตั้งค่าครั้งแรกจะต้องเลือกระบบใดระบบหนึ่งก็ตามที การตัดสินใจนี้ทำให้ Xiaomi Tag มีความยืดหยุ่นสูงกว่าคู่แข่งทุกรายในตลาดอย่างชัดเจน ส่วนเรื่องพลังงานก็หายห่วงเพราะใช้แบตเตอรี่แบบถ่านกระดุม CR2032 ที่หาซื้อง่ายและใช้งานได้นานเป็นปี ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกันกับ AirTag
สรุปแล้ว Xiaomi Tag ไม่ใช่แค่ผู้ตามที่มาทีหลัง แต่เป็นผู้เล่นที่ศึกษาการบ้านมาอย่างดี โดยหยิบเอาจุดอ่อนของคู่แข่งมาเปลี่ยนเป็นจุดแข็งของตัวเอง ทั้งในแง่ของดีไซน์ที่ใช้งานได้จริงทันทีและอิสระในการเลือกระบบปฏิบัติการ ทำให้มันกลายเป็นตัวเลือกที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในตลาดอุปกรณ์ติดตามอัจฉริยะ
ที่มา: The Verge








