Tesla เปิดตัว Roadster รุ่นที่สองแล้ว หลังลากยาวมาเกือบ 9 ปีนับจากโชว์ต้นแบบครั้งแรกในปี 2017 และงานนี้ออกมาเป็นโชว์ผาดโผนมากกว่างานเปิดตัวรถ บนเวทีใกล้ฐานทดสอบ SpaceX ที่ McGregor แถบเมือง Waco รัฐเท็กซัส รถคันนี้ไต่ทางลาดโค้งจนห้อยหัว กระโดดลอยข้ามรถ Tesla ทั้งไลน์อัป ตีลังกากลางอากาศแล้วลงพื้นได้เรียบร้อย ปิดท้ายด้วยการออกตัว 0-60 ไมล์/ชม. (ราว 96 กม./ชม.) ใน 0.81 วินาที
งานทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึง 30 นาที ไม่มีการพูดถึงราคาหรือวันส่งมอบบนเวทีเลย หลังโชว์แรกจบ Elon Musk พูดสั้น ๆ ว่า “มันได้ผล รถบินได้มีอยู่จริงแล้ว” และบอกว่านี่คือผลงานร่วมกันของวิศวกร Tesla กับ SpaceX ที่ “เหนือกว่ารถของ James Bond ทุกคัน”
ท่าที่ 1 ไต่ทางลาดจนห้อยหัว แล้วบินลงมา
Tesla เรียกท่านี้ว่า The Ramp ตัวรถขับขึ้นทางลาดโค้งสูงหลายชั้นจนเกือบกลับหัว เกาะผิวทางไว้ด้วยแรงดูดจากพัดลมใต้ท้องรถที่ SpaceX พัฒนาให้ ระบบนี้สร้างแรงดูดได้สูงสุดราว 2G และ Tesla บอกว่าดูดได้แรงพอจะห้อยหัวค้างไว้ได้แม้จอดนิ่ง รอบต่อมารถวิ่งพ้นขอบทางลาดออกไปเลย ใช้หัวพ่นแก๊สเย็น (cold gas thruster) หมุนตัวแบบ barrel roll แล้วลงพื้นในท่าปกติ
ใครตามรถแข่งจะคุ้นหลักการพัดลมดูดใต้ท้องนี้ดี รถแข่งที่ใช้พัดลมสร้างแรงกดถูกแบนจากการแข่งขันระดับอาชีพแทบทุกรายการมาตั้งแต่ยุค 1970 เพราะได้เปรียบเกินไป ส่วนไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้า McMurtry Spéirling จากอังกฤษก็เคยโชว์ขับห้อยหัวด้วยหลักการคล้ายกันมาแล้วเมื่อปีก่อน ของใหม่ที่ Tesla ใส่เพิ่มเข้ามาคือ thruster ที่ทำให้รถลอยและหมุนตัวกลางอากาศได้
ท่าที่ 2 Kickflip กระโดดข้ามรถทั้งไลน์อัป
ท่าที่สองดูบ้ากว่าเดิม Roadster ออกตัววิ่งแล้วใช้ thruster ยกตัวลอยข้าม Model 3, Model Y, Cybertruck, Tesla Semi และ Cybercab ที่จอดเรียงกัน ระหว่างลอยอยู่ก็หมุนตัวอีกรอบก่อนลงพื้น Lars Moravy รองประธานฝ่ายวิศวกรรมของ Tesla เรียกท่านี้ว่า kickflip เหมือนท่าสเก็ตบอร์ด
Musk อธิบายว่ารถมีทั้ง thruster หลักด้านหลังและ thruster คุมทิศทางรอบคัน “มันบินได้เหมือนจรวดเลย หมุนตัวได้ ทำท่ายิมนาสติกบ้า ๆ ได้ตามใจ” เขายังยอมรับตรง ๆ ว่ารถคันนี้ไม่ได้ถูกปรับมาเพื่อความปลอดภัยสูงสุด และบอกว่ามันดันมาตรวัดความสนุกไปถึง 11 เต็ม 10
ท่าที่ 3 ออกตัว 0-60 ไมล์/ชม. ใน 0.81 วินาที
ท่าสุดท้ายสั้นที่สุด และเป็นท่าเดียวที่เอาไปใช้กับรถสมรรถนะสูงได้จริง Roadster ใช้ thruster ด้านหลังช่วยดันตอนออกตัว Tesla อ้างว่าทำ 0-60 ไมล์/ชม. ได้ 0.81 วินาที ทิ้งห่างรถถนนทุกคันที่ขายอยู่ตอนนี้ Musk บอกว่ารุ่นผลิตจริงน่าจะทำได้ดีกว่านี้อีก โจทย์คือร่างกายคนนั่งรับแรงได้แค่ไหน และยังแซวว่าความเร็วของรถอาจแตะครึ่งหนึ่งของความเร็วเสียง (Mach 0.5)
บินด้วยลมอัด ไม่ต้องเติมเชื้อเพลิงจรวด
ระบบ thruster ใช้อากาศอัดแรงดันสูงในถังสองใบ ความจุรวม 600 ลิตร บรรจุอากาศราว 250 กิโลกรัม ปล่อยออกทางหัวพ่น 10 จุด รถอัดอากาศกลับเข้าถังได้เองโดยไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงเคมี ตัวขับหัวพ่นเป็นแบบไฟฟ้าทั้งหมด คอยปรับแรงพ่นทีละนิดเพื่อทรงตัวตอนลอย Tesla บอกว่าระบบนี้สร้างแรงได้ 4-5 เท่าของแรงยึดเกาะที่ยางทำได้ นี่คือเหตุผลที่อัตราเร่งหลุดกรอบรถยนต์ทั่วไป
ทุกท่าบนเวทีใช้แรงพ่นแค่ไม่กี่วินาที Road & Track ตั้งข้อสังเกตว่าอากาศในถังมีจำกัด จึงอาจทำซ้ำได้ไม่กี่ครั้งต่อการอัดหนึ่งรอบ และ Tesla ยังไม่บอกว่าต้องใช้เวลากับพลังงานเท่าไรในการเติมถังกลับ รวมถึงไม่ได้ยืนยันว่ารถที่โชว์แต่ละคันคือรถสเปกผลิตจริง
3 รุ่นย่อย รุ่นที่บินได้ห้ามขับบนถนน
หลังจบงาน Tesla อัปเดตหน้าเว็บ Roadster แบ่งเป็น 3 รุ่น ไล่ตามปริมาณ thruster ที่ใส่มา
| รุ่น | ที่นั่ง | 0-60 ไมล์/ชม. | จุดเด่น | การขาย |
|---|---|---|---|---|
| Performance | 2 | ต่ำกว่า 1.6 วินาที | แอโรไดนามิกแบบแอ็กทีฟ กับระบบดูดหลายโหมด | เปิดจอง |
| Thrust | 2 | ต่ำกว่า 0.9 วินาที | เพิ่ม thruster ด้านหลัง | ผลิตจำนวนจำกัด |
| Rocket | 1 | ต่ำกว่า 0.59 วินาที | thruster รอบคัน ลอยและหมุนตัวกลางอากาศได้ ท็อปสปีดเกิน 230 ไมล์/ชม. (ราว 370 กม./ชม.) | เฉพาะผู้ได้รับเชิญ ไม่ได้รับอนุมัติให้ใช้บนถนนสาธารณะ |
Tesla ตั้งเป้าระยะทางวิ่งเกิน 300 ไมล์ (ราว 480 กม.) ยังไม่ประกาศราคา แต่เปิดรับจองใหม่ด้วยเงินมัดจำ 50,000 ดอลลาร์ ส่วน Musk ตั้งเป้าเริ่มผลิตที่ Giga Texas ในปี 2028
ตัวรถได้แรงบันดาลใจจาก SR-71
Moravy บอกว่า Tesla ได้แรงบันดาลใจจากงานออกแบบอากาศยาน อย่างเครื่องบินลาดตระเวน SR-71 ส่วน Musk เรียก Roadster ว่า “the last best driver’s car” หรือรถของคนรักการขับคันสุดท้ายที่ดีที่สุด รายละเอียดที่ Tesla เปิดเผยมีดังนี้
- ห้องโดยสารสองที่นั่ง เบาะขึ้นรูปติดกับแชสซี ปรับตำแหน่งเบาะไม่ได้ ลดน้ำหนักด้วยแมกนีเซียม ไทเทเนียม และคาร์บอนไฟเบอร์
- พวงมาลัยแบบ yoke กับระบบ steer-by-wire รวมถึงเบรกและคันเร่งแบบ by-wire
- ปีกหลังแบบแอ็กทีฟหดเก็บได้ และ Track Mode ที่ลดความสูงตัวรถ
- ไฟหน้าแบบซ่อน ไฟท้ายยาวเต็มคัน สี Ano White ที่ได้แรงบันดาลใจจากสารเคลือบอากาศยาน และกระจกโทนทองแบบหน้ากากชุดนักบินอวกาศ
- ภายในสี Ultrawhite ตัดไมโครสเวดสีเทา มีจอกลางหนึ่งจอและจอเล็กด้านหน้าอีกสองจอ
รอ 9 ปี จากสัญญาเดิมถึงวันที่รถบินได้
Roadster ต้นแบบเปิดตัวแบบเซอร์ไพรส์ในงาน Tesla Semi ปี 2017 ตอนนั้นเคลมว่า 0-60 ไมล์/ชม. ใน 1.9 วินาที ท็อปสปีดเกิน 250 ไมล์/ชม. แบต 200 kWh วิ่งได้ 620 ไมล์ ราคาเริ่ม 200,000 ดอลลาร์ และจะส่งมอบในปี 2020 ผู้จองวางมัดจำกันคนละ 50,000 ดอลลาร์ หรือ 250,000 ดอลลาร์สำหรับ Founders Series จากนั้นกำหนดการก็เลื่อนมาเรื่อย ๆ ขณะที่ Tesla ทุ่มกำลังไปกับ Model Y และ Cybertruck
ระหว่างที่รอ ตลาดไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าก็ไปไกลแล้ว Rimac Nevera ทำสถิติไว้หลายรายการ Porsche เกลาความแรงของ Taycan มาหลายรุ่น และค่ายจีนอย่าง BYD ก็มีซูเปอร์คาร์สายสนามในราคาที่ถูกกว่ามาก Musk เองยอมรับว่า Roadster เป็นแค่ “small potato” ที่ไม่ได้ช่วยรายได้มากนัก มันคือรถ halo ที่โชว์ว่า Tesla กับ SpaceX ทำอะไรร่วมกันได้ ถึงขั้นมีนักวิเคราะห์มองว่าเป็นการปูทางให้ข่าวลือการควบรวมสองบริษัท ส่วนคนที่ห่วงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก Musk แนะนำว่าอย่าซื้อ
ถ้ารุ่นผลิตจริงทำได้ตามที่โชว์ Roadster Rocket จะเป็นรถที่ซื้อได้คันแรกที่ตีลังกากลางอากาศได้ แม้จะต้องรอบัตรเชิญและเอาขึ้นถนนไม่ได้ก็ตาม ที่เหลือคือรอดูว่าปี 2028 จะมาตามนัดหรือเปล่า และเตรียมฟังต่อในงานแถลงผลประกอบการไตรมาส 3 ของ Tesla วันที่ 21 ต.ค. นี้
แหล่งอ้างอิง
- Tesla: Roadster
- Tesla บน YouTube: The Ramp, The Kickflip, The 0-60
- The Verge: The Tesla Roadster flew, drove upside down, and hit 60mph in under a second
- Road & Track: Watch the Tesla Roadster Fly, Flip, and Launch from 0-60 MPH in Under 1 Second
- Teslarati: Tesla Roadster: Three configs, one can fly, 0-60 in 0.8 seconds








