ในยุคที่สตรีมมิ่งกลายเป็นบ้านหลังใหม่ของหนังและซีรีส์ เราต่างคุ้นเคยกับการที่ซีรีส์เรื่องโปรดจะถูก ‘แคนเซิล’ หรือไม่สร้างต่อ แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าวันหนึ่งซีรีส์ที่เราเคยดู กลับถูกลบหายไปจากแพลตฟอร์มแบบถาวร ราวกับว่ามันไม่เคยมีตัวตนอยู่จริง นี่คือชะตากรรมสุดแปลกที่เกิดขึ้นกับซีรีส์แฟนตาซีเรื่องหนึ่งของ Disney+
ซีรีส์ที่ว่านี้คือ Willow ผลงานออริจินัลแฟนตาซีผจญภัยความยาว 8 ตอนที่เคยสตรีมให้ชมบน Disney+ แต่แล้วจู่ๆ ในช่วงกลางปี 2023 ซีรีส์เรื่องนี้ก็ถูกถอดออกจากบริการไปอย่างเงียบๆ สร้างความงุนงงให้กับแฟนๆ ทั่วโลก เพราะนี่ไม่ใช่แค่การยกเลิกการสร้างซีซั่น 2 แต่เป็นการ ‘ลบ’ เนื้อหาทิ้งทั้งหมด ทำให้ไม่มีใครสามารถย้อนกลับไปดูได้อีกเลยผ่านช่องทางถูกลิขสิทธิ์
ความน่าเสียดายยิ่งทวีคูณเมื่อมองย้อนกลับไปที่ต้นกำเนิดของ Willow ซึ่งเป็นภาคต่อโดยตรงของภาพยนตร์คลาสสิกในชื่อเดียวกันเมื่อปี 1988 ผลงานการสร้างสรรค์จากจินตนาการของ จอร์จ ลูคัส บิดาแห่ง Star Wars และกำกับโดย รอน ฮาวเวิร์ด ผู้กำกับมือทอง การกลับมาในรูปแบบซีรีส์คือการสานต่อการผจญภัยของพ่อมดแคระ วิลโลว์ อัฟกู๊ด ที่รับบทโดยนักแสดงคนเดิมอย่าง วอร์วิก เดวิส ซึ่งต้องออกเดินทางครั้งใหม่พร้อมกับกลุ่มคนรุ่นใหม่เพื่อปกป้องอาณาจักร การตัดสินใจลบซีรีส์ทิ้งของ Disney ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ลดต้นทุนและหักลบค่าใช้จ่ายทางภาษี ซึ่งเป็นแนวทางที่เคยเกิดขึ้นกับแพลตฟอร์มอื่นอย่าง Max (HBO Max) ที่ลบแอนิเมชันและซีรีส์ออริจินัลของตัวเองไปหลายเรื่อง
เหตุการณ์นี้ได้จุดประกายคำถามสำคัญเกี่ยวกับความเป็นเจ้าของและความยั่งยืนของสื่อในยุคดิจิทัล เมื่อคอนเทนต์ที่เราเคยจ่ายเงินเพื่อรับชมสามารถหายวับไปได้ทุกเมื่อ แล้วคุณล่ะ คิดอย่างไรกับการที่แพลตฟอร์มสามารถลบผลงานที่เคยสร้างเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นได้
ที่มา: Screen Rant










