มือถือเครื่องเก่าที่นอนอยู่ในลิ้นชักมาหลายปี ส่วนใหญ่ก็รอวันกลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ ทีมนักวิจัยจาก UCLA เลยหางานใหม่ให้มันทำ คือจับมาเสียบไว้บนขาหุ่นยนต์สองข้าง แล้วให้มือถือเป็นทั้งตา ตัวทรงตัว และสมอง ผลงานนี้ชื่อ PhoneBot หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ตัวจิ๋วที่เดินได้ เดินตามคนได้ และถ้าล้มหน้าคว่ำก็ลุกขึ้นมาเองได้
Daily Mail ถึงกับพาดหัวว่าไม้เซลฟี่ตายแล้ว เพราะ PhoneBot ถือมือถือให้เรา เดินตามข้าง ๆ และขยับหามุมให้กล้องจับทุกคนไว้ในเฟรมได้เหมือนช่างภาพเดินได้
PhoneBot มาจากห้องแล็บ RoMeLa (Robotics and Mechanisms Laboratory) ของ University of California, Los Angeles นำโดย Ruochen Hou และทีม เผยแพร่เป็นงานวิจัยฉบับ preprint บน arXiv ต้นทุนฮาร์ดแวร์ทั้งตัวประมาณ $400 ไม่รวมมือถือ ขณะที่หุ่นฮิวแมนนอยด์ขนาดเล็กสำหรับงานวิจัยที่ทีมยกมาเทียบในเปเปอร์ มีราคาตั้งแต่ราว $3,500 ไปจนถึง $13,800

มือถือเครื่องเดียว ทำงานแทนชิ้นส่วนหลายอย่าง
หุ่นยนต์วิจัยตัวเล็กทั่วไปต้องมีเซนเซอร์แยก คอมพิวเตอร์ประมวลผลภาพแยก และสายไฟระโยงระยาง PhoneBot ตัดของพวกนี้ออกเกือบหมด แล้วยืมจากมือถือแทน
- กล้องมือถือ ใช้มองหาและเดินตามคน
- IMU หรือชิปวัดการเอียงและการเคลื่อนไหว ทำหน้าที่เหมือนหูชั้นในที่ช่วยทรงตัว
- โปรเซสเซอร์ของมือถือ รันโครงข่ายประสาทเทียมที่สั่งให้ข้อต่อขยับ
- หน้าจอสัมผัส ใช้โชว์สถานะและเป็นปุ่มควบคุม
มือถือกับตัวหุ่นไม่มีสายเชื่อมกันเลย มือถือส่งคำสั่งผ่าน Wi-Fi ไปที่คอมพิวเตอร์บอร์ดเล็กบนตัวหุ่น แล้วบอร์ดนั้นค่อยส่งต่อไปที่มอเตอร์ ทีมวิจัยบอกว่าแบบนี้ทำให้สลับไปใช้มือถือรุ่นอื่นได้ง่ายขึ้น
สเปค PhoneBot
- สูงประมาณ 48 เซนติเมตร
- หนักประมาณ 1.8 กิโลกรัม รวมมือถือและแบตเตอรี่
- มอเตอร์เซอร์โวราคาประหยัด 13 ตัว ขาข้างละ 6 ตัว อีก 1 ตัวใช้หมุนลำตัว
- ต้นทุนฮาร์ดแวร์ราว $400 ไม่รวมมือถือ
- ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เปิดเป็นโอเพนซอร์ส
มอเตอร์ตัวที่ 13 ตรงเอวคือจุดที่น่ารัก เพราะช่วยให้ลำตัวที่มีกล้องหันตามคนได้โดยที่เท้ายังยืนอยู่ที่เดิม เหมือนคนบิดเอวมองตามโดยไม่ต้องหมุนทั้งตัว

ไม่ต้องใช้มือถือเรือธง Android ถูก ๆ ก็พอ
ทีมลองกับมือถือ Android 4 เครื่อง ได้แก่ HONOR 9 ปี 2017, Moto G 2024, Moto G 2025 และ Samsung Galaxy A16 5G ซึ่ง New Atlas ระบุว่าสามเครื่องหลังเป็นรุ่นเติมเงินราคาราว $50 ถึง $80 ทั้ง 4 เครื่องรันงานหลักได้ครบ ทั้งวัดการเคลื่อนไหว คุมการเดิน ประมวลผลภาพในเครื่อง และโต้ตอบกับคน
มีจุดเดียวที่สะดุด คือระบบทำแผนที่และระบุตำแหน่งด้วยกล้อง (SLAM) ใช้บน HONOR 9 ไม่ได้ เพราะเครื่องนั้นไม่มีบริการของ Google ที่ระบบต้องใช้เมื่อใช้งานในสหรัฐฯ
หัดเดินในโลกจำลองก่อนลงพื้นจริง
ก่อนจะได้ก้าวขาจริง PhoneBot ฝึกเดินในโลกเสมือนด้วย reinforcement learning หรือการลองผิดลองถูกแล้วให้คะแนน เดินได้จังหวะ สลับเท้าดี ยืนไม่ล้ม ได้คะแนน ส่วนนิสัยไม่ดีอย่างเดินลากเท้าก็โดนหัก ตัวจำลองยังใส่ข้อจำกัดของมอเตอร์จริงไว้ด้วย ทั้งแรง ความเร็ว และระยะคลอนของเฟือง หุ่นจะได้ไม่ไปเรียนท่าที่ร่างกายจริงทำไม่ได้
ระหว่างฝึกก็มีเรื่องขำ ช่วงแรกหุ่นเรียนเดินออกมาแบบยื่นเท้าซ้ายค้างไว้ข้างหน้า แล้วโยนน้ำหนักเกือบทั้งหมดไปให้ขาขวาแบก ทั้งที่ตัวหุ่นสร้างมาสมมาตรทุกอย่าง ทีมแก้ด้วยการเพิ่มข้อมูลฝึกฉบับกลับซ้ายขวาเข้าไปทุกตัวอย่าง พอเทียบการฝึก 5 รอบที่กลับข้างกับอีก 5 รอบที่ไม่กลับ พบว่าแบบกลับข้างเรียนเร็วกว่า ผลนิ่งกว่า และแบ่งภาระให้ขาสองข้างได้เท่ากันขึ้น
บนหุ่นตัวจริง ทีมสาธิตได้ 3 อย่าง คือเดิน ใช้กล้องเดินตามคน และลุกขึ้นยืนเองจากท่านอนคว่ำหน้า

ยังไม่มีแขน และยังต้องพึ่งโน้ตบุ๊กเวลาคุย
PhoneBot ตอนนี้ยังไม่มีแขน ฝึกเดินมาบนพื้นเรียบอย่างเดียว และมอเตอร์ราคาประหยัดก็จำกัดน้ำหนักที่แบกได้กับท่าที่ทำได้ ระบบพูดคุยใช้ไมค์และลำโพงของมือถือ แต่การแปลงเสียงพูดเป็นข้อความกับโมเดลภาษายังรันอยู่บนโน้ตบุ๊กที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ ส่วนการเดินและการมองรันบนมือถือเองทั้งหมด
ขั้นต่อไป ทีมวางแผนให้มันเดินบนพื้นขรุขระ เพิ่มแขนน้ำหนักเบาไว้หยิบของ และลองรันโมเดลภาษาบนมือถือโดยตรง เพื่อให้ฟังคำสั่งเสียงแล้วแปลงเป็นการเคลื่อนไหวได้เอง ทีมวางตัว PhoneBot เป็นแพลตฟอร์มให้นักเรียนและนักวิจัยเอาไปสร้างต่อ มากกว่าจะเป็นหุ่นเพื่อนคู่บ้านแบบสำเร็จรูป
งานนี้ต่อยอดจาก OpenBot ของ Intel ที่เคยเอามือถือไปทำเป็นหุ่นยนต์ล้อราคาราว $50 มาแล้ว PhoneBot ยากกว่าตรงที่ต้องทรงตัวบนสองขาตลอดเวลา ใครชอบหุ่นยนต์โอเพนซอร์สลองอ่านเรื่อง RoboParty RP1 ฮิวแมนนอยด์โอเพนซอร์สจากงาน IROS 2026 ต่อได้ ส่วนสายหุ่นยนต์หน้าตาแปลกต้องไม่พลาด มือหุ่นยนต์ ETH Zurich ที่ใช้นิ้วเดินเองได้









