งานขันน็อตที่ทำให้ช่างล้า
ท่ออุตสาหกรรมต่อกันด้วยน็อตหน้าแปลน งานคลายและขันตรงจุดนี้ใช้แรง และเป็นต้นเหตุที่ช่างท่อบาดเจ็บ Lindsey Elliott ผู้ก่อตั้ง Nexterity อดีตวิศวกรและนักวางแผนของ ExxonMobil เล่ากับ TechCrunch ว่าช่างที่เธอคุยด้วยทั้งในสหรัฐและแคนาดาบ่นตรงกัน การถูกสั่งให้ทำวันละ 12 ชั่วโมงติดกันสามเดือนทำให้คนล้ามาก และเธอได้ยินซ้ำๆ ว่าผลิตภาพงานท่อในอเมริกาเหนือต่ำ
Elliott อ้างคำคนในวงการขันน็อตว่าท่อราว 80% อยู่ในขนาด NPS 2 ถึง NPS 8 ขนาดที่ซ้ำกันมากแบบนี้คือเหตุที่เธอเห็นว่าควรให้เครื่องมือทำให้ แทนการให้คนยืนขันเองทั้งกะ

คล้องรอบท่อ แล้วขันครั้งละสี่ตัว
หุ่นแบ่งเป็นสองชิ้นหลักที่ประกบรอบท่อ พอติดแล้วเลื่อนไปตามท่อได้ ใช้แบตเตอรี่ และคลายหรือขันน็อตได้ครั้งละสี่ตัว คนยังอยู่ในวงควบคุมผ่านรีโมต ตามที่ผู้ก่อตั้งอธิบายกับ TechCrunch ไม่ได้ปล่อยเครื่องไว้หน้างานโดยไม่มีคนคุม
Elliott บอกว่าทุกรูปแบบเล็กพอใส่กระเป๋า Pelican และคนงานคนเดียวหิ้วไปไซต์ใหม่ได้ บริษัทอยู่ในรายชื่อ Startup Battlefield 200 ของ TechCrunch Disrupt
หน้าเว็บของ Nexterity บอกว่าใช้คอมพิวเตอร์วิชัน และระบุว่าเร็วกว่าการขันด้วยมือได้สูงสุดราว 8 เท่า โดยตั้งแรงบิดห่างจากค่าเป้าหมายไม่เกิน 10 ฟุต-ปอนด์ ตัวเลขความเร็วและแรงบิดนี้เป็นคำกล่าวของบริษัท ยังไม่มีผลทดสอบอิสระมากับรายงานนี้

ซื้อกะทำงาน ไม่ได้ซื้อตัวหุ่น
ลูกค้าไม่ได้ซื้อเครื่องไปซ่อมเอง TechCrunch บรรยายโมเดลนี้ว่าใกล้กับการเช่าอุปกรณ์ก่อสร้าง คือยกไปขึ้นไซต์ได้โดยไม่ต้องครอบครองเครื่อง หน้าสินค้าของบริษัทเขียนชัดว่าเป็นบริการภาคสนาม ทีมของ Nexterity นำหุ่นไปที่หน้างาน ลูกค้าไม่ต้องซื้อและไม่ต้องดูแลหุ่น
หน้ารายการ GeoSR NPS 4 ระบุกะ 12 ชั่วโมงที่ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับท่อ NPS 4 และหน้าแปลนคลาส 150# กับ 300# หน้าสินค้าลงราคา 25,000 ดอลลาร์เท่ากันสำหรับกะ 12 ชั่วโมงของ NPS 2 และ NPS 3 ยังมีรายการ GeoSR NPS 5 กับ NPS 6 สำหรับหน้าแปลนสองคลาสนี้
Elliott มองว่าตลาดกว้างกว่างานน้ำมัน ก๊าซ และปิโตรเคมี เพราะท่อแบบเดียวกันอยู่ในระบบน้ำกับน้ำเสีย อาหารและเครื่องดื่ม เหมือง นิวเคลียร์ และโรงงานผลิตที่เกี่ยวกับความยั่งยืน








