แม้ Android Auto และ Apple CarPlay จะกลายเป็นฟีเจอร์ขวัญใจมหาชนที่คนซื้อรถคาดหวัง แต่ดูเหมือนว่าอนาคตของระบบเหล่านี้กำลังสั่นคลอน เมื่อค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง General Motors (GM) ประกาศเตรียมโบกมือลาภายในปี 2026
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เริ่มต้นจาก GM ที่ประกาศว่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) รุ่นใหม่ๆ ตั้งแต่ Chevrolet Blazer EV ปี 2024 เป็นต้นไป จะไม่รองรับระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนแบบเดิมอีกต่อไป แต่จะหันไปใช้ระบบปฏิบัติการที่พัฒนาขึ้นเองภายใต้ชื่อ Ultifi ซึ่งมีแกนหลักเป็น Android Automotive OS ของ Google แทน นี่คือการเปลี่ยนจากระบบที่เพียง ‘ฉายภาพ’ จากมือถือขึ้นจอรถยนต์ ไปสู่ระบบปฏิบัติการที่ฝังตัวและทำงานเป็นหนึ่งเดียวกับฮาร์ดแวร์ของรถโดยตรง
เบื้องหลังการตัดสินใจนี้เป็นเรื่องของ อำนาจการควบคุมและโมเดลธุรกิจในอนาคต การใช้ Android Auto เปรียบเสมือนการยกข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานอันล้ำค่าของผู้ขับขี่ให้ Google ทั้งข้อมูลการเดินทาง แอปที่ใช้ หรือแม้แต่เพลงที่ฟัง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้คือ ‘ขุมทรัพย์’ ที่ค่ายรถยนต์ต้องการนำมาวิเคราะห์เพื่อสร้างบริการเสริมใหม่ๆ
เมื่อควบคุมระบบปฏิบัติการได้เองทั้งหมด ค่ายรถจะสามารถสร้าง ecosystem ของตัวเองขึ้นมาได้ เปิดประตูสู่การสร้างรายได้แบบสมาชิก (Subscription) ไม่ว่าจะเป็นบริการนำทางขั้นสูง ฟีเจอร์ความบันเทิงพิเศษ หรือการเปิดให้นักพัฒนาสร้างแอปขายบนแพลตฟอร์มของตัวเอง มันคือการเปลี่ยนรถยนต์จากผลิตภัณฑ์ที่ขายครั้งเดียวจบ ให้กลายเป็นแหล่งสร้างรายได้ต่อเนื่อง ในมุมของวิศวกรรม การมีระบบปฏิบัติการที่ฝังมากับตัวรถโดยตรงอย่าง Android Automotive ยังช่วยให้การผสานการทำงานระหว่างซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ของรถทำได้ลึกซึ้งกว่ามาก เช่น การแสดงข้อมูลสถานะแบตเตอรี่ EV ในแอปแผนที่เพื่อคำนวณจุดชาร์จที่แม่นยำ หรือการสั่งงานระบบปรับอากาศผ่านคำสั่งเสียงได้อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งเป็นสิ่งที่ระบบฉายภาพทำได้จำกัด
ที่มา: Engadget







