รายงานจากสำนักข่าว Reuters และข้อมูลคาดการณ์จากอุตสาหกรรมระบุว่า ยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกในปี 2026 มีแนวโน้มลดลงอย่างรุนแรง โดยมีสาเหตุหลักมาจากปัญหาชิปความจำ (Memory Chip) ขาดแคลน และราคาต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งสร้างแรงกดดันอย่างหนักให้แก่บรรดาผู้ผลิต
ใครรุ่ง ใครร่วง? จากวิกฤตต้นทุนครั้งนี้
- กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด: แบรนด์ Android ระดับล่าง (Low-cost) และตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) เนื่องจากผู้บริโภคในกลุ่มนี้ไวต่อราคาที่เปลี่ยนแปลง ประกอบกับตัวสมาร์ทโฟนเองมีอัตรากำไร (Margin) ที่ต่ำอยู่แล้ว
- กลุ่มที่รอดตัวได้ดีกว่า: Apple และ Samsung คาดว่าจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเป็นผู้เล่นในตลาดพรีเมียมที่มีอำนาจในการตั้งราคา (Pricing Power) และมีโครงสร้างผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายกว่า จึงสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีกว่า
ตัวเลขคาดการณ์จาก Counterpoint Research
สถาบันวิจัย Counterpoint ได้ปรับลดคาดการณ์ยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากวิกฤตชิปความจำที่ทวีความรุนแรงขึ้น:
- เดือนกุมภาพันธ์: คาดการณ์ว่ายอดจัดส่งจะลดลง 12.4%
- เดือนมิถุนายน (ปรับปรุงล่าสุด): ปรับตัวเลขลดลงหนักกว่าเดิมเป็น 13.9%
- ยอดจัดส่งรวมทั่วโลก: คาดว่าจะเหลือเพียงประมาณ 1.08 พันล้านเครื่อง ในปี 2026
มุมมองจากนักวิเคราะห์: สถานการณ์นี้เป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่งสำหรับแบรนด์ที่พึ่งพายอดขายจากอุปกรณ์ราคาประหยัด เพราะเมื่อต้นทุนชิ้นส่วนพุ่งสูงขึ้น พวกเขาจะตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ระหว่างการยอมแบกรับต้นทุนจนขาดทุน หรือการขึ้นราคาซึ่งอาจทำให้สูญเสียลูกค้าในตลาดที่เน้นความคุ้มค่าด้านราคาเป็นหลัก








