CMF Clip Pro หูฟัง open-ear รุ่นแรกของ CMF เปิดตัวแล้ว

CMF by Nothing เปิดตัว Clip Pro หูฟังไร้สายทรงหนีบหู (open-ear) รุ่นแรกของแบรนด์ ชู Ultra Bass Technology, LDAC และแบตอึด 32.5 ชม. ราคาเริ่ม 99 ดอลลาร์

CMF by Nothing ซับแบรนด์ราคาจับต้องง่ายของ Nothing เปิดตัว CMF Clip Pro หูฟังไร้สายทรงหนีบหู (open-ear) รุ่นแรกของแบรนด์ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 มาพร้อมไดรเวอร์ dynamic dual-magnet ขนาด 10.8mm, รองรับ Hi-Res Audio และ LDAC, แบตเตอรี่รวมเคสสูงสุด 36 ชั่วโมง ราคาเริ่มต้น 99 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,500 บาท)

วางขายจริงวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ในสหรัฐฯ อังกฤษ และญี่ปุ่นก่อน ส่วนยุโรปและประเทศอื่นๆ ยกเว้นอินเดียตามมาวันที่ 15 กันยายน 2569

ดีไซน์หนีบหู 3 จุดสัมผัส ไม่ใช่ ear-hook

Clip Pro ใช้โครง "titanium-wire C-bridge" หุ้มด้วย TPU นุ่ม กระจายน้ำหนักลง 3 จุดรอบใบหู (three-point clip) ต่างจาก Nothing Ear (open) รุ่นพี่ที่เป็นแบบคล้องหลังใบหู (ear-hook) แนวคิดคือลดจุดกดทับเวลาใส่นานๆ ตัวเคสชาร์จเป็นทรงแคปซูลตั้งขึ้น มีปุ่ม Smart Dial แบบหมุนได้จริงติดอยู่ ใช้ปรับระดับเสียง เล่น/หยุดเพลง และสลับโหมดโดยไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมา

เสียง: แก้จุดอ่อนคลาสสิกของ open-ear

หูฟังทรงเปิดหูแบบนี้มักมีปัญหาเสียงเบสจางและเสียงรั่วออกไปรบกวนคนรอบข้าง CMF แก้สองเรื่องนี้ด้วย Ultra Bass Technology ชดเชยความถี่ต่ำที่หายไป และ Sound Seal system ระบบลดเสียงรั่วที่ปรับระดับได้ผ่านแอป มีให้เลือก 3 โหมด (ปิด / เฉพาะตอนโทร / เพลงและโทร)

หูฟังไม่มี ANC (Active Noise Cancellation) เพราะดีไซน์ open-ear ไม่อุดรูหู ไดรเวอร์เป็น dynamic dual-magnet 10.8mm ผ่านการรับรอง Hi-Res Audio และรองรับ codec LDAC/AAC/SBC ระบบไมโครโฟน 4 ตัว (ข้างละ 2) จับคู่กับชิปประมวลผลเสียงเฉพาะช่วยแยกเสียงพูดออกจากเสียงรบกวนตอนโทร

แบตเตอรี่และการเชื่อมต่อ

ตัวหูฟังใช้งานต่อเนื่องได้ 10 ชั่วโมงต่อข้าง (คุยโทรศัพท์ได้ 6.5 ชั่วโมง) รวมกับเคสชาร์จได้ 32.5 ชั่วโมง หรือสูงสุด 36 ชั่วโมงในโหมด Long Battery Life ชาร์จเร็วผ่าน USB-C แค่ 10 นาทีใช้งานต่อได้อีก 4 ชั่วโมง

เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.4 รองรับการจับคู่กับ 2 อุปกรณ์พร้อมกัน มีโหมด low-latency สำหรับเล่นเกม และรองรับ Google Fast Pair กับ Microsoft Swift Pair ตัวหูฟังกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP54

ราคา สี และวันวางขาย

CMF Clip Pro ทั้ง 3 สี Dark Grey, Light Grey และ Coral

Clip Pro มี 3 สี คือ Dark Grey, Light Grey และ Coral ราคาปกติอยู่ที่ 99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 79 ปอนด์ (ประมาณ 3,500-3,900 บาทโดยประมาณจากอัตราแลกเปลี่ยน) ช่วงพรีออเดอร์มีดีลลดราคาเหลือ 79 ดอลลาร์ชั่วคราว ราคานี้สูงกว่าไลน์สินค้าปกติของ CMF ที่มักอยู่ในช่วง 20-50 ดอลลาร์ ขยับเข้าใกล้ระดับราคาของ Nothing Ear (a) มากขึ้น

CMF ยังไม่ประกาศราคาและวันวางขายสำหรับตลาดไทย

น้ำหนัก: ตัวเลขยังไม่นิ่ง

แหล่งข่าวรายงานน้ำหนักต่อข้างไม่ตรงกัน บางแหล่งระบุ 5.92 กรัม บางแหล่งระบุ 6.5 กรัม โดย CMF ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงความคลาดเคลื่อนนี้

เคสชาร์จมีปุ่ม Smart Dial ที่นอกจากปรับเสียงแล้ว ยังมีรายงานจากสื่อบางแหล่งว่ากดเรียกใช้งาน ChatGPT ผ่านปุ่มบนเคสได้ด้วย แต่ฟีเจอร์นี้ยังไม่พบการยืนยันซ้ำจากแหล่งอื่นหรือหน้าเว็บทางการ

เทียบกับ HUAWEI FreeClip 2 S

nuania เพิ่งลงข่าว HUAWEI FreeClip 2 S หูฟัง open-ear อีกรุ่นที่เพิ่งเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ วางราคาไว้ที่ 5,990 บาท ลองเทียบสเปคกันแบบตรงๆ

หัวข้อCMF Clip ProHUAWEI FreeClip 2 S
ไดรเวอร์Dynamic dual-magnet 10.8mmDual-Diaphragm
แบต (ต่อข้าง / รวมเคส)10 ชม. / 32.5 ชม. (สูงสุด 36 ชม.)9 ชม. / 38 ชม.
กันน้ำIP54IP57
ราคาประกาศ99 ดอลลาร์สหรัฐ / 79 ปอนด์ (ประมาณ 3,500-3,900 บาท)5,990 บาท
จุดขายเสียงUltra Bass Technology + Sound Seal ปรับผ่านแอปDual-Diaphragm ดันเสียงย่านต่ำ + Reverse Sound Waves ลดเสียงรั่ว
ไมโครโฟน4 ตัว (ข้างละ 2)3 ตัว พร้อมอัลกอริทึม DNN

FreeClip 2 S ให้เวลาฟังต่อเนื่องรวมเคสมากกว่าและกันน้ำสูงกว่าตามตัวเลขที่ประกาศ ทั้งสองรุ่นมีระบบลดเสียงรั่วเหมือนกัน ต่างกันที่ของ Clip Pro ปรับระดับได้เองผ่านแอป 3 โหมด ส่วนจุดที่ Clip Pro ได้เปรียบชัดคือรองรับ LDAC สำหรับสตรีมเสียงความละเอียดสูง ซึ่ง FreeClip 2 S ไม่ได้ระบุไว้

ที่มา