ในตลาด Android Tablet ที่แข่งขันกันดุเดือดในช่วงราคาบวกลบหมื่น แต่มีรุ่นหนึ่งที่ถูกใจผมมากคือ Alldocube Ultra Pad ด้วยหน้าจอใหญ่ 13 นิ้ว รีเฟรชเรตสูงถึง 144Hz ชิป Snapdragon 7+ Gen 3 แต่ราคาแค่ 13,990 บาท
สเปคแรง ทำงานได้สบาย
สิ่งที่ต้องพิจารณาเมื่อซื้อแท็บเล็ตช่วงราคานี้คือเรื่องของสเปค ซึ่ง Alldocube Ultra Pad ให้สเปคมาแบบระดับหัวแถวของราคานี้ โดยมาพร้อมกับ Qualcomm Snapdragon 7+ Gen 3 แรม 12GB LPDDR5x มีพื้นที่ให้ใช้งาน 256GB แบบ UFS 3.1 รองรับ microSD ได้สูงสุด 1TB

ด้านการเชื่อมต่อมีพอร์ต USB-C สามารถเสียบสายต่อภาพออกจอนอกได้ รองรับWi-Fi 6 และ Bluetooth 5.4 ที่สำคัญคือการรองรับคีย์บอร์ดแม่เหล็กพร้อมทัชแพดในตัว ซึ่งเชื่อมต่อผ่าน POGO Pin ที่เหมือนแท็บเล็ตระดับเรือธง ทำให้การพิมพ์ส่งสัญญาณกลับไปยังตัวเครื่องได้รวดเร็ว ไม่มีอาการหน่วง และยังไม่ต้องชาร์จคีย์บอร์ดแยก

ระบบปฏิบัติการเป็น Android 15 พร้อม custom UI มาในชื่อ ALLDOCUBE OS 4.1 ที่มีผู้ช่วยเสียง “Hi Coo-bee” นอกจากนี้ยังมี PC Mode ที่เปลี่ยน UI ให้เหมือนใช้งานโน้ตบุ๊ค เหมาะสำหรับคนที่ชอบเปิดหลายหน้าต่างทำงานพร้อมกัน และที่น่าชื่นชมคือ Alldocube หรับแต่ง Software ส่วนนี้มาได้ดีมาก เวลาสลับโหมดระหว่าง PC Mode กับ UI ปรกติ ทำได้เร็วมาก ไม่ต้องเสียเวลาโหลดเลย ถ้าเทียบกับช่วงราคาเดียวกัน ต้องบอกว่า Alldocube Pad Ultra ให้เยอะที่สุดแล้ว เอาแค่หน้าจอ 13 นิ้วราคานี้ก็หาได้ยากแล้วครับ
เต็มอิ่มความบันเทิง
ด้วยหน้าจอขนาด 13 นิ้ว ความละเอียด 2.8K รีเฟรชเรตสูงสุด 144Hz ความสว่าง 700nits สัดส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่อง 88% และลำโพง 8 แบบ DTS Audio Tuning ทำให้ดูหนังฟังเพลงได้อย่างดื่มด่ำเต็มอิ่ม และดู Netflix ได้แบบ Full HD เพราะรุ่นนี้รองรับ Widevine L1 ด้วย ถ้าจะดู YouTube ก็ไปได้ถึง 2160p60 ภาพคมๆ ลื่นๆ เนียนตา คุณภาพของลำโพงอยู่ในเกณฑ์ดี เสียงเคลียร์ฟังชัด

การเล่นเกมเมื่อจับคู่กับ Qualcomm Snapdragon 7+ Gen 3 แรม 12GB ทำให้ประสิทธิภาพการเล่นเกมทำได้น่าประทับใจ แต่ประเด็นก็คือหน้าจอขนาด 13 นิ้วคงไม่เหมาะนักกับการยกมาถือเล่นบ่อยๆ ดังนั้นก็จะเหมาะกับเกมที่ต้องวางบนโต๊ะ หรือต่อเข้ากับจอยมากกว่า

พร้อมสำหรับการประชุม
ความน่าสนใจอีกอย่างคือรุ่นนี้ให้ไมค์ตัดเสียงมา 3 ตัว ทำให้การวีดีโอคอลทำได้ดีขึ้น เพราะเสียงคือส่วนสำคัญที่สุดในการสื่อสาร ในขณะที่กล้องก็ทำได้ตามมาตรฐานแท็บเล็ตทั่วไป โดยคุณภาพอยู่ในระดับสื่อสารได้ แต่ไม่เหมาะที่จะเน้นความคมชัดสวยงาม ในแง่สเปคกล้องหลังความละเอียด 13MP รูรับแสง f/2.2 ถ่ายวิดีโอ 4K ได้ ส่วนกล้องหน้า 5MP ถ่ายวิดีโอ 1080p จุดสำคัญอีกอย่างคือการวางตำแหน่งกล้องไว้กึ่งกลางในแนวนอน ทำให้เวลาวีดีโอคอลให้องศาภาพที่ดี ดูเป็นธรรมชาติ
ใช้ต่อเนื่องได้นาน
ในการใช้งานจริงแบบชีวิตประจำวัน การชาร์จ 1 ครั้งสามารถอยู่ได้ตั้งแต่ตื่นยันนอนเลย แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้งานหนักแค่ไหนด้วย โดย Alldocube Pad Ultra ให้แบตเตอรี่มา 15,000mAh รองรับการชาร์จเร็ว 33W ทั้งแบบ PD และ QC เหมาะมากกับการพกพาติดตัวใช้งานในบ้าน, ออฟฟิศ หรือแม้แต่ร้านกาแฟ

บทสรุป
หากว่าโจทย์ของคุณคือแท็บเล็ตจอใหญ่ สเปคดี ราคาไม่แรง ให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดี คุณก็ควรมอง Alldocube Pad Ultra ไว้เป็นตัวเลือก เพราะหน้าจอ 13 นิ้วไม่ใช่ขนาดที่จะหากันได้ง่ายๆ และด้วยราคาหมื่นต้นๆ ทำให้ Alldocube Ultra Pad เป็นแท็บเล็ตเหมาะกับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ไปจนถึงวัยทำงาน หรือใครก็ตามที่เน้นหน้าจอใหญ่ และที่จริงแล้วเรายังสามารถใช้ปากกาได้ด้วยนะครับ แต่ถ้ามองว่าจอ 13 นิ้วใหญ่ไปนิด ก็มี Alldocube iPlay 70 Pad Pro แท็บเล็ต 12.1 นิ้ว ใส่ซิมได้ และงบสบายกระเป๋ากว่า เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจเหมือนกันครับ









