ภาพจำของมือถือจอพับที่เราคุ้นเคย มักมาพร้อมข้อจำกัดต่างๆ เช่น กล้องที่ไม่ดีนัก, หน้าจอที่มีรอยพับย่นกลางจอ, ปากกาที่ขาดๆ เกินๆ แต่ในที่สุด OPPO Find N6 ก็ทลายกำแพงพวกนี้ทิ้งไปหมด จนกลายเป็นมือถือจอพับที่ผมคิดว่าดีที่สุด
มือถือจอพับที่ ( แทบ ) ไม่เห็นรอยพับ
หน้าจอด้านนอกมีขนาด 6.62 นิ้ว OLED with LTPO ความสว่าง 1800 nits และสูงสุดที่ 3600 nits มี Adaptive Refresh Rate 1-120 Hz รองรับ HDR Vivid/Dolby Vision สู้แสงกลางแจ้งได้สบาย

และเมื่อกางออกก็จะพบหน้าจอด้านในขนาด 8.12 นิ้ว OLED with LTPO ความสว่าง 1800 nits และสูงสุดที่ 2500 nits มี Adaptive Refresh Rate 1-120 Hz รองรับ HDR Vivid/Dolby Vision เรียกได้ว่าคุณภาพดีทั้งจอนอกและจอในเลย

แต่ที่สร้างความน่าประทับใจเป็นพิเศษคือ OPPO Find N6 ไม่มีรอยย่นกลางจอเลย ไม่ว่าจะมองด้วยสายตาหรือใช้ปลายนิ้วสัมผัส อย่างไรก็ตามอาจมีคนที่บอกว่ายังมีรอยพับอยู่นิดนึงนะ ดังนั้นผมจึงขอเรียกว่า OPPO Find N6 เป็นมือถือจอพับที่แทบไม่เห็นรอยพับละกัน

ด้านข้าง Side Key ที่ทำหน้าที่เปิดเครื่องและสแกนลายนิ้วมือ ตามด้วยปุ่มปรับเสียง และมีปุ่มพิเศษเพิ่มมาคือ Snap Key ซึ่งสามารถเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้ แต่ค่าดั้งเดิมคือการเรียกใช้ AI Mind Space เพื่อทำการจับภาพหน้าจอและให้ AI วิเคราะห์ข้อมูล จากนั้นทำการบันทึกไว้ใน AI Mind Space

ระบบเสียงเป็นแบบลำโพงคู่ พร้อมไมค์ 4 ตัวสำหรับตัดเสียงรบกวน และยังมีฟีเจอร์ Clear Voice ที่ตัดเสียงรอบข้างออก เพื่อการสนทนาที่ชัดเจนที่สุด ซึ่งทั้งหมดนี้มีน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 225 กรัมเท่านั้น เบากว่ามือถือ Bar Type บางรุ่นด้วยซ้ำ และยังผ่านมาตรฐานความทนทานระดับ IP56/IP58/IP59 ด้วย
มาพร้อมปากกา OPPO AI Pen
นี่คืออีกสิ่งที่ทำให้ผมต้องอุทานอีกครั้ง เพราะมันคือสิ่งที่ผู้ใช้งานมือถือจอพับเรียกร้องกันมาตลอด และ OPPO AI Pen เหมือนรวมเอาทุกสิ่งที่คนต้องการมาไว้ด้วยกันอย่างน่าอัศจรรย์ใจ

เริ่มจากที่เก็บปากกาซึ่งเป็นปัญหาของจอพับมาตลอด ทาง OPPO เลือกที่จะใช้เป็นเคสแปะเข้าด้านหลังตัวเครื่อง ประเด็นคือ OPPO AI Pen ไม่ใช่แค่ปากกาทั่วไป แต่มันคือ Bluetooth ดังนั้นมันต้องใช้พลังงาน ตัวเคสนี้เลยใช้ระบบ Reverse Charging เพื่อทำการชาร์จ OPPO AI Pen โดยมีระบบถนอมแบตเตอรี่ด้วยการชาร์จไม่เกิน 80% สำหรับคนที่ซีเรียสกลัวแบตเตอรี่เสื่อม หรือจะเลือกให้ชาร์จเต็ม 100% เลยก็ได้ โดยใช้เวลาชาร์จ 3 นาทีก็จะใช้งานได้นาน 60 นาทีเลย

ความดีงามของตัวเคส OPPO AI Pen Kit คือมันสร้างสมดุลให้ตัวเครื่องเวลาวางบนโต๊ะ เพราะตัวเครื่องเดิมๆ จะมีความลาดเอียงจากกล้องที่นูนออกมา แต่พอใส่เคสแล้วแกนด้ามปากกาจะช่วยยกให้ฝาหลังเครื่องมีความระนาบเท่ากัน

ด้วยความเป็น Bluetooth ทำให้เราสามารถกดปุ่มเพื่อสั่งงานได้โดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอ เช่น
- กด 1 ครั้ง เรียกใช้เครื่องมือด่วน อย่าง Laser Pointer, Annotate, Quick Note, Capture
- กด 2 ครั้ง เพื่อสลับเครื่องมือหรือเรียกใช้ยางลบ
- กดค้าง เพื่อจับภาพหน้าจอ

โดยเราสามารถตั้งค่าปุ่มเหล่านี้ได้ และจะเห็นว่ามันมีระบบ Laser Pointer ด้วย ซึ่งอาชีพอย่าง อาจารย์, ติวเตอร์, นักขาย มันทำให้เราทำงานสะดวกขึ้นมาก แค่พก OPPO Find N6 เครื่องเดียว จากนั้นยิงสไลด์ขึ้นจอ จะด้วยวิธีต่อสายหรือไร้สายก็ได้ แล้วเราก็เปิดโหมด Laser Pointer ชี้วาดวงบนจอ ก็เหมือนเราเอาเลเซอร์ชี้บนกระดาน และที่สำคัญและหลายคนเรียกร้องให้มีคือ Remote Shutter ซึ่ง OPPO AI Pen สามารถสั่งลั่นชัตเตอร์กล้อง OPPO Find N6 ได้ด้วย …ทีนี้ล่ะ ถ้าอยากได้ภาพถ่ายมุมเผลอ หรือใส่ขาตั้งวางไว้ไกลตัว ก็แค่สั่งลั่นชัตเตอร์จาก OPPO AI Pen ได้

และที่สำคัญคือ OPPO AI Pen รองรับการตรวจจับน้ำหนักมือ 4,096 ระดับ ทำให้ลายเส้นปากกาดูเป็นธรรมชาติ การมาของ OPPO AI Pen Kit มันสร้างความแตกต่าง และสร้างประสบการณ์ใช้งานที่เหนือระดับขึ้นไปอีก
AI ที่ช่วยจดบันทึกและจัดระเบียบไอเดีย
บน ColorOS 16.0 มีแอป Notes ที่รีดประสิทธิภาพ OPPO AI Pen ได้เป็นอย่างดี มีแถบเครื่องมือสำหรับใช้งานปากกาอย่างครบถ้วน มีหัวปากกาให้เลือกหลายแบบ หลายขนาด

หรือถ้าไม่อยากจะใช้งานผ่าน Notes ก็สามารถเรียกใช้งานฟีเจอร์เหล่านี้ผ่าน AI Pen ได้โดยตรง ด้วยการเลือกคำสั่ง Capture เพื่อจับภาพหน้าจอ จากนั้นกดปุ่ม OPPO AI เพื่อเรียกใช้งาน 3 ฟีเจอร์ได้แก่
- AI Chart แปลงข้อมูลต้นทางเป็นตาราง
- AI Image แปลงข้อมูลต้นทางเป็นรูปภาพ
- Enhance Clarity เพิ่มความคมชัดของรูป



ระบบ AI Image ทำงานร่วมกับปากกาได้ดีมาก เพียงแค่เราวาดเค้าโครงรูปที่ต้องการ จากนั้นบอก AI ว่าเราอยากได้รูปอะไร มันก็จะสร้างรูปให้ทันที ซึ่งฟีเจอร์นี้ดีมากสำหรับคนที่วาดรูปไม่เก่งอย่างผม ผมแค่วาดโครงรูปปลาแบบเด็กอนุบาล แล้วก็อธิบายเพิ่มว่าผมต้องการรูปอะไร และก็เลือกโทนของรูป ก็ได้ผลลัพธ์ที่ดีพอสำหรับการใช้งานของผมแล้ว

หรือในกรณีที่เราลากคลุมข้อความก็สามารถเรียกใช้งาน AI Writer ได้ ซึ่งตอนนี้ก็เก่งขึ้นกว่าเดิม โดยสามารถทำได้หลากหลายขึ้น
- ให้ AI ช่วยเขียนเนื้อหาอย่างอิสระ
- ให้ AI ช่วยเขียนโพสต์สำหรับโซเชียล
- ปรับโทนและรูปแบบเนื้อหา
- สร้าง Mind map
- สร้างตาราง Table
หลังจากได้ลองใช้งานฟีเจอร์นี้ ผมประทับใจมากครับ เพราะมันสามารถแปลงข้อมูลจากแอปไหนก็ได้ เพื่อให้เป็น Mind map, Table, Chart แล้วบันทึกเป็นรูปภาพหรือ PDF ก็ได้


นอกจากนี้ยังมี AI Recorder ที่ทำการบันทึกเสียงสนทนาและแปลงเป็นข้อความ รวมถึงทำการสรุปเนื้อหาได้ ( มีโควตาแปลงเป็นข้อความรวม 100 นาทีต่อเดือน )



และที่หลายคนชื่นชอบคือ AI Mind Space ที่เปรียบเสมือนเลขาที่ช่วยจดบันทึกไดอารี่ให้เรา พร้อมกับวิเคราะห์และสรุปข้อมูลต่างๆ อย่างเช่นถ้าเราจับภาพหน้าจอข้อมูลการเลือกซื้อบ้าน ตัวระบบ AI Mind Space ก็จะสรุปให้เลยบ้านมีราคาเท่าไร ขนาดเท่าไร มีกี่ห้อง
มือถือจอพับที่กล้องลงตัวที่สุด
แต่ก่อนผมต้องเลือกระหว่างมือถือจอพับที่มีจอใหญ่ อ่านสะดวก จดบันทึกง่าย หรือเลือกมือถือกล้องดีเพื่อเก็บภาพสวยๆ แล้วเอาไปโยนลงคอมทำงานบนจอใหญ่ แต่พอผมได้ใช้ OPPO Find N6 ปัญหานี้ก็จบทันที เพราะใช้ระบบประมวลผล LUMO Image Engine เหมือนบน OPPO Find X9 Series และตัวกล้องหลังยกระดับขึ้นจากรุ่นก่อน โดยเฉพาะกล้องหลักและมุมกว้าง และยังเพิ่มกล้องพิเศษสำหรับวัดค่าสีเพื่อความเที่ยงตรงด้วย ซึ่งกล้องวัดค่าสีเป็นสิ่งที่หากได้ยาก มีเพียงมือถือไม่กี่รุ่นที่มีสิ่งนี้ ดังนั้นหากต้องการมือถือที่กล้องให้สีสันใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด OPPO Find N6 คือคำตอบครับ
| OPPO Find N5 | OPPO Find N6 | |
|---|---|---|
| กล้องมุมกว้าง | 8MP, f/2.2, 1/4.0″ | 50MP, f2.0, ISOCELL JN5, 1/2.75″ |
| กล้องหลัก | 50MP, f/1.8, OIS, Sony LYT-700, 1/1.56″ | 200MP, f/1.8, OIS, ISOCELL HP5, 1/1.56″ |
| กล้องเทเล | 50MP, f/2.7, OIS, ISOCELL JN5, 1/2.75″ | 50MP, 2.7, OIS, ISOCELL JN5, 1/2.75″ |
| กล้องพิเศษ | – | Multispectral, f/2.4 |
| กล้องหน้า | 8MP, f/2.4 | 20MP, f/2.4, ISOCELL KD1 |
| กล้องด้านในจอพับ | 8MP, f/2.4 | 20MP, f/2.4, ISOCELL KD1 |
โหมด Hasselblad ที่น่าสนใจมีอยู่ 4 ส่วน
- Hasselblad Portrait โหมดถ่ายภาพบุคคลที่ร่วมมือกับ Hasselblad ให้โบเก้สวยงาม และยังทำงานร่วมกับระบบ OPPO Beauty ที่เลือกได้ตั้งแต่ผิวแบบดิบๆ สไตล์ Hasselblad หรือแบบธรรมชาติที่เกลี่ยให้เนียนขึ้นอีกนิด หรือแบบคลาสิกที่เรียบเนียนขั้นสุด
- Hasselblad Master โหมดนี้จะให้สีสันคล้ายกับกล้อง Hasselblad มากที่สุด สามารถเลือกได้ทั้งแบบ Auto และ Pro
- Hasselblad XPAN โหมดถ่ายภาพมุมกว้างพิเศษ เหมาะสำหรับเก็บวิวทิวทัศน์
- Hasselblad Hi-res โหมดความละเอียดสูงพิเศษ ถ่ายได้ 50MP และ 200MP สำหรับงานระดับมืออาชีพขั้นสูง
ในการใช้งานจริงต้องบอกว่ากล้องหลังทำได้น่าประทับใจมากแทบทุกสถานการณ์เลย ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายอาหาร, ถ่ายรูปคน, ถ่ายวิว, ถ่ายที่แสงน้อย










ในขณะที่กล้องหน้าและกล้องด้านในให้คุณภาพที่ลดหลั่นลงมา ซึ่งดีพอสำหรับการถ่าย Seflie, VDO Call หรือการยืนยันตัวตนบนแอปต่างๆ อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงแล้วคนที่ใช้มือถือจอพับมักไม่ซีเรียสเรื่องกล้องหน้ามากนัก เพราะเราใช้กล้องหลังในการ Selfie ได้ ทำให้คุณภาพของการ Selfie ดีกว่ามือถือแบบ Bar Type เกือบทุกรุ่นก็ว่าได้



การซูมจัดว่าไม่ธรรมดาเลยครับ มันสามารถชนกับมือถือสายกล้องบางรุ่นได้เลยด้วยซ้ำ ทั้งในแง่รายละเอียดและสีสัน






ด้านงานวีดีโอเป็นสิ่งที่ผมซีเรียสมากขึ้นในปีนี้ เพราะเทรนด์ด้าน VDO Content มันกลายเป็นสิ่งมาตรฐานไปแล้ว ดังนั้นผมจึงต้องการมือถือที่ถ่ายวีดีโอได้ดี และ OPPO Find N6 ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง การเก็บแสงสี รวมไปถึงการกันสั่นทำได้ดีในการใช้งานจริง และยิ่งใช้ร่วมกับ AI Pen ที่ลั่นชัตเตอร์ได้ก็ยิ่งเพิ่มความสะดวกอีกมาก
และวีดีโอให้ความละเอียดได้สูงสุดที่ 4K 120fps ซึ่งเหมาะกับการเอาไป Post Process อย่างการทำ Slow motion และยังสามารถเปิด HDR : Dolby Vision ได้ด้วย และยังมีระบบ Sound focus ที่จะช่วยลดทอนเสียงรบกวน และในกรณีที่ไม่มีเวลาแต่งหน้าก็สามารถเปิดโหมด Beauty VDO ได้ด้วย โดยโหมดนี้จะให้ความละเอียดสูงสุดที่ FHD ซึ่งเพียงพอกับการใช้งานจริงของคนส่วนใหญ่ครับ และในกรณีที่ต้องการถ่ายวีดีโอแบบขั้นสูงเพื่อทำไปเกรดสีก็สามารถเลือกถ่ายเป็นไฟล์ LOG ได้ด้วย
การแต่งภาพที่ง่ายและสนุกกว่า
นอกจากการถ่ายรูปแบบจบหลังกล้องที่ดูดีแล้ว ยังมี AI Editor ที่ช่วยยกระดับงานขึ้นไปอีกขั้น ตั้งแต่ AI Portrait Glow ที่ช่วยปรับแสงให้ภาพถ่ายบุคคลดูมีแสงเงาที่สวยประหนึ่งถ่ายในสตูดิโอ


AI Perfect Shot ที่ช่วยค้นหาช้อตที่ใบหน้าดูดีที่สุดจากหลายภาพถ่าย การลบส่วนเกิน AI Eraser หรือ Remove reflections ลบแสงสะท้อน ซึ่งนี่คือส่วนหนึ่งเท่านั้น



อีกฟีเจอร์ที่ผมอยากหยิบมานำเสนอคือ AI Popout เพียงแค่เลือกรูปที่ต้องการทำ Collage แต่โดดเด่นกว่าด้วยการทำ Popout ที่ให้รูปทะลุกรอบออกมา รวมถึงการทำ Motion Photo ให้กลายเป็น Slow Motion ได้ด้วย


บริหารพื้นที่หน้าจอเพื่อการใช้งานสูงสุด
ในเมื่อเรามีหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 8.12 นิ้ว หากจะเปิดใช้งาน 1 แอปตลอดเวลาก็ดูน่าเสียดายพื้นที่ Workspace ดังนั้น OPPO Find N6 เลยมีระบบ Free-Flow Window ที่สามารถเปิดหน้าต่างลอยพร้อมกันได้ 4 หน้าต่าง ซึ่งการเรียกใช้โหมดนี้ก็ทำได้หลายวิธีและง่ายมาก เช่น
- จีบ 4 นิ้วเข้าหากันบนแอป
- กดปุ่ม 3 จุดด้านบน
- ปัดขึ้นจากขอบจอแล้วดันไปมุมขวาบน


และยังสามารถกด Swap ระหว่างแอปเต็มจอกับแอปที่เป็นหน้าต่างลอยอยู่ได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีระบบ Boundless View หรือการเปิดแอปพร้อมกันแบบเต็มหน้าจอ โดยเปิดพร้อมกันได้สูงสุด 3 หน้าต่าง
ประสิทธิภาพที่สุดของยุค เล่นเกมจริงจัง ตัดต่อวีดีโอได้สบาย
มันมีเรื่องตลกอย่างหนึ่งคือมือถือแอนดรอยระดับเรือธงหลายๆ รุ่น แม้จะใส่สเปคมาแรง หรือใช้ชิปตัวทอปตัวเดียวกัน แต่ก็อาจจะปรับแต่งมาไม่ดี ทำให้ไม่สามารถตัดต่อวีดีโอในระดับทำงานจริงจังได้!!! เพราะภาพไม่ตรงกับเสียง ซึ่งนักรีวิวมืออาชีพหลายคนก็บ่นเรื่องนี้ครับ …มันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมากครับ

แต่เท่าที่ผมได้ลองใช้งาน OPPO Find N6 มาพักหนึ่ง ผมลองตัดต่อวีดีโอระดับ 4K 30fps บนแอป VLLO และ Lumafusion ก็พบว่าทำงานได้ดีไม่มีปัญหาครับ

OPPO Find N6 เลือกใช้ชิปที่แรงที่สุดของยุค Snapdragon® 8 Elite Gen 5 Mobile Platform รวมถึงเลือกใช้แรม 16GB แบบ LPDDR5X ที่มีความเร็วสูง และหน่วยความจำขนาด 512GB แบบ UFS 4.1 ที่อ่านเขียนไฟล์ได้เร็วเช่นกัน ทำให้ประสิทธิภาพการใช้งานจริงอยู่ในระดับสูงสุดของยุค ดังนั้นถ้าจะซื้อไปเล่นเกมก็ทำได้สบายครับ ด้านการจัดการพลังงานก็ให้แบตเตอรี่มา 6000mAh พร้อมกับระบบชาร์จเร็ว 80W SUPERVOOC และชาร์จไร้สาย 50W AIRVOOC ทำให้ชาร์จได้เร็วทั้งแบบเสียบสายและไร้สาย

OPPO Find N6 รองรับ Wi-Fi 7 ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ล่าสุด และเริ่มมีเร้าเตอร์ในบ้านหลายรุ่นรองรับแล้ว และยังมี AI LinkBoost กับ NetworkBoost Chip S1 ที่ช่วยให้การจับสัญญาณดีขึ้นในที่อับสัญญาณ และรองรับการใช้งาน eSIM ด้วย การเชื่อมต่อด้วยสายก็เป็นมาตรฐาน USB 3.1 ที่ให้ความเร็วในการถ่ายโอนไฟล์ในระดับหัวแถวด้วย
เป็นมิตรกับเพื่อนบ้านแบรนด์อื่น
สิ่งที่ทำให้ผมย้ายจาก OPPO ไม่ได้คือหัวข้อนี้เลยครับ เพราะ ColorOS 16 ทำให้ OPPO Find N6 สามารถทำงานร่วมกันกับ PC ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นสาย Windows หรือ macOS โดยทำการติดตั้งแอป O+ Connect จากนั้นก็จะสามารถทำงานร่วมกันได้เช่น
- ส่งไฟล์ข้ามไปมาระหว่าง PC และ OPPO Find N6
- Screencast นำหน้าจอ OPPO Find N6 มาแสดงผลบน PC โดยเลือกได้ว่าจะเปิดแอปไหน
- นำเอาแจ้งเตือนของ OPPO Find N6 มาแสดงบน PC
- Sync การ Copy & Paste ระหว่าง OPPO Find N6 และ PC
จากฟีเจอร์ที่ว่ามาก็น่าจะตอบโจทย์การใช้งานของคนส่วนใหญ่แล้ว โดยเฉพาะการ Sync Copy & Paste เป็นอะไรที่สะดวกมาก เช่นการคัดลอก SMS OTP ไปกรอกบน PC และยังสามารถทำการ Remote Desktop เพื่อเอา OPPO Find N6 ควบคุม Mac ของเราจากระยะไกลได้ด้วย รวมถึงการทำ FTP เพื่อทำการโหลดไฟล์จากตัว Mac ได้


ในขณะที่การจับคู่กับ iPhone ก็ทำได้โดดเด่นมาก โดยสามารถรับการแจ้งเตือนทั้งหมด และรับสายของ iPhone ผ่านทาง OPPO Find N6 ได้เลย ซึ่งในทางเทคนิคเป็นการจำลอง OPPO Find N6 เป็นหูฟังบลูทูธครับ

ข้อดีก็คือถ้าคุณเป็นคนที่พกมือถือหลายเครื่องเหมือนผม เราสามารถถือ OPPO Find N6 ในมือแล้วเก็บ iPhone เข้ากระเป๋า แต่ก็สามารถรับสายที่โทรเข้า iPhone ได้ และ SMS ที่ส่งเข้า iPhone ก็จะถูกคัดลอกมาไว้ใน OPPO Find N6 เช่นกัน รวมไปถึงแจ้งเตือนต่างๆ ด้วย ซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่าจะให้แจ้งเตือนแอปไหนบ้างที่ส่งไปยัง OPPO Find N6 และแน่นอนว่าเราสมารถส่งไฟล์ข้ามไปมาระหว่าง OPPO Find N6 และ iPhone, iPad ได้ โดยติดตั้งแอป O+ Connect ครับ
บทสรุป
ในบางช่วงเวลา ผมมีความลังเลที่จะซื้อมือถือเพราะมีรุ่นที่น่าสนใจพอๆ กัน แต่พอได้เจอกับ OPPO Find N6 แล้วผมไม่มีความคิดที่จะหารุ่นไหนมาเทียบเลย เพราะไม่มีใครให้ได้ครบเท่านี้อีกแล้ว แต่ส่วนที่ผมแอบขัดใจเล็กๆ และหวังให้มีการอัพเดทก็คือ AI Recorder ที่ตอนนี้จำกัดการแปลงเสียงเป็นข้อความเดือนละ 100 นาทีเท่านั้น ซึ่งผมยินดีถ้าจะต้องจ่ายเพิ่ม เพราะเป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์มาก แต่ ณ วันที่ได้ลองใช้งานก่อนวางขายจริง ผมยังไม่เห็นช่องทางการซื้อเครดิตเพิ่มสำหรับส่วนนี้ครับ และอยากให้นำฟีเจอร์ AI Generator ที่มีอยู่แล้ว เอาไปใส่ใน AI Editor ด้วย เพราะมันจะทำให้เราแต่งรูปได้ง่ายขึ้นมาก
โปรโมชั่น
สุดพิเศษ สำหรับผู้ที่ซื้อ OPPO Find N6 ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2569 – 30 เมษายน 2569 จะได้รับของสมนาคุณรวมมูลค่า 45,297 บาท ประกอบด้วย
- E-VIP Card ประกันจอแตก 1 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปี มูลค่า 39,999 บาท (นับจากวันที่ซื้อเครื่อง)
- OPPO AI Pen Kit มูลค่า 3,999 บาท
- OPPO SUPERVOOC 80W Power Adapter มูลค่า 1,299 บาท
หมายเหตุ
- ลูกค้าต้องกดรับสิทธิ์ E-VIP Card ผ่านแอป MY OPPO เท่านั้น
- ของสมนาคุณมีจำนวนจำกัด เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการ
- เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
OPPO Find N6 มาพร้อมบริการ Premium Service สัมผัสประสบการณ์การดูแลระดับพรีเมียม
- การรับประกันระหว่างประเทศ ลูกค้าสามารถรับบริการซ่อมแซม ทำความสะอาด บำรุงรักษา และอัปเกรดอุปกรณ์ได้ในประเทศหรือภูมิภาคที่มีการวางจำหน่ายอุปกรณ์รุ่นดังกล่าว
- บริการช่องทาง Premium Service ในศูนย์บริการ ลูกค้า Premium จะได้รับสิทธิ์คิวพิเศษ การต้อนรับ และการซ่อมแซมก่อนลูกค้าทั่วไป
- ผู้ช่วยบริการส่วนตัวแบบ 1 ต่อ 1 บริการผู้ช่วยเฉพาะทางผ่าน Line ให้คำแนะนำและดูแลการใช้งานแบบตัวต่อตัว
- บริการคอลเซ็นเตอร์ Premium Hotline สายด่วนบริการระดับ VIP ที่ตอบกลับอย่างรวดเร็วโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ
- บริการเครื่องสำรองใช้รุ่น Premium ศูนย์บริการมีเครื่องสำรองให้ใช้งานระหว่างรอการซ่อม เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง
- Refresh Service บริการดูแลเครื่องฟรี ประกอบด้วย ติดฟิล์มกันรอยแท้ฟรีเดือนละ 1 ครั้ง ติดฟิล์มฝาหลังลวดลายฟรีปีละ 2 ครั้ง และรับเคสมือถือฟรีปีละ 2 ครั้ง
- สิทธิพิเศษด้านการซ่อม มอบส่วนลดค่าซ่อมอะไหล่นอกประกัน ช่วยให้ลูกค้าสามารถซ่อมอุปกรณ์ได้ในราคาที่คุ้มค่าและเข้าถึงได้มากยิ่งขึ้น
- บริการรับ-ส่งเครื่องซ่อมฟรี
มีบริการรับและส่งอุปกรณ์โดยเจ้าหน้าที่เฉพาะทาง ลูกค้าสามารถรับบริการซ่อม ทำความสะอาด บำรุงรักษา และอัปเกรดอุปกรณ์ได้โดยไม่ต้องออกจากบ้าน (เฉพาะในเขตกรุงเทพฯ) - สิทธิประโยชน์ OPPO Care มอบแพ็กเกจ OPPO Care เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง เช่น การขยายระยะเวลาการรับประกัน ประกันความเสียหายจากของเหลว และโปรแกรมเปลี่ยนเครื่องใหม่ตามมูลค่า เป็นต้น
- ช่องทางบริการพิเศษในศูนย์บริการ ลูกค้าสามารถใช้ช่องทางบริการพิเศษในศูนย์บริการ พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญ Find Master โดยไม่ต้องต่อคิว
- บริการจองคิวล่วงหน้า ลูกค้าสามารถจองคิวเข้ารับบริการล่วงหน้าได้ผ่านเว็บไซต์ https://support.oppo.com/th/ หรือแอปพลิเคชัน My OPPO
- บริการส่งซ่อมผ่านออนไลน์ สามารถใช้บริการส่งเครื่องซ่อมผ่านเว็บไซต์ทางการหรือแอปพลิเคชัน My OPPO โดยไม่มีค่าจัดส่ง เพื่อรับบริการซ่อมอย่างสะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปศูนย์บริการ
- คะแนน MY OPPO คะแนนสะสม MY OPPO สามารถนำไปแลกเป็นคูปองส่วนลดค่าซ่อมแซม คูปองส่วนลดค่าแรง และบริการติดฟิล์มโทรศัพท์มือถือได้
- สิทธิประโยชน์ OPPO Care (บัตร E-VIP) OPPO Find N6 : นับตั้งแต่วันที่สิทธิ์มีผลบังคับใช้ ลูกค้าจะได้รับสิทธิ์ เปลี่ยนหน้าจอที่เสียหายได้ฟรี 1 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปี ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด

นอกจากนี้ยังมาพร้อมโปรโมชั่น Trade-up เก่าแลกใหม่ สำหรับผู้ซื้อ OPPO Find N6 ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2569 โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติม ดังนี้
มอบสิทธิ์ส่วนลดเมื่อแลกเครื่องเก่า โดยลูกค้าจะได้รับส่วนลดสูงสุด 17,000 บาท ตามรุ่นที่เข้าร่วมรายการ
พร้อมสิทธิ์รับส่วนลดเพิ่มตามมูลค่าเครื่องเก่า หากมีมูลค่าอยู่ระหว่าง 5,000 – 10,000 บาท จะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 10,000 บาท และหากมีมูลค่าต่ำกว่า 5,000 บาท จะได้รับส่วนลดเพิ่ม 5,000 บาท นอกจากนี้ บางรุ่นยังได้รับเงินสนับสนุนเพิ่มเติมจาก REMOBIE สูงสุด 3,000 บาท








