ช่วงนี้ถ้าใครไถโซเชียลบ่อยๆ คงจะเห็น “ทาร์ตไข่” ผ่านตากันเต็มฟีดไปหมด จากที่เคยเป็นแค่ขนมในร้านเบเกอรีทั่วไป ตอนนี้กลายเป็นเมนูสุดฮิตที่หลายคนต้องต่อคิวซื้อหรือกดสั่งเดลิเวอรีกันรัวๆ จนเกิดเป็นปรากฏการณ์ “ทาร์ตไข่ฟีเวอร์” ขึ้นมา
ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มีแบรนด์ทาร์ตไข่สเปเชียลตี้อย่าง YOLK เป็นหนึ่งในตัวจุดกระแสสำคัญ ที่ยกระดับทาร์ตไข่ธรรมดาๆ ให้กลายเป็นของต้องลอง ด้วยการใส่ใจในวัตถุดิบและความพิถีพิถัน จนทำให้รสชาติโดดเด่นไม่เหมือนใคร และกลายเป็นไวรัลในโลกโซเชียลอย่างรวดเร็ว

ความนิยมนี้ไม่ใช่แค่ความรู้สึกไปเอง แต่มีตัวเลขยืนยันจากแอปสั่งอาหารอย่าง GrabFood ที่พบว่าในช่วงครึ่งปีแรก ยอดขายทาร์ตไข่เติบโตขึ้นกว่า 80% และจำนวนร้านค้าที่นำเมนูนี้มาขายก็เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า รวมแล้วกว่า 11,000 ร้านเลยทีเดียว นี่แสดงให้เห็นว่าทาร์ตไข่ได้กลายเป็นเมนูขวัญใจคนไทยไปเรียบร้อยแล้ว
ล่าสุด YOLK ได้ทำโปรเจกต์พิเศษในชื่อ “Proudly, Made in Thailand” ด้วยการจับมือกับ 4 แบรนด์ไทยชื่อดังที่หลายคนคุ้นเคย เพื่อสร้างสรรค์ทาร์ตไข่ 4 รสชาติใหม่ที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน บอกเลยว่าแต่ละรสนั้นดึงเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์ออกมาได้อย่างน่าสนใจ
- ทาร์ตไข่ซุปทรัฟเฟิลชีสน้ำผึ้ง: เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างของหวานและของคาว โดยร่วมมือกับร้านอาหารสุขภาพชื่อดังอย่าง โอ้กะจู๋ ได้รสชาติหอมมันของทรัฟเฟิลและชีส ตัดกับความหวานละมุนของน้ำผึ้ง ใครที่ชอบรสชาติแปลกใหม่ต้องลอง
- ทาร์ตไข่กาแฟเดอร์ตี้โมจินมสด: คอกาแฟน่าจะถูกใจรสนี้เป็นพิเศษ เพราะได้ความเข้มข้นของกาแฟจาก โรงคั่วกาแฟทรงวาด ร้านกาแฟสเปเชียลตี้ย่านทรงวาด มาพร้อมกับความนุ่มหนึบของโมจิ เป็นส่วนผสมที่ทำให้การกินทาร์ตไข่ไม่จำเจอีกต่อไป
- ทาร์ตไข่สังขยาใบเตยน้ำตาลโตนด: สำหรับใครที่ชอบขนมไทยต้องรสนี้เลย เป็นการนำรสชาติที่คุ้นเคยมาตีความใหม่ โดยร่วมกับร้านขนมไทยร่วมสมัยอย่าง แก้วบูทีค ได้ความหอมหวานของสังขยาใบเตยและน้ำตาลโตนดที่เข้ากันดีกับแป้งทาร์ตกรอบๆ
- ทาร์ตไข่ครีมชีสเจลลี่องุ่น: สายหวานซ่อนเปรี้ยวต้องรสนี้ เป็นการคอลแลปส์กับร้านเครื่องดื่มสุดฮิต เจี้ยนชา (JIANCHA) ที่นำความสดชื่นของเจลลี่องุ่นเคียวโฮมาตัดกับความนัวของครีมชีส กินแล้วรู้สึกสดชื่น เหมาะกับอากาศบ้านเราสุดๆ
ทาร์ตไข่ทั้ง 4 รสชาติพิเศษนี้ มีวางขายที่ร้าน YOLK ทุกสาขา และสำหรับใครที่อยากสั่งมากินที่บ้านหรือที่ทำงาน ก็สามารถสั่งผ่านบริการเดลิเวอรีได้เฉพาะที่ Grab เท่านั้น โดยจะวางขายถึงแค่วันที่ 31 ตุลาคมนี้ ใครที่เป็นสายกินและชอบลองของใหม่ๆ บอกเลยว่านี่คือโอกาสดีที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ความอร่อยที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ของแบรนด์ไทยได้เป็นอย่างดี







