ในยุคที่ต้นทุนชิปต่างๆ แพงขึ้น บางรุ่นเริ่มลดแรมหรือเพิ่มราคา นั่นทำให้ถ้าต้องการแท็บเล็ตในงบไม่เกิน 10,000 บาท Alldocube iPlay 70 Pad Pro ถือว่าเป็นรุ่นที่น่าสนใจมาก ด้วยการให้แรมมา 8GB รองรับระบบแรมเสมือนอีก 8GB รวมมีแรมให้ใช้งาน 16GB และยังให้พื้นที่ 128GB แถมยังใส่ซิมเล่นเน็ตและโทรได้ ทั้งหมดนี้มาในราคา 9,490 บาทเท่านั้น และยังรองรับ PC Mode เหมาะกับยุคสมัยที่ต้องการความคุ้มค่า 3 in 1 ได้ครบทั้ง แท็บเล็ต แป้นพิมพ์ ปากกา
ถอดรหัสเบื้องหลัง RAM 8GB + 8GB
Alldocube iPlay 70 Pad Pro ให้แรมมาใช้งานรวมทั้งหมด 16GB โดยแบ่งเป็นแรมจริง 8GB และแรมเสมือนอีก 8GB แม้ว่าคนบางกลุ่มจะแนะนำให้ปิดแรมเสริม แต่จากประสบการณ์ของผมแนะนำว่าการเปิดแรมเสริมไว้สูงสุด จะช่วยให้การใช้งานจริงราบรื่นขึ้น เนื่องจากแรมเสมือนจะเป็นการยืมพื้นที่จากหน่วยความจำ 128GB มาใช้บางส่วน ซึ่งเป็นเทคนิคที่ทุกระบบใช้งานกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Android, iOS, macOS, Windows, Linux

ดังนั้นผมจึงมองว่าเทคนิคนี้จึงมีประโยชน์กว่าในการใช้งานจริง ได้พื้นที่แรมเยอะในราคาที่เป็นมิตร ทำให้เราสามารถเปิดแอปทิ้งไว้ได้มากขึ้น โดยไม่เกิดอาการแอปเด้งหรือปิดตัวเอง
การให้พื้นที่ในตัวเครื่อง 128GB นับว่าเพียงพอสำหรับแอปทำงาน เช่น Word, Excel, WPS, Canva เพราะแอปสำหรับทำงานมักมีไฟล์ขนาดไม่ใหญ่ และบางแอปก็ทำงานแบบออนไลน์ แต่ในกรณีที่ต้องการพื้นที่เพิ่มก็สามารถใส่ microSD ได้สูงสุด 1TB
หน้าจอ 2.5K รีเฟรชเรท 90Hz ลำโพง 4 ตัว
สิ่งที่ทำให้ Alldocube iPlay 70 Pad Pro เหมาะกับการใช้งานอย่างจริงจัง คือการให้หน้าจอขนาด 12.1 นิ้ว IPS ความละเอียด 2.5K รีเฟรชเรท 90Hz ซึ่งจัดว่าเป็นหน้าจอที่ใหญ่พอที่จะทำงานอย่างจริงจัง แต่ก็ไม่ใหญ่จนทำให้พกยาก และด้วยสีสันความละเอียดระดับนี้ ทำให้เราสามารถทำกราฟิก Canva ได้สีสันที่เที่ยงตรงดีพอจะใช้งานจริง และรีเฟรชเรทระดับนี้ก็ช่วยให้การเลื่อนฟีดไถจอมีความสมูธมากขึ้น

นอกจากนี้สีสันที่สวยงามของหน้าจอ ยังทำให้การใช้งานด้านความบันเทิงอิ่มเอมมากขึ้น บวกกับการให้ลำโพงมาถึง 4 ตัวก็ช่วยให้เสียงดังเหมาะกับการดูหนังฟังเพลง โดยคุณภาพลำโพงมีความใส กังวาล เสียงพูดเสียงร้องชัด เสียงย่านต่ำไม่แน่นนัก แต่ก็ถือว่าทำได้ดีสำหรับราคานี้

ด้านการดูหนังผ่าน Netflix ก็ทำได้ที่ระดับ Widevine L1 ที่แสดงผลได้ถึง Full HD ส่วนการวีดีโอคอลก็มีไมค์ให้ 1 ตัว ซึ่งเหมาะกับการสนทนาในที่เสียงรบกวนไม่มากนัก
ใส่ซิมเล่นเน็ตโทรได้ คล่องตัว อิสระ ใช้งานได้ทุกที่
สิ่งที่สำคัญมากสำหรับคนที่เน้นการทำงานแบบแข่งกับเวลา คือการที่เครื่องมือของเราสามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา นอกจาก Alldocube iPlay 70 Pad Pro จะพกพาได้สะดวกแล้ว รุ่นนี้ยังรองรับการใส่ 2 ซิมอีกด้วย นั่นหมายความว่าเราสามารถต่อเน็ตได้ทุกที่ และยังสามารถใช้แทนมือถือในการรับสายและโทรออกได้ด้วย

Alldocube iPlay 70 Pad Pro ถูกออกแบบมาให้ใช้งานเหมือน PC ขนาดพกพา โดยเน้นการใช้งานในแนวนอนเป็นหลัก โดยสังเกตได้จากตัวเครื่องที่วางกล้องไว้กึ่งกลางในแนวนอน รวมถึงถึงปรับเสียงที่ย้ายไปไว้ทางด้านซ้ายพร้อมกับปุ่ม Power ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ผมขอชื่นชม Alldocube เลยครับ เพราะแท็บเล็ตส่วนมากจะวางปุ่มปรับเสียงไว้ด้านบนเมื่อใช้ในแนวนอน แต่ UI ปรับระดับเสียงมันเป็นแนวตั้ง ทำให้การใช้งานมันชวนสับสนมาก ในขณะที่ Alldocube iPlay 70 Pad Pro วางปุ่มปรับเสียงไว้ด้านซ้ายซึ่งเป็นแนวตั้งเช่นเดียวกับหลอดระดับเสียง ทำให้ UX สมเหตุสมผล เข้าใจได้ง่ายกว่า

นอกจากนี้ยังมีตัวเคสที่ทำได้น่าเหลือเชื่อมาก โดยแบ่งเป็น 2 ชิ้นคือตัวเคสประกบด้านหลังกับชิ้นที่เป็นแป้นพิมพ์ และเราไม่ต้องชาร์จตัวเคสคีย์บอร์ดนะครับ เพราะมันใช้พลังงานจากตัวเครื่องผ่าน POCO Pin เหมือนพวกแท็บเล็ตระดับเรือธงเลย ซึ่งจุดนี้ทำให้ผมประทับใจมากครับ และที่สำคัญคือในตัวระบบมีระบบบังคับให้แอปต่างๆ แสดงผลในแนวนอนเลย ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ Android Tablet ทุกรุ่นต้องเจอ ทำให้เราสามารถใช้งานในแนวนอนได้สะดวก
ประสิทธิภาพเพียงพอกับการใช้งานประจำวัน
ถ้าลองค้นหาข้อมูล MediaTek MTK G100 บนหน้าเว็บของ MediaTek จะพบว่าทางแบรนด์ให้นิยามชิปตัวนี้ว่า “all‑day gaming performance, outstanding battery life” ซึ่งหมายถึงความเร็วแรงที่ดีพอจะเล่นเกมได้ทั้งวันและยังโดดเด่นด้วยการจัดการพลังงานแบตเตอรี่ที่ดีด้วย โดยมีแบตเตอรี่ 10,000mAh และชาร์จเร็ว 33W

นั่นหมายความว่า Alldocube iPlay 70 Pad Pro สามารถใช้งานประจำวันได้อย่างไม่ติดขัด ไม่ว่าจะเป็นการเข้าเว็บ, เช็คเมล, เล่นโซเชียล ฯลฯ และความดีงามกว่านั้นคือ Alldocube OS 5.0L ทำระบบมาได้คลีนและเบามาก โดยใช้รากฐานของ Android 16 และแทบไม่มี Bloatware เลย แอปทุกสิ่งใช้ของ Google ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการโทร, ข้อความ, ปฏิทิน, รูปภาพ ทุกอย่างจัดการโดยแอปของ Google นั่นทำให้ระบบลีนและลื่นมาก

กล้องหน้าความละเอียด 8MP กล้องหลัง 16MP พร้อมแฟลช ซึ่งกล้องรุ่นนี้ให้คุณภาพเทียบเท่าแท็บเล็ตช่วงราคานี้ คือดีพอสำหรับการสื่อสารหรือวีดีโอคอล และนั่นก็ทำให้รุ่นนี้มีตัวเลือกในการปลดล็อกหน้าจอด้วยการสแกนใบหน้าด้วย ซึ่งสะดวกกว่าการใส่รหัส
PC Mode สำหรับการใช้งานแบบคอมพิวเตอร์
สิ่งที่ไม่พูดไม่ได้คือ PC Mode ที่แท็บเล็ตน้อยรุ่นที่จะมีโหมดนี้ ซึ่งข้อดีของ PC Mode จะปรับการแสดงผลให้เหมือนใช้งานคอมพิวเตอร์ และให้อิสระในการปรับขนาดหน้าต่างแต่ละแอปด้วย ช่วยให้เราใช้งานแบบ Multi-Tasking ได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยแก้ปัญหาแอปที่แสดงผลในแนวตั้งบนหน้าจอแนวนอนได้ด้วย

ในกรณีที่ต้องการขีดเขียน เราสามารถใช้ปากกาอเนกประสงค์ของ baseus ได้ด้วย

บทสรุป Alldocube iPlay 70 Pad Pro เหมาะใคร?
ด้วยงบประมาณที่ไม่ถึงหมื่นและได้คุณสมบัติที่ครบเครื่องขนาดนี้ ทำให้ Alldocube iPlay 70 Pad Pro เหมาะกับคนที่เน้นการทำงานเป็นหลัก เช่น กลุ่มนักเรียนนักศึกษา ที่ต้องการใช้ค้นคว้าข้อมูลการเรียน รวมไปถึงใช้เพื่อการพักผ่อนอย่างการดูหนังฟังเพลงและเล่นเกม

หรือแม้แต่คนที่ทำงานอย่างจริงจังและต้องเดินทางบ่อย เพราะการใส่ซิม 4G มี GPS ในตัว เหมาะกับคนที่ต้องนั่งทำงานตามร้านกาแฟ หรือออกไปพบลูกค้า และโชว์ตัวงานให้ดูผ่านหน้าจอ 12.1 นิ้วที่ใหญ่ชัดเจน รวมถึงคนที่ต้องการใช้เพื่อพักผ่อนล้วนๆ เพราะรุ่นนี้มีหน้าจอที่ใหญ่คมชัด บวกกับลำโพง 4 ตัว ทำให้การดูหนังฟังเพลงเล่นเกม หรือเข้าเว็บเสพสื่อก็ทำได้สะดวก

แม้ว่า Android Tablet สายประหยัดอาจจะมีตัวเลือกอื่นในราคานี้ แต่ก็ต้องบอกว่ารุ่นนี้ทำออกมาได้ลงตัวมาก ทั้งในแง่ Software ที่คลีนมาก และยังมีเคสคีย์บอร์ดที่ถอดแยกชิ้นได้ มี Touch Pad ด้วย และไม่ต้องชาร์จแยก ทำได้เหมือนรุ่นแพงๆ เลยครับ
ช่องทางการสั่งซื้อ
Shopee
- Alldocube_Official Store : https://s.shopee.co.th/3qKSpXpWtV
- Alldocube Thailand : https://s.shopee.co.th/BRASq3mRQ
Lazada
- Alldocube Thailand : https://s.lazada.co.th/s.ZhRs7K
- Alldocube Store : https://s.lazada.co.th/s.ZhRHZw
TikTok








