Posted on Leave a comment

รีวิว OPPLE IF Table Lamp โคมไฟที่ครบถ้วนทั้งดีไซน์และคุณสมบัติ

ถ้าพูดถึงโคมไฟตั้งโต๊ะเชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะคิดเหมือนกัน คือโคมไฟที่มีหลอดด้านบนอันเดียว แต่ OPPLE IF Table Lamp แตกต่างออกไป ด้วยการมีหลอดตรงก้าน และต้องบอกว่าไม่ใช่แค่การเพิ่มมาสวยๆ แต่การจัดวางหลอดไฟแบบนี้เกิดจากการค้นคว้าแล้วว่าให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า

OPPLE เป็นแบรนด์สัญชาติจีนที่โกอินเตอร์มีสาขาอยู่ในหลายประเทศรวมถึงไทยเราด้วย และ IF Table Lamp ที่เรากำลังพูดถึงตอนนี้ก็ไม่ธรรมดาเลย เพราะมีการออกแบบแผงไฟแบบรังผึ้งซึ่งให้แสงที่กระจายครอบคลุมรวมถึงสบายตากว่า และแผงไฟแบบนี้ก็เป็นสิทธิบัตรของ OPPLE อีกด้วย

แม้จะมีดีมาพร้อมสิทธิบัตรแต่ราคาค่าตัวก็ไม่ต่างกับโคมไฟอื่นๆ เลย โดยมีราคาโปรโมชั่นอยู่ที่ 1,599 บาทที่ Lazada เมื่อมองที่รูปลักษณ์สัมผัสภายนอก ถือว่า OPPLE มีงานประกอบและวัสดุที่ดี เรียบหรูดูแพง แสงไฟในแนวตั้งได้จากหลอดด้านบนผ่านแผงรังผึ้งที่สามารถกางปรับระดับได้ โดยปล่อยให้หลอดไฟที่ก้านทำหน้าที่กระจายแสงในแนวนอนเพื่อสร้างบรรยากาศและแสงสีที่สอดคล้องกัน

นอกจากนี้ยังปรับความสว่างและอุณหภูมิสีได้ด้วย ซึ่งการปรับอุณหภูมิสีนี้ทำเพื่อให้เหมาะกับการใช้งาน เช่นการพักผ่อนก็ใช้ไฟสีเหลืองนวล แต่ถ้าต้องการอ่านเขียนก็ให้โทนสีที่สว่างมากขึ้น

แต่ที่โดดเด่นเป็นพิเศษและตอบโจทย์คนหน้าจอก็คือโหมดคอมพิวเตอร์ ซึ่งโหมดนี้จะปิดหลอดไฟด้านบนและเปิดเฉพาะที่ตัวก้าน เพื่อให้แสงแวดล้อมไล่เลี่ยกับหน้าจอ ซึ่งแสงลักษณะนี้จะลดอาการเมื่อยล้าและปวดตา นับว่าเป็นโหมดที่ดีมากๆ สำหรับคนยุคนี้

ในกรณีที่ไม่ต้องการเปิดไฟด้านข้าง ก็ทำได้ง่ายๆ ด้วยการกดที่ปุ่มเปิด-ปิดค้างไว้ 3 วินาทีก็เรียบร้อย และปุ่มควบคุมต่างๆ ก็ถูกออกแบบให้ใช้งานได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ทำให้ปุ่มดูเรียบเนียนเป็นชิ้นเดียวกับตัวฐานตั้ง ช่วยเพิ่มความสวยงามยิ่งขึ้นไปอีก

แม้จะดูเหมือนโคมไฟธรรมดาทั่วไป แต่ถ้าดูที่รายละเอียดการใช้งานจริงๆ จะพบว่า OPPLE IF Table Lamp มีการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้งานที่ดีมาก เรียกได้ว่าคุ้มเกินค่าตัว 1,599 บาท ถ้าสนใจก็หาซื้อได้ที่ Lazada เลยครับ

Posted on Leave a comment

วิธีเปิดโหมดถนอมสายตาสำหรับมือถือ Sony Xperia แพทช์เดือนมีนาคม

ฟีเจอร์ถนอมสายตาเป็นฟีเจอร์ที่ Sony ใส่มาให้ใน Sony Xperia XA1 Ultra แล้วก็เอาออกแบบงงๆ ก่อนที่มันจะกลับมาอีกครั้งใน Sony Xperia XZ2 การกลับมาครั้งนี้ทำให้มันสามารถนำไปลงในโทรศัพท์มือถือ Sony Xperia รุ่นอื่นๆ ได้ด้วย โดยมือถือรุ่นนั้นจะต้องใช้แพทช์ความปลอดภัยเดือนมีนาคม 2018 ถึงจะทำได้ และต้องใช้คอมพิวเตอร์ด้วย โดยมีวิธีการเปิดใช้งานดังนี้

1. ติดตั้งไฟล์ APK ตัวนี้
2. เปิด Developer options ด้วยการไปที่ Settings > About แล้วกดที่ Build number รัวๆ
3. ไปที่ Settings > Developer options แล้วเปิด USB Debugging
4. ต่อมือถือเข้ากับคอม
2. ดาวน์โหลด ADB มาลงในคอมพิวเตอร์และแตกไฟล์ให้เรียบร้อย
3. ก๊อปปี้ที่อยู่ที่แตกไฟล์เอาไว้

4. เปิด Command Prompt ขึ้นมาด้วยการเปิด Start menu แล้วพิมพ์ CMD

5. พิมพ์ cd [ที่อยู่ที่ก๊อปมา วางด้วยการกด Ctrl+V] เช่น สมมติไฟล์อยู่ที่ C:New folderADB ให้พิมพ์ cd C:New folderADB
6. พิมพ์ adb shell cmd overlay enable –user 0 android.res.night
จากนั้นรีสตาร์ทมือถือ เมนู Night light ก็จะโผล่มาให้เลือก

เราก็หวังว่าในอนาคต Sony จะเพิ่มฟีเจอร์นี้ให้กับสมาร์ทโฟนของ Sony ทุกรุ่น
Source : Xperia Blog

Posted on Leave a comment

16-35mm F2.8 G Master เลนส์ระดับ Master

หากพูดถึงเลนส์จากค่าย Sony  เรามักจะคุ้นหูกับเลนส์ G ตระกูลเลนส์ที่มีคุณภาพยอดเยี่ยม ต่อมาทาง Sony ก็ได้เข็นเลนส์ตระกูล G Master
ออกมา ซึ่งเป็นเลนส์เกรดพรีเมี่ยมยิ่งกว่าเลนส์ G เดิม
โดยออกแบบมาสำหรับกล้อง Mirrorless แบบ Full Frame
มีประสิทธิภาพของเซ็นเซอร์สูงมาก ซึ่งเราก็ได้รับตัวเจ้า Sony FE 16-35mm F2.8 G Master หนึ่งในเลนส์ตระกูล
G Master มาลองใช้ ด้วยระยะ 16-35mm
เป็นระยะที่เอาไปถ่ายได้หลายแนวไม่ว่าจะเป็น Portrait, Landscape, Street
แต่สำหรับรีวิวนี้จะเน้นไปทาง Landscape มากกว่า

หลังจากที่ทางโซนี่ได้ส่งเลนส์ตัวนี้มาให้เราทดสอบและรีวิว
แค่เห็นกล่องของมันเราก็รู้สึกตื่นเต้นเสียแล้ว เนื่องจากมันคือเลนส์ G
Master ที่เป็นเลนส์ชั้นดี
และขึ้นชื่อเรื่องให้ความคมชัดและการเก็บรายละเอียดของภาพ ยิ่งกว่านั้น
พอได้นำเลนส์ตัวนี้ไปถ่ายรูปจริงแล้วต้องตกใจเพราะมันสามารถให้ความคมชัดระดับที่ทำให้คิดได้เลยว่านี่เราใช้งานเลนส์ฟิกซ์อยู่รึเปล่า

จุดเด่น

  • เป็นเลนส์ FE-mount สำหรับกล้อง Full Frame
  • ชิ้นเลนส์ Sony XA (Extreme Aspherical)
  • Nano AR Coating
  • ขนาดรู้รับแสงกว้าง F 2.8 ตลอดช่วง
  • ไดอะแฟรม 11 กลีบ
  • ตัวเลนส์สามารถกันน้ำและฝุ่นละอองได้
  • มอเตอร์โฟกัส DDSSM (Direct Drive SSM)

ภายนอก

 ด้านหน้าเลนส์เคลือบฟลูออรีนที่ช่วยป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกประเภทของเหลวเกาะติด
วัสดุตัวเลนส์ใช้โลหะทั้งตัว หน้าเลนส์ถูกออกแบบมาให้ใส่ฟิลเตอร์ได้ด้วย

 ด้านข้างมีสัญลักษณ์ G Master ,ปุ่มล็อคโฟกัสที่สามารถเปลี่ยนการทำงานของปุ่มได้ที่กล้อง และ สวิทซ์ AF/MF

เปรียบเทียบกับเลนส์ตัวอื่นๆ

Sony FE 50mm f/1.8 – Sony FE 16-35mm F2.8 G Master – Sony FE 55mm f/1.8 ZA Carl Zeiss Sonnar

ชิ้นเลนส์

[1] เลนส์ XA (Extreme Aspherical) [2] เลนส์ Aspherical [3] กระจก ED
  1. ชิ้นเลนส์ Sony XA (Extreme Aspherical) สองชุดที่มีความแม่นยำพื้นผิว 0.01 ไมครอน ทำให้ได้โบเก้ที่นุ่มนวล และถือเป็นชิ้นเลนส์ที่ผลิตยาก มีราคาสูง
  2. ชิ้นเลนส์ Aspheric ลดการบิดเบือนของภาพ ทำให้ได้ภาพที่คมชัด
  3. ชิ้นเลนส์กระจก ED (Extra-low Dispersion) ช่วยควบคุมความคลาดเคลื่อนของสี และ การกระจายแสง ที่มาของสาเหตุขอบม่วง
  4. Nano AR Coating ช่วยลดแสงสะท้อนระหว่างชิ้นเลนส์ ช่วยลด Flare และการเกิด Ghost

ถึงเลนส์ตัวนี่จะใช้ชิ้นเลนส์ถึง 16 ชิ้นแต่น้ำหนักก็เบากว่าที่คิดไว้มากทีเดียว
สำหรับขอบม่วง ด้วยพลังของชิ้นเลนส์ ED (Extra-low Dispersion) ทำให้มีขอบม่วงน้อยมากลองสังเกตจากภาพด้านล่างก็ได้นะครับ

Sony a7Rii F/2.8, 16 mm, 1/1250S, ISO 160

 หลังจากนี้จะเป็นการใช้งานเลนส์ครับ

กรุงเทพ

 ที่แรกที่ได้ไปลองใช้เลนส์คือในร้าน Vivo ที่มีพื้นที่แคบ
แต่ก็ได้ความกว้างของเลนส์เข้ามาช่วยทำให้ถ่ายภาพสะดวกมาก
หลังจากถ่ายเรียบร้อยผมก็ไปกินข้าวกันครับ
อย่างที่เห็นในภาพว่าบริเวณไม่ได้กว้างขวางอะไรเลย
แต่ด้วยความกว้างของเลนส์ก็สามารถเก็บได้หมด
หลังจากกินเสร็จก็เลยพามาเดินถ่ายที่ Skywalk แยกปทุมวัน

Sony a7R F/2.8, 16 mm, 1/320S, ISO 80
Sony a7Rii F/2.8, 34 mm, 1/100S, ISO 500
Sony a7Rii F/2.8, 29 mm, 1/100S, ISO 500
Sony a7Rii F/2.8, 16 mm, 1/50S, ISO 500

สำหรับโบเก้สวยๆ หรือ เบลอฉากหลังก็คงจะต้องถ่ายใกล้ๆ วัตถุหน่อย
เนื่องจากเป็นเลนส์ที่ระยะค่อนข้างกว้างและค่า F เองก็ไม่ได้กว้างมากนัก

Sony a7Rii F/2.8, 35 mm, 1/8S, ISO 1000

เขาใหญ่

 ไปต่อกันที่เขาใหญ่ครับ โดยทริปนี้เป็นทริปที่เร่งรีบมาก จัดมาเพื่อรีวิวโดยเฉพาะเลย และผมยังได้เอาเลนส์ FE 70-200 มม. F2.8 G Master OSS มาด้วย ซึ่งจะมีรีวิวออกมาให้ชมกันในอนาคตครับ รูปข้างล่างนี้ถ่ายด้วย FE 70-200 มม. F2.8 G Master OSS นั่นเอง

มาถึงที่พักก็เริ่มตั้งกล้องกันเลย

สำหรับใครที่กลัวน้ำค้างจากการตั้งกล้องถ่ายกลางคืนไม่ต้องห่วงเลยเพราะเลนส์มีการซีลป้องกันฝุ่น ละอองน้ำ และความชื้น ได้ครับ

สำหรับสายล่าดาวและทางช้างเผือก หมดห่วงได้เลยสำหรับเลนส์ตัวนี้เพราะ F กว้างถึง 2.8

Sony a7Rii F/2.8, 22 mm, 10S, ISO 3200
Sony a7Rii F/2.8, 16 mm, 10S, ISO 2000
Sony a7Rii F/2.8, 16 mm, 10S, ISO 2000
Sony a7R F/2.8, 35 mm, 1/8000S, ISO 400
Sony a7Rii F/2.8, 16 mm, 10S, ISO 2000

หัวหิน

ต่อที่หัวหิน ทริปนี้ได้มีโอกาสไปร่วมแจมกับพี่หลาม รายการล้ำหน้าโชว์

Sony a7Rii F/2.8, 27 mm, 1/6400S, ISO 320
Sony a7Rii F/2.8, 34 mm, 1/2000S, ISO 320
Sony a7Rii F/2.8, 22 mm, 1/640S, ISO 1000
Sony a7Rii F/2.8, 16 mm, 1/200S, ISO 500
Sony a7Rii F/2.8, 34 mm, 1/640S, ISO 400

สงขลา

จบด้วยทริปสุดท้ายที่สงขลาครับ รอบนี้มีมอเตอร์ไซค์ สามารถขับวนถ่ายได้รอบเมืองเลย

Sony a7Rii F/2.8, 16 mm, 1/3200S, ISO 160
Sony a7Rii F/2.8, 16 mm, 1/8000S, ISO 50
Sony a7Rii F/2.8, 35 mm, 1/1250S, ISO 160

สำหรับมอเตอร์โฟกัสแบบ DDSSM (Direct Drive SSM) นั้นเป็นมอเตอร์ที่ตอบสนองเร็ว
และแม่นยำมาก ทำให้โอกาสพลาดช็อตคลื่นเด็ดๆ ก็ลดน้อยลงไปอีก
และยังมีความเงียบไม่ทำให้เลนส์สั่นอีกด้วย

Sony a7Rii F/2.8, 22 mm, 1/500S, ISO 125
Sony a7Rii F/2.8, 16 mm, 1/800S, ISO 125
Sony a7Rii F/2.8, 35 mm, 1/2500S, ISO 320
Sony a7Rii F/2.8, 16 mm, 1/400S, ISO 50
Sony a7Rii F/2.8, 19 mm, 1/400S, ISO 250
Sony a7Rii F/2.8, 35 mm, 1/3200S, ISO 250
Sony a7Rii F/2.8, 27 mm, 1/100S, ISO 640
Sony a7Rii F/2.8, 16 mm, 1/1250S, ISO 125
Sony a7Rii F/2.8, 31 mm, 1/100S, ISO 400

สรุป

จากที่ทดลองใช้มาเป็นระยะเวลาเดือนกว่า ผมขอยกให้ Sony FE 16-35mm F2.8 G Master เป็นเลนส์คุณภาพดีสมราคา น้ำหนักไม่มาก สามารถถือถ่ายเล่นได้สบายๆ ยิ่งถ้าใครใช้ Sony a7R ที่น้ำหนักน้อยอยู่แล้วก็จะมีความสุขกับน้ำหนักรวมมากเลยครับ ขนาดเพื่อนผู้หญิงยังบอกเลยว่า “เบากว่าที่คิดไว้” จุดนี้ถือว่า Sony เก่งมากครับ ทำเลนส์ UltraWide F กว้าง ชิ้นเลนส์ 16 ชิ้น แถมเป็น Full Frame ขนาดใหญ่ออกมาให้มีน้ำหนักเพียง 680 กรัมเท่านั้น

สาเหตุที่ผมใส่ใจเรื่องน้ำหนักมากนั้นก็เพราะผมเป็นคนแขนเล็กครับ
และสำหรับการออกทริปแต่ละครั้งก็มีการแบกอุปกรณ์ไปหลากหลาย
ซึ่งหากของทุกชิ้นน้ำหนักมากก็ทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยได้ง่ายนั่นเอง
นี่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผมเลือกใช้กล้อง Sony เลยล่ะ
ซึ่งถ้ารวมน้ำหนักเลนส์ 16-35 กับ Sony a7R ที่ผมใช้จะอยู่ที่ 1.08 กิโลกรัมเท่านั้นเอง แต่ถ้าเป็น Sony a7Rii ก็จะอยู่ที่ 1.30 กิโลกรัม เพิ่มขึ้นมาอีกนิดหน่อย 

สำหรับเลนส์ตัวนี้เอาไปเที่ยวได้สบาย ๆ เลย
จบตัวเดียวยังได้ด้วยขนาดและน้ำหนักที่กำลังดี
มุมมองกว้างพร้อมถ่ายเก็บได้ทั้งคนทั้งวิว ด้วยคุณภาพจากการแปะชื่อ G
Master เป็นประกัน ซึ่งนอกจากจะใช้งานทั่วไปได้ดีแล้ว
ยังสามารถใช้ในการถ่ายรับงานได้สบายๆ เลยล่ะ เพราะโฟกัสได้ไวมาก สำหรับ
Distortion พอใช้ได้ครับมีเห็นชัดบ้างเวลาปรับกว้างสุดและ F กว้างสุด
ส่วนขอบม่วงถือว่ามีน้อยมาก ฉะนั้นใครที่เล็งเลนส์ตัวนี่ ผมแนะนำเลยครับ
ของมันต้องมี

สำหรับรูปแบบเต็มๆ กดไปดูที่นี่ได้เลยครับ https://flic.kr/s/aHsmc3z6zJ

Posted on Leave a comment

สัมผัสแรกกับ Boeing 787-9 ลำใหม่ของการบินไทย

ได้มีโอกาสไปรับ Boeing 787-9 รุ่นใหม่ลำแรกของ การบินไทย ทะเบียน HS-TWA นามพระราชทาน “พัฒนานิคม” แถมยังเป็นที่นั่ง Royal Silk Class หรือ Business Class แบบใหม่ล่าสุดจาก การบินไทย


สำหรับ Boeing 787 นั้น การบินไทยได้มี Boeing 787-8 ประจำการอยู่แล้วถึง 6 ลำ สำหรับ Boeing 787-9 นามพระราชทานว่า “พัฒนานิคม” ถือเป็นลำแรกของการบินไทย จุดเด่นของรุ่นนี้คือรองรับการบินในพิสัยไกลได้มากขึ้น สามารถบินจากกรุงเทพไปซานฟรานซิสโก ได้โดยไม่แวะพักได้เลย ในส่วนอื่นที่แตกต่างจาก Boeing 787-8 ก็จะเป็นเพิ่มส่วนที่นอนของลูกเรือ ความยาวเพิ่มขึ้น 6 เมตร และมีการติดตั้ง WiFi มาให้ทุกลำด้วย

ขอบคุณภาพจาก Boeing

วัสดุของ Boeing 787 เป็นเครื่องบินโดยสารรุ่นแรกของโลกที่ใช้วัสดุผสม หรือ Composite Materials ถ้าให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ Cabon fiber นั้นแหละครับ เป็นตัวถังหลักของโครงสร้างเครื่องบิน ทำให้เครื่องบินมีน้ำหนักเบา มีประสิทธิภาพมากกว่าเครื่องบินรุ่นอื่นๆ

ระบบการปรับความดันภายในห้องโดยสารของ Boeing 787 จะดีกว่ารุ่นอื่นๆ ด้วยที่มีระบบกรองอากาศแบบใหม่ ทำให้ห้องโดยสารมีความสะอาด ควบคุมแรงดันดีขึ้น และลดความแห้ง เพราะสร้างความชื้นได้มากขึ้น ทำให้มีความสบายมากขึ้นเนื่องจาก อาการ ผิวแห้ง ตาแห้ง ลดลง

สำหรับเครื่องยนต์ใช้ Rolls-Royce Trent 1000 ที่มีการออกแบบให้มีลักษณะคล้ายฟันปลา เพื่อลดเสียงรบกวน

Royal Silk Class

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบ Royal Silk Class หรือ Business Class ของการบินไทยนั้น จะต้องชอบอย่างแน่นอนครับ เพราะนี่เป็น Royal Silk Class แบบใหม่ที่ไม่มีเคยมีในลำไหนของการบินไทย โดยที่นั่งจะเป็นแบบ 1-2-1 ทำแนวเฉียง 30 ที่นั่ง ทุกที่นั่งจะติดกับทางเดินทั้งหมด เวลาเดินออกไปทำธุระก็จะไม่รบกวนผู้โดยสารท่านอื่น

สำหรับขนาดของที่นั่ง มีความกว้าง 20 นิ้ว ปรับเอนจนนอนราบได้ 180 องศา แน่นอนว่าต้องเป็นสีม่วงแบบการบินไทย ในการออกแบบดูดีทันสมัย

หน้าจอเป็น Panasonic eX3 ขนาด 16 นิ้ว ความละเอียด HD
ใช้รีโมทคอนโทรลแบบทัชสกรีนและจอยสติ๊กในการควบคุม ตัวหน้าจอจะถูกพับ ต้องกดปุ่มแล้วจะกางออกมาสามารถพับเก็บได้

ปุ่มปรับที่นั่ง จะมีปุ่มทางลัดอยู่ด้านล่างแผงความคุมที่นั่ง 3 ปุ่ม ส่วนด้านบน จะเป็นการปรับแยกควบคุมได้สองชิ้น คือพนักเอนหลัง กับชิ้นที่รองขา โต๊ะทานข้าวก็ถูกพับเก็บเอาไว้

ที่วางแขนด้านข้าง มีที่เก็บของเปิดปิดได้ แต่ที่เก็บของแบบนี้ผมไม่ค่อยใช้กลัวลืมของมากๆ เลย

Economy Class

ที่นั่ง Economy Class ของ Boeing 787-9 จะวางที่นั่งแบบ 3-3-3 ใช้โทนสีเบาะสีม่วงกับสีทองคาดดำ สลับกัน

ที่นั่ง Economy Class ใช้ระบบของ Panasonic eX3 เช่นกัน ขนาด 11 นิ้ว ความละเอียด HD ใช้รีโมทคอนโทรลแบบใหม่

ที่นั่งแบบ Economy Class ของ Boeing 787-9 นั้นกว้างมากขยับตัวได้ และเข่าไม่ชนที่นั่งด้านหน้า ทุกที่นั่งมีที่พักเท้า สามารถพับเก็บได้

หน้าต่างตัดแสงด้วยระบบไฟฟ้า

เป็นอะไรที่ชอบมากสะดวกมาก ผมถือว่าเป็นจุดเด่นสำคัญของเครื่อง Boeing 787-9 ที่สามารถสัมผัสได้เลย โดยสามารถปรับระดับการตัดแสงได้ 5 ระดับ

ห้องน้ำ

ห้องน้ำของ Boeing 787-9 ไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก อุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ มีมาให้ครบถ้วน มีกระจกทั้งสองด้าน ก๊อกน้ำและชักโครกเป็นระบบเซ็นเซอร์

Cockpit

Boeing 787-9 จะมี Cockpit ที่เหมือนกับ Boeing 787-8 ทุกอย่าง มีการแสดงผลผ่านหน้าจอระบบคอมพิวเตอร์มากขึ้น ที่ชอบที่สุดคือ หน้าจอ Head-up Display หรือ HUD ถ้านึกไม่ออกว่าเป็นยังไงลองดูภาพด้านล่างครับ

Head-up Display
ขอบคุณภาพจาก Boeing

ทำไมถึงชอบ Head-up Display เคยเล่น Flight Simulator ตอนเจอสถานการณ์ที่มีทัศนวิสัยต่ำก็ต้องก้มมาดูมาตรวัดบ่อยๆ แต่ถ้ามี Head-up Display ก็ไม่ต้องก้มมาดูเลยสะดวกมาก

Crew Rest

เป็นส่วนที่ไม่ค่อยมีคนได้เห็นเลยนั้นคือ Crew Rest หรือ ห้องนอนลูกเรือ สำหรับเที่ยวบินไกลๆ ลูกเรือก็ต้องนอนครับ เลยมี Crew Rest เพื่อให้มันรองรับพิสัยการบินที่ไกลขึ้น ส่วน Boeing 787-8 นั่นยังไม่มี Crew Rest นะครับ แต่การบินไทยจะนำ Boeing 787 ไปติดตั้ง Crew Rest ทำให้ในอนาคต Boeing 787 จะสามารถบินพิสัยไกลได้มากกว่านี้

เส้นทางการบิน

สำหรับ Boeing 787-9 การบินไทยจะใช้ทำการบินเส้นทาง กรุงเทพ (BKK) -โอ๊กแลนด์ (AKL)

ขอบคุณ การบินไทย

Posted on Leave a comment

ลองเล่นหุ่นยนต์ First Order Stormtrooper จาก Ubtech บังคับด้วยมือถือ

วันนี้เราได้มาลองเล่นของเล่นชิ้นใหม่ที่แฟนๆ Star Wars จะต้องอิจฉา มันคือหุ่นยนต์ First Order Stormtrooper จาก UBtech บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการทำหุ่นยนต์อยู่แล้ว สินค้าของเขามีหลากหลายตั้งแต่หุ่นยนต์สำหรับการศีกษายันผู้ช่วยในบ้าน และเขาได้นำความชำนาญตรงนั้นมาทำเป็นเจ้าหุ่น First Order Stormtrooper ที่สามารถบังคับผ่านมือถือ และยังมีฟีเจอร์อื่นๆ อีกมากมาย มาดูกันเลยดีกว่าว่าเป็นยังไง

Unbox

บอกก่อนเลยว่ากล่องดีมาก น่าสะสมตั้งแต่กล่อง เมื่อถอดกระดาศที่ครอบอยู่ออกจะพบกับกล่องกระดาษแข็งสีดำ ด้านหน้าเป็นตราปฐมภาคีที่มีแม่เหล็กซ่อนอยู่เพื่อปิดกล่องเอาไว้

เมื่อเปิดกล่องออกมาจะพบเจ้า First Order Stormtrooper ยืนตระหง่านอยู่ข้างใน ด้านในเป็นพลาสติกที่เข้ารูปตามหุ่นเพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนเวลาขนย้าย ด้านล่างมีลิ้นชัก เมื่อดึงออกมาจะเป็นกล่องที่เก็บคู่มือต่างๆ และหัวชาร์จไฟ

สำรวจหน้าตา

หุ่น First Order Stormtrooper มีความสูง 11 นิ้ว รูปร่างหน้าตาไมไ่ด้ออกแบบมาให้สมส่วน ส่วนหัวกับเท้าจะมีความใหญ่กว่าปกตินิดหน่อยเพื่อความสวยงาม โดยรวมแล้วดูดีมาก ตัวหุ่นทำจากพลาสติกแต่จับแล้วแข็งแรงดี ไม่ก๊อบแก๊บ ข้อต่อต่างๆทำได้เนียนและสวยงาม เก็บรายละเอียดต่างๆ ได้ดีทีเดียว

ตัวหุ่นมีกล้องอยู่ในกระจกตา และมีไมโครโฟนอยู่ตรงท่อที่ปาก 1 ตัว และด้านหลังตัวหุ่นอีก 2 ตัว ปุ่มเปิดปิดอยู่ที่ด้านหลัง ที่เท้าทั้ง 2 ข้างมีเซ็นเซอร์อินฟาเรดไว้กันหุ่นเดินตกจากที่สูง ดังนั้นไม่ต้องกลัวเวลาเล่นบนโต๊ะว่าหุ่นจะตกหัวทิ่มลงมาเสียหาย\

ออกปฎิบัติการ

หุ่น First Order Stormtrooper ใช้การบังคับด้วยโทรศัพท์มือถือ โดยสามารถใช้ได้ทั้ง Android และ iOS เพียงเข้าไปโหลดแอปมาลงในโทรศัพท์ของคุณก็พร้อมใช้งาน ตัวแอปมีแนะนำการใช้งานอย่างละเอียดทีเดียว

การเชื่อมต่อใช้การเชื่อมต่อผ่าน Wifi โดยใช้ได้ทั้งต่อผ่านเครือข่าย Wifi และ Wifi Direct เรียกว่าจะเอาไปเล่นที่ไหนก็ได้ แถมวิธีต่อก็ไม่ธรรมดา เพราะเจ้า First Order Stormtrooper จะพูดรหัสผ่านให้เรากรอกตาม เรียกว่าเท่สุดๆ ไปเลย

ด้านการบังคับ เราสามารถกดบังคับบนมือถือได้เลย โดยตัวหุ่นจะสตรีมภาพสดจากกล้องมาให้เราดูที่หน้าจอด้วย สามารถบังคับให้เดินหน้า ถอยหลัง เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาได้ และสามารถสั่งให้เจ้า First Order Stormtrooper หันหัวไปตามทิศทางต่างๆ ได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถสั่งให้เจ้า First Order Stormtrooper ทำท่าทางและพูดประโยคต่างๆ ที่เซ็ตไว้ล่วงหน้าได้อีกด้วย และในอัปเดตล่าสุดเราสามารถสั่งการเจ้า Stormtrooper ผ่านเียงได้แล้วด้วย

และสำหรับคนขี้เบื่อ ในแอปยังมีมินิเกมให้เล่นกับเจ้า First Order Stormtrooper ได้อีกด้วย ที่สำคัญกว่านั้นคือหุ่นตัวนี้สามารถวิวัฒนาการตัวเองไปได้เรื่อยๆ ตามการอัปเดตเฟิร์มแวร์และแอปบนมือถือ ในอนาคตจะมีฟีเจอร์ใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาให้ใช้กันอีกแน่นอน

หุ่นยนต์ First Order Stormtrooper จัดจำหน่ายโดย Systems 2000 ในราคา 12,900 บาท อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

Posted on Leave a comment

ไขข้อข้องใจ Xperia XZ Premium เล่นวิดีโอ YouTube ความละเอียด 4K จริง?

เมื่อไม่นานมานี้ มีผู้ใช้งาน Sony Xperia XZ Premium ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนจอความละเอียด 4K HDR รุ่นแรกของโลก ได้ตั้งข้อสังเกตว่าขณะดูวีดีโอความละเอียด 4K บนแอป YouTube และเปิด Stats for nerd แล้วรายละเอียดค่าของ Viewport บอกว่ามีความละเอียดเพียง 1920×1080 จึงเข้าใจว่าแท้จริงแล้ว YouTube แสดงผลแค่ 1080P แล้วถูกอัปสเกลด้วยหน้าจอของ Sony ให้เป็น 4K จึงตีความว่า Sony Xperia XZ Premium ไม่ได้แสดงผลที่ความละเอียด 4K จริง เราจึงได้สืบค้นข้อมูลเพื่อไขข้อกังขานี้และพบว่ามันเป็นความเข้าใจที่ผิด แต่เพื่อความน่าเชื่อถือที่มากขึ้น เราจึงได้เชิญกูรูคือคุณ สมเกียรติ กิจวงศ์วัฒนะ หรือ Akexorcist ที่เป็นนักพัฒนาในระบบ GDE (Google Developer Expert) ด้าน Android มาอธิบายเรื่องนี้

ภาพคุณสมเกียรติ กิจวงศ์วัฒนะ จาก Blognone

Highlight

  • ผู้ใช้งาน Sony Xperia XZ Premium เกิดความสงสัยว่าทำไมขณะเล่นวิดีโอ YouTube ความละเอียด 4K แล้ว Viewport ขึ้นแค่ Full HD
  • คุณ สมเกียรติ กิจวงศ์วัฒนะ หรือ Akexorcist ที่เป็นนักพัฒนาในระบบ GDE (Google Developer Expert) ด้าน Android ได้อธิบายว่าเกิดจากการเลือกใช้ View ของแอปฯ
  • Sony Xperia XZ Premium แสดงผลเป็น 4K ตลอดเวลา
  • UI จะแสดงผลที่ Full HD และอัปสเกลด้วยฮาร์ดแวร์เป็น 4K ส่วนวิดีโอจะแสดงที่ 4K ตามความละเอียดดั้งเดิมของวิดีโอ

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนกว่า โดยทั่วไปแล้วหน้าจอที่มีความละเอียดสูง จะทำให้เครื่องทำงานหนักและบริโภคพลังงานมากขึ้น ทำให้มือถือหลายรุ่นมีตัวเลือกในการลดความละเอียดหน้าจอหรือตั้งค่า Default มาที่ Full HD เท่านั้น แล้วใช้การอัปสเกลภาพให้เป็นไปตามความละเอียดของหน้าจอ

ในแง่ Software นั้น Sony Xperia XZ Premium ทำงานส่วนใหญ่ที่ความละเอียด Full HD เท่านั้น และถูก Hardware จัดการอัปสเกลเป็น 4K ซึ่งการอัปเกลของ Sony Xperia XZ Premium มี 2 วิธีคือ

  1. Doubler วิธีอัปสเกลอย่างง่ายที่สุด ถูกใช้ในจอที่ความละเอียดสูงกว่าที่ซอฟต์แวร์ประมวลผลออกมาทุกยี่ห้อ คือการเพิ่มจำนวนพิกเซลเข้าไปตามความละเอียดจอเลย เช่น ซอฟต์แวร์ประมวลผลเป็น 1080P แต่จอเป็น 4K ก็นำพิกเซลคูณ 4 เข้าไปเลย ภาพที่ได้จะไม่ต่างไปจากเดิม แต่ได้ความแน่นอของพิกเซลจอเข้ามาชดเชย ทำให้จอไม่เป็นเส้นๆ
  2. Pixel Complement วิธีี้เป็นวิธีของ Sony เอง ใช้ได้กับแอปของ Sony เท่านั้น คือจะมีการวิเคราะห์ภาพแต่ละพิกเซลและจำลองพิกเซลรอบข้างขึ้นมาใหม่โดยใช้การคำนวณที่ซับซ้อน เพื่อให้ภาพที่ได้คมชัดขึ้น

ส่วนภาพและวีดีโอจะถูกแสดงผลที่ความละเอียด 4K ตามต้นฉบับ หรือสรุปได้ว่า Xperia XZ Premium แสดงผลเป็น 4K ตลอดเวลานั่นเอง แต่ถ้าเจาะลึกลงไปอีกตามที่มีคนตั้งข้อสงสัยเรื่องของค่า Viewport ก็จะพบว่ามันมีรายละเอียดที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย

การอธิบายเรื่องนี้ต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจการออกแบบ User Interface (UI) ซึ่งแต่ละส่วนบนหน้าจอแอนดรอยด์นั้นถูกเรียกว่า View โดยที่ View ก็มีหลายแบบแตกต่างกันไปตามหน้าที่ของมันตามภาพด้านล่าง เช่น TextView ไว้แสดงตัวหนังสือ, ImageView ไว้แสดงรูปภาพ

เจ้า Viewport นี้เกิดมาเพื่อจัดการกับหน้าจอ Android​ ที่มี​หลากหลาย​ความ​ละเอียด​ จึง​ต้อง​มี​ค่า View​port เพื่อ​ให้​แอป​ปรับ​ขนาด​ชิ้นส่วน​ต่าง​ๆ จำพวกปุ่ม, เมนู, ข้อความ ฯลฯ ให้​เหมาะสม​กับ​ความ​ละเอียด​ของแต่ละหน้าจอ​ แต่จะมี View ชนิดพิเศษอยู่ คือ SurfaceView ไว้สำหรับการแสดงผลวิดีโอ ความพิเศษของมันคือมันจะแสดงผลความละเอียดตามไฟล์ต้นฉบับโดยไม่สนค่า ViewPort ที่ถูกตั้งไว้ เช่น ไฟล์ต้นฉบับเป็น 4K ก็แสดงผลเป็น 4K ไม่เกี่ยวกับส่วนของ Viewport แต่อย่างใด ซึ่งเป็นต้นเรื่องของความสับสนครั้งนี้ เนื่องจากมีคนเข้าใจผิดเอาค่า Viewport มาชี้วัดความเป็น 4K ​ของทุกส่วนที่แสดงผลบนหน้าจอ

มาดูกันอย่างเจาะลึกกว่า ต้องย้อนกลับไปตอนที่ Android 6.0 Marshmallow เปิดตัวนั้น ได้มีการเพิ่มฟีเจอร์ให้แอนดรอยด์สามารถรองรับการแสดงผลบนหน้าจอ 4K ได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้

This feature is useful if you want to switch to 4K display resolution. While in 4K display mode, the UI continues to be rendered at the original resolution (such as 1080p) and is upscaled to 4K, but SurfaceView objects may show content at the native resolution.

อธิบายเป็นภาษาไทยโดยคร่าวๆ ก็คือ

ฟีเจอร์นี้ที่จะมีประโยชน์มากเมื่อคุณต้องการใช้งานหน้าจอที่ความละเอียด 4K โดย UI จะถูกบังคับให้แสดงผลที่ความละเอียดดั้งเดิม (เช่น 1080p (FHD)) จากนั้นมันจะถูกอัปสเกลเป็น 4K อีกที เพื่อแสดงบนหน้าจอ แต่ SurfaceView จะแสดงเนื้อหาที่ความละเอียดที่แท้จริงของหน้าจอ

หมายความว่าปกติแล้ว Android OS จะบังคับให้ UI ทั้งหมดทำงานที่ความละเอียด Full HD แล้วตัวหน้าจอจะนำไปอัปสเกลให้เป็น 4K เพื่อให้ดูคมชัดมากขึ้น นั่นคือสาเหตุที่ Viewport แสดงค่าแบบนั้น เพราะค่าที่แสดงจะเป็นการวัดขนาดของ View ที่ความละเอียด Full HD เท่านั้น ส่วนการแสดงวีดีโอหรือภาพบน SurfaceView จะได้ความละเอียดตามหน้าจอของตัวเครื่องเลย ดังนั้นถ้านักพัฒนาเขียนแอปฯ โดยวาง SurfaceView ไว้เต็มหน้าจอ เวลาเปิดวีดีโอที่เป็น 4K บน SurfaceView นี้ มันก็จะแสดงผลที่ความละเอียด 4K ให้โดยอัตโนมัตินั่นเอง

นอกจากข้อสงสัยแรกแล้ว ยังมีอีกหนึ่งข้อสงสัยคือ “ถ้าเราลองแก้ไขค่า DPI ของ Xperia XZ Premium ให้มองหน้าจอเป็น 4K ผ่าน ADB ก็จะส่งผลต่อค่า ViewPort ใน YouTube ให้แสดงเป็น 4K เช่นกัน กลับกันแม้จะแก้ DPI ผ่าน ADB เป็น 4K ก็ตามแต่หากทดสอบบนเครื่องที่หน้าจอความละเอียดไม่ถึง 4K เช่น Samsung Galaxy Note 8 ที่เป็นจอ 2K ก็จะขึ้นเป็นความละเอียดแค่ 2K จนหลายคนสงสัยว่าสรุปแล้วค่า Viewport ใน YouTube มันคืออะไรกันแน่?

คำตอบของข้อสงสัยนี้ก็คือ Viewport มันเป็นการวัดขนาดของ UI ดังนั้นการแก้ไขค่า DPI (ไม่ว่าจะผ่าน ADB หรือ Developer Options) ก็แค่ทำให้ตัวเครื่องคำนวณความละเอียดของ UI ใหม่เท่านั้น สุดท้ายแล้ว SurfaceView ก็ยังคงแสดงวีดีโอตามความละเอียดจริงของหน้าจออยู่ดี

สรุปความละเอียดหน้าจอ Sony Xperia XZ Premium คือ 4K แท้

ในมุมของการใช้งานต้องบอกว่า Xperia XZ Premium ​แสดงผล​เป็น 4K ตลอด​เวลา​ โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ​ถ้า​เล่น​คอนเทนต์​ 4K บน​แอป​ที่​รองรับ​ เช่น แอปภาพ​และ​วิดีโอ​ของ Sony, YouTube, Amazon Prime ก็​จะ​ออก​มา​เป็น 4K แต่​ถ้า​ต้นทางมีความละเอียดต่ำ​ก็​จะ​ถูก​อัปสเกล​เป็น 4K

แต่ในเชิงของนักพัฒนาก็ขึ้นอยู่กับว่าเขียนโปรแกรมออกมาแบบไหน ซึ่งโดยทั่วไปถ้าทำตามแนวทางการออกแบบที่ Google วางไว้ตั้งแต่ Android 6.0 Marshmallow ก็จะแสดงผลวีดีโอเป็น 4K ตามไฟล์ต้นฉบับเลย

กูรูตัวจริงที่ได้ผ่านการรับรองให้เป็นนักพัฒนาในระบบ GDE มาไขข้อข้องใจให้แบบนี้ คงคลายข้อสงสัยของหลายๆ คนลงได้ว่าการรับชมวิดีโอผ่าน YouTube บนตัวเครื่อง Sony Xperia XZ Premium ที่มีหน้าจอความละเอียด 4K นั้นหน้าจอแสดงผลที่ความละเอียด 4K จริงแท้แน่นอน

Posted on Leave a comment

"สีฟ้า" สาขาใหม่ที่เมกะบางนาพร้อม 3 เมนูใหม่

ทีมงานนัวเนียเรามีโอกาสได้ตระเวนร้านอาหารในเครือสีฟ้าอยู่บ่อยครั้ง และที่เมกะบางนาก็เป็นสาขาใหม่ที่พึ่งเปิดในช่วงราวเดือนธันวาคม 2560 ด้วยแนวทางการออกแบบที่ดูเข้ากับยุคสมัยมากขึ้น พร้อมกับเปิดตัวเมนูใหม่อีกด้วย

สีฟ้าเป็นร้านอาหารที่ผมเคยคิดว่าเป็นร้านอาหารไทยทั่วไป จนกระทั่งได้มีโอกาสลองถึงรู้ว่านี่เป็นร้านอาหารระดับตำนานที่สืบทอดรสชาติดั้งเดิมมากว่า 80 ปี
เป็นรสชาติที่หาไม่ได้แล้วจากสมัยนี้
ความยากของสีฟ้าไม่ใช่การพัฒนาสูตรใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย
แต่เป็นการรักษารสชาติดั้งเดิมไว้ต่างหาก

เมื่อราว 80 ปีก่อน สีฟ้าเป็นเพียงร้านขายไอศกรีม กาแฟและผลไม้แช่แข็งที่มีร้านอาหารรสชาติดีรายล้อม แต่เมื่อเวลาผ่านไปร้านชื่อดังต่างทยอยปิดกิจการ และด้วยเจตนารมณ์ของสีฟ้าที่ต้องการสืบทอดสูตรอาหารระดับตำนานเหล่านี้ จึงดำเนินการเจรจาเพื่อซื้อสูตรเด็ดมาสานต่อ ด้วยการเริ่มจ้างเชฟที่ตกงานจากร้านที่ปิดกิจการ
นอกจากการสืบทอดเมนูเด็ดจากร้านค้าที่ปิดตัวลงไปก็มีความยากลำบากในด้านวัถตุดิบและเครื่องปรุงรสต่างๆ ที่หายไปตามกาลเวลา ทำให้สีฟ้าต้องตั้งทีม R&D เพื่อวิจัยและพัฒนาเครื่องปรุงให้ได้รสที่ใกล้เคียงต้นตำรับมากที่สุด …นี่คือความพิเศษของสีฟ้าที่หาไม่ได้จากร้านอื่นๆ
ในขณะเดียวกันก็แตกไลน์เพื่อ Refresh แบรนด์ให้เข้ากับยุคสมัยโดยที่ไม่ไปแตะแบรนด์สีฟ้าเดิมที่แข็งแรงอยู่แล้ว เช่น BlueSpice & Herbs @ Terminal 21 บุฟเฟ่ต์คุณภาพไม่จำกัดเวลา และ BlueSpice Dinning Room @ Grande Centre Point Sukhumvit 55 บุฟเฟ่ต์ข้าวต้มโต้รุ่ง สำหรับสีฟ้าสาขาเมกะบางนามีการออกแบบร้านที่ทันสมัยแบบสบายๆ ที่ไม่มีเสียงดังวุ่นวาย และมีมีตกแต่งที่เข้ากับความเป็นสีฟ้าในยุคแรกเริ่ม

สีฟ้ามีเมนูที่หลากหลาย แม้จะเป็นชื่อเมนูเดียวกับที่เราคุ้นเคยแต่อาจมีรสชาติที่ต่างออกไป เนื่องจากเป็นสูตรดั้งเดิมที่ถูกใจคนที่ชื่นชอบความเป็น Original แต่อาจไม่ถูกปากเด็กยุคใหม่ที่ติดรสชาติแบบปัจจุบัน

อย่างเช่นหมูสะเต๊ะที่น้ำจิ้มในยุคนี้จะปรุงแบบเข้มๆ แต่สูตรของที่นี่จะมีความนวลละมุนไปหมด ถึงขั้นว่าลูกค้าบางรายขอน้ำจิ้มเพิ่มเป็นว่าเล่น แม้แต่ขนมปังที่เสิร์ฟคู่ก็ไม่ใช่ขนมปังทั่วไป แต่เป็นขนมปังที่สีฟ้าทำเอง

ข้าวไข่ข้นเป็นอีกเมนูที่หลายคนติดใจด้วยการปรุงที่สุกกำลังดี หรืออีหมี่ที่จัดว่าเป็นเมนูโบราณแบบที่เก่าจนคนไม่ค่อยรู้จัก ก็ยังคงความโดดเด่นด้วยกลิ่นหอมของกระบวนการปรุง และอีกหลายเมนูที่ให้รสและกลิ่นที่หาได้ยากจากยุคนี้

แม้จะมีเมนูเด็ดอยู่หลายอย่างแต่พระเอกของงานครั้งนี้คือจานปลาทั้ง 3 เมนู ได้แก่ ปลากะพงทอดราดพริก, ปลากะพงทอดน้ำปลา และปลากะพงทอดสมุนไพร ที่ต้องบอกเลยว่ารสชาติไม่เหมือนที่อื่นแน่นอน

เมนูปลาที่นี่จะไม่ติดหวานเหมือนที่คนกรุงยุคนี้คุ้นเคย แต่ใช้การสมดุลรสชาติความจัดจ้านระหว่างการปรุงและเนื้อปลา อย่างเช่นสมุนไพรที่มีความแห้งเผ็ดร้อน หรืออย่างปลากะพงทอดน้ำปลาที่รสจะเน้นหนักไปทางเค็มไม่ติดหวาน แล้วนำไปราดลงบนตัวปลาที่ทอดมากำลังดี เพื่อให้ความจัดจ้านของเครื่องเคียงได้อยู่กับคุณลักษณะของเนื้อปลา ที่ไม่ปรุงจนเสียเอกลักษณ์ของเนื้อปลาแต่อาศัยรสชาติของเครื่องเคียงแทน

การปรุงลักษณะนี้อาจไม่คุ้นกับคนยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการทอดน้ำปลาที่ไม่มีความหวานและไม่เข้าเนื้อ หรือความดุดันของเครื่องปรุงต่างๆ ที่ถูกดึงให้อ่อนโยนลงด้วยเนื้อปลา แต่ถ้าไม่ยึดติดกับรูปแบบที่พบเจอในแต่ละวันก็จะพบว่าการปรุงลักษณะนี้ก็มีความน่าสนใจไปอีกแบบ
สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเปิดกี่สาขา สีฟ้าก็ยังคือสีฟ้า ที่มีรสชาติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานตั้งแต่ยุค 80 ปีก่อนสมัยที่ยังมีร้านตั้งอยู่ในย่านราชวงศ์มาจนถึงปัจจุบันที่มีราว 20 สาขา

Posted on Leave a comment

บุฟเฟ่ต์อาหารทะเลมื้อค่ำสุดคุ้ม ณ ห้องอาหารควิซีน อันปลั๊ก โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์กรุงเทพ

ห้องอาหารควิซีน อันปลั๊ก โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ นำเสนอบุฟเฟ่ต์อาหารทะเล ซีฟู้ดสดใหม่ที่มีให้เลือกอย่างไม่อั้น พร้อมด้วยมุมบาร์บีคิวที่มีทั้งทะเลและเนื้อสัตว์ คัดสรรมาจากหัวหน้าพ่อครัวใหญ่ เชฟโดมินิค แฟร์โชดิ์ และทีมงาน ในราคาเพียงท่านละ 1,499 บาท ตั้งแต่วันนี้ถึงมีนาคม 2561 เวลา 18.00 – 22.30 น.

เริ่มกันที่อาหารทะเล Seafood on ice ที่เป็นของโปรดของใครหลายๆคน อาทิ ปูหิมะ ปูฝรั่งเศส หอยนางรมฟิน เดอ แคลร์ หอยนางรมแปซิฟิค กั้งทะเล หอยหวาน หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ นำเข้าจากหลากประเทศทั่วโลก ไม่ต้องบินไปไกลสามารถหาทานได้ในใจกลางกรุงเทพมหานคร

  • ปูหิมะ นำเข้าจากทะเลอลาสก้า รสชาติหวานอร่อยมาก มีเนื้อแน่นที่ขาและเป็นปูที่มีราคาค่อนข้างสูง
  • ปูสีน้ำตาลฝรั่งเศส หรือปู Tourteaux เป็นปูพันธุ์ทะเล เนื้อแน่นสด หวาน ปูชนิดนี้จุดเด่นจะอยู่ที่ไข่ หากใครได้ลิ้มลองกับน้ำจิ้มซีฟู้ด พร้อมกับข้าวสวยเป็นต้องติดใจ
  • ปูม้า มีรสชาติอร่อย กินง่ายกว่าปูอื่น ๆ เพราะเปลือกนิ่มกว่า ปูม้าจึงเป็นอาหารในเมนูแสนอร่อยอย่าง ปูนึ่งจิ้มน้ำจิ้มซีฟู๊ด
  • หอยนางรมฟิน เดอ แคลร์ จากประเทศฝรั่งเศส เป็นหอยนางรมที่เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบเนื้อหอย รสชาติหวานมัน มีกลิ่นหอมไอโอดีนจากน้ำทะเลธรรมชาติมหาสมุทร
  • หอยนางรมแฟซิฟิก จากมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นหอยที่มีขนาดเล็ก หวาน และมีการเพาะพันธุ์มากที่สุด มีเกลือน้อยกว่าหอยนางรมแอตแลนติก
  • กุ้งเครย์ฟิช มีรสอร่อยให้สัมผัสหนึบหนับเหมือนเนื้อกั้งผสมเนื้อปู และไม่ใช่แค่เมืองไทย แต่เครย์ฟิชยังได้รับความนิยมอย่างถล่มทลายในประเทศจีนด้วย
  • กั้ง ตัวโต แกะง่าย เนื้อร่อนไม่ติดเปลือก หลายคนชอบเพราะเนื้อเหมือนทั้งกุ้งและปูผสมกัน
  • หอยหวาน หอยหวานมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์  มีความหวานสมชื่อ เนื้อเคี้ยวแล้วกรุบๆ ทานเล่นกับน้ำจิ้มเท่านี้ก็อร่อยแล้ว
  • หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ ใหญ่ เนื้ออวบอ้วน มีสารอาหารหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ช่วยบรรเทาอาการปวดข้อ ช่วยลดอาการอักเสบ ช่วยลดโอกาสที่จะเกิดอาการหัวใจวาย หรือปัญหาจากการระบบหมุนเวียนโลหิตอีกด้วย
  • กุ้งแดง นำไปต้มสุกกำลังดี เนื้อเด้ง เคี้ยวแล้วกรึบๆ เนื้อร่อนไม่ติดเปลือกเลย
  • พร้อมกับมุมบาร์บีคิว อาทิ

  • เนื้อวากิวจากประเทศออสเตรเลีย เนื้อวากิวถูกจัดให้เรียกว่า “ราชาแห่งเนื้อวัว” ย่างแล้วได้กลิ่นหอมเหมือนอัลมอนด์ พอได้ลองชิมรสไขมันละลายอยู่ในปาก บวกกับรสเนื้อนุ่มไม่เหนียวเหมือนเนื้อวัวประเภทอื่น
  • เนื้ออาซาโด้ หรือซี่โครงเนื้อย่างสไตล์ลาตินที่แสนนุ่มและฉ่ำ นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา
  • เนื้อเทนเดอร์ลอย จากประเทศอาร์เจนตินา เป็นเนื้อสันในที่มีความนุ่มอร่อยเป็นพิเศษ เพราะเป็นเนื้อส่วนที่วัวไม่ต้องออกแรงใช้กล้ามเนื้อมาก มีขนาดชิ้นเล็กที่สุด ไขมันน้อย และมีราคาสูง
  • แกะนิวซีแลนด์ ทานคู่กับซอสสูตรเฉพาะของทางโรงแรม สัมผัสได้ถึงเนื้อที่เหนียวนุ่ม น่ารับประทาน
  • กุ้งแม่น้ำ เอาใจสาวกอาหารทะเลกับเนื้อกุ้งร้อนๆ ไข่เยิ้มๆ ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ พร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ด เด็ดอย่าบอกใคร
  • เนื้อไก่รสนุ่ม หวานช่ำเนื้อ เป็นไก่ออร์แกนนิค จากฟาร์มเขาใหญ่ ถูกเลี้ยงดูเป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นเนื้อจึงอร่อย และสะอาด ถูกหลักอนามัย และมีรสชาติดีกว่าที่อื่น
  • หมูคุโรบุตะ เป็นหมูที่ถูกเลี้ยงดูแลเป็นอย่างดี นอกจากนี้หมูคุโรบุตะจะมีลักษณะพิเศษกว่าหมูชนิดอื่นๆ เมื่อนำมาย่างจะหอม นุ่ม เนื้อจะมีความฉ่ำกว่า
  • ปลาหมึก เนื้อหนึบๆ เคี้ยวแล้วเด้งในปาก นำไปย่างกลิ่นหอมมาก
  • หมูหันสไตล์ฮ่องกง หนังบางกรอบ ทานคู่กับแป้งหมั่นโถวร้อนๆ น้ำจิ้มรสเด็ด กับผักกาดดอง
  • และเอาใจคนรักสุขภาพอย่าง ปลากะพง นำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย นำมาทำเป็นสเต็กรสเลิศ ทานคู่กับซอสทาร์ทาร์แสนอร่อย  นอกจากนี้ยังมีรายการเมนูอีกมากมายกว่า 50 รายการ ทั้งซุปเห็ดทรัฟเฟิล รสชาติดี นุ่มลิ้น จะหอมกรุ่นๆขึ้นปลายจมูก มุมพาสต้า สปาเก็ตตี้ มีซอสคาร์โบนาร่า และสปาเก็ตตี้ผัดพริกแห้งเบคอนกรอบ พิซซ่าร้อนๆ อบสดใหม่จากเตา มุมชีสและโคลด์คัท สลัดผักสด พร้อมปิดท้ายด้วยมุมขนมหวานสุดอลังการ ทั้ง เค้กรสต่างๆ เยลลี่ผลไม้ คัสตาร์ด ชอกโกแล็ตฟองดู ไอศครีม และผลไม้ตามฤดูกาล

    ราคา 1,499 บาท / ผู้ใหญ่ สำหรับสมาชิกคิง เพาเวอร์ รับส่วนลด 30% และสมาชิกแอคคอร์ พลัส รับส่วนลดตามสิทธิประโยชน์  

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 02 680 9999 หรือ http://www.pullmanbangkokkingpower.com/th/offers/seafood-buffet-in-bangkok/

    Posted on Leave a comment

    มือถือขนาดจอเท่าไหร่ถึงจะเรียกว่า Phablet

    Phablet เป็นคำที่เกิดขึ้นมาสักพักใหญ่ๆ แล้ว แม้หลังๆ คำนี้จะไม่ค่อยมีคนใช้แล้วก็ตาม แต่ได้มีคนจุดประเด็นกับผมขึ้นมาว่า “มือถือจอเท่าไหร่ถึงจะเรียกว่า Phablet ?” และ “Phablet จำเป็นต้องใช้งานแอปในโหมด Tablet ได้ไหม ?”ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเราจึงไปหาข้อมูลและนำมาเล่าสู่กันฟัง

    Oxford ให้ความหมายคำว่า Phablet ไว้ว่า

    (Trademark)(noun) A smartphone having a screen which is intermediate in size between that of a typical smartphone and a tablet computer.

    ทาง Cambridge ให้ความหมายว่า

    (noun)a large smartphone that can be used like a tablet computer

    และเมื่อดูความหมายของคำว่า Tablet จาก Cambridge ได้ความหมายว่า

    a small, flat computer that is controlled by touching the screen or by using a special pen

    เมื่อนำความหมายจากทั้ง 2 ที่มาเรียบเรียงเป็นภาษาไทยก็จะได้ประมาณนี้

    สมาร์ทโฟนที่มีขนาดหน้าจอระหว่างสมาร์ทโฟนทั่วๆ ไปและแท็บเล็ต สามารถทำงานได้คล้ายแท็บเล็ต

    เรามามองกันเรื่องขนาดจอก่อน แท็บเล็ตยี่ห้อดังๆ ในปัจจุบันซึ่งเราจะนำมาเป็นตัวแทนแท็บเล็ตทั้งหมดคือ Apple, Huawei และ Samsung โดยแท็บเล็ตจอเล็กสุดในปัจจุบันอยู่ที่ 7 นิ้ว

    ส่วนสมาร์ทโฟนเราจะใช้ค่าเฉลี่ยนหน้าจอของสมาร์ทโฟนเรือธงไซส์ปกติคือ Apple iPhone 8, Samsung Galaxy S8, Sony Xperia XZ1, Google Pixel 2, Huawei P10, LG G6 และ Nokia 8 ซึ่งมีค่า 5.25 นิ้ว

    ดังนั้น Phablet ควรจะมีขนาดหน้าจออยู่ในช่ง 5.25-7 นิ้ว

    ด้านการใช้งาน เราพบว่าแม้แต่ในหมู่แท็บเล็ตด้วยกันเองนั้นมีขนาดหน้าจอที่หลากหลายตั้งแต่ 7 นิ้วจนถึง 10 นิ้วขึ้นไป ซึ่งขนาดจอที่ต่างนี้ยังทำให้การแสดงผลแอปไม่เหมือนกัน และบางแอปเมื่อใช้ในจอ 7 นิ้วจะยังแสดงผลเป็น UI สำหรับสมาร์ทโฟนด้วยซ้ำ ตรงนี้เราจึงไม่มีข้อสรุปว่าจำเป็นต้องแสดงผลแอปแบบแท็บเล็ตไหม

    ในปัจจุบันเริ่มมีสมาร์ทโฟนที่จอด้านยาวยาวกว่าปกติ เช่น จออัตราส่วน 18:9 Univisium ซึ่งขนาดจอด้านกว้างจะแคบกว่าจอ 16:9 เช่น LG G6 จอ 5.7 นิ้วนั้นมีความกว้างของหน้าจอพอๆ กับสมาร์ทโฟนจอ 5.2 นิ้วอัตราส่วน 16:9 เท่านั้น บางเว็บไซต์จึงไม่นับสมาร์ทโฟนเหล่านี้เป็น Phablet

    Posted on Leave a comment

    แก้ไขเวลาคัดลอกลิงก์ภาษาไทยใน Firefox ไม่ให้เป็นข้อความที่อ่านไม่รู้เรื่อง

    สำหรับผู้ใช้ Firefox โดยเฉพาะคนไทยอย่างเราน่าจะเคยเจอเวลาคัดลอกที่อยู่เว็บไซต์ที่เป็นภาษาไทย เรากลับได้เป็นที่อยู่ยาวๆ ที่อ่านไม่รู้เรื่อง ตัวเลขและเครื่องหมายเปอร์เซ็นต์เยอะๆ ซึงบางทีเราไปวางใน Facebook แล้วมันก็ยาวเกิน ไม่ยอมเปลี่ยนเป็นลิงก์ให้กด

    ปัญหานี้เกิดจากการที่ตัวอักษรภาษาไทยเก็บอยู่ในฟอร์แม็ต UTF-8 แต่เวลาเราส่งที่อยู่เว็บไซต์ เราจะส่งในรูปแบบของ ASCII ซึ่งมันจะเปลี่ยนตัวหนังสือที่อ่านไม่ออกให้อยู่ในรูปที่มีเปอร์เซ็นต์ข้างหน้า แต่เราสามารถแก้ให้มันส่งเป็นรูป UTF-8 อย่างเดียวได้ โดยทำตามขั้นตอนดังนี้

    1. พิมพ์ about:config ลงไปในแถบ Address bar แล้ว Enter จะพาเราเข้าหน้า Settings พิเศษของ Firefox

    2. กด I accept the risk! แบบไม่ต้องคิดมาก เพราะเราเปลี่ยนแค่นิดเดียว ไม่ได้ไปทำอะไรแปลกๆ กับมัน

    3. พิมพ์ browser.urlbar.decodeURLsOnCopy ลงในช่องค้นหา แล้วดับเบิ้ลคลิกที่ค่าของมันให้เปลี่ยนจาก False เป็น True

    เพียง 3 ขั้นตอนง่ายๆ แค่นี้ เราก็จะหมดปัญหากวนใจนี้อย่างถาวร