Xiaomi เปิดตัว REDMI Note 17 Series อย่างเป็นทางการในไทยวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ครบทั้ง 4 รุ่น ได้แก่ REDMI Note 17 Pro Max 5G, REDMI Note 17 Pro 5G, REDMI Note 17 5G และ REDMI Note 17 รุ่นเริ่มต้น ราคาเริ่มต้นที่ 7,999 บาท ไปจนถึง 19,999 บาทสำหรับรุ่นท็อปสุด นี่เป็นครั้งแรกที่ REDMI Note Series มีรุ่น Pro Max ให้เลือกด้วย
จุดขายหลักของซีรีส์นี้คือแบตเตอรี่ที่จุความจุมากขึ้นทั้งไลน์อัป รุ่นท็อป Pro Max 5G มาพร้อมแบตเตอรี่ 10,000mAh ซึ่งเป็นความจุสูงสุดที่ Xiaomi เคยใส่ในสมาร์ทโฟนมา บวกกับความทนทานระดับ IP69K และการรับรองมาตรฐาน TÜV SÜD Titan Quality Certification 5 ดาว โดย REDMI Note Series ทั้งไลน์มียอดจัดส่งทั่วโลกทะลุ 500 ล้านเครื่องแล้ว
ราคาและรุ่นที่วางจำหน่าย
REDMI Note 17 Pro Max 5G เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าระหว่างวันที่ 27 สิงหาคม – 4 กันยายน 2569 มี 2 ความจุ คือ 8GB+256GB ราคา 17,999 บาท และ 8GB+512GB ราคา 19,999 บาท สี Cloud Blush (ฝาหลัง Photochromic เปลี่ยนสีจากขาวเป็นชมพูอมส้มเมื่อโดนแสง UV) และ Black สั่งซื้อออนไลน์ที่ Lazada
REDMI Note 17 Pro 5G สั่งจองล่วงหน้าช่วงเวลาเดียวกัน ราคาปกติ 8GB+256GB 15,999 บาท และ 6GB+256GB 14,999 บาท ช่วงเปิดตัวลดทันที 2,000 บาท เหลือ 13,999 บาท และ 12,999 บาทตามลำดับ สี Sky Blue, Black และเฉดพิเศษ Satin Orange ที่ใช้กระบวนการผลิตแบบ Glitter Process ทำให้ลวดลายบนฝาหลังแต่ละเครื่องไม่ซ้ำกัน สั่งซื้อออนไลน์ที่ Lazada
REDMI Note 17 5G วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ราคาปกติ 8GB+256GB 12,999 บาท และ 6GB+256GB 11,999 บาท มีราคาพิเศษถึง 30 กันยายน 2569 ลด 1,000 บาท เหลือ 11,999 บาท และ 10,999 บาทตามลำดับ สี Celestrial Purple และ Black สั่งซื้อออนไลน์ที่ Lazada
REDMI Note 17 รุ่นเริ่มต้น วางจำหน่ายแล้ววันนี้เช่นกัน มีความจุเดียวคือ 6GB+128GB ราคาปกติ 8,499 บาท ราคาพิเศษถึง 30 กันยายน 2569 ลด 500 บาท เหลือ 7,999 บาท สี Celestrial Purple และ Black สั่งซื้อออนไลน์ที่ Lazada
แบตเตอรี่ใหญ่ขึ้นทั้งซีรีส์

Pro Max 5G ให้แบตเตอรี่ 10,000mAh ใช้งานได้นานสูงสุด 3 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง รองรับชาร์จเร็ว 100W ชาร์จเต็มได้ใน 20 นาที และชาร์จย้อนกลับแบบมีสาย 27W ส่วน Pro 5G ให้แบตเตอรี่ 8,340mAh ชาร์จเร็ว 67W ขณะที่ REDMI Note 17 5G และ REDMI Note 17 ให้แบตเตอรี่ 7,700mAh เท่ากัน ชาร์จเร็ว 45W Turbo Charging
ทั้งซีรีส์ใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ซิลิคอน-คาร์บอน และผ่านการทดสอบว่าแบตเตอรี่ยังคงความจุมากกว่า 80% หลังชาร์จเต็มไปแล้ว 1,600 รอบ ซึ่งเทียบเท่าการใช้งานทั่วไปประมาณ 6 ปี
จอ ชิป และ RAM
Pro Max 5G และ Pro 5G ใช้จอ 6.83 นิ้ว ความละเอียด 1.5K Dynamic AMOLED รีเฟรชเรต 120Hz ความสว่างสูงสุด 3500 nits และอัตราตอบสนองการสัมผัส 3200Hz (ต้องเปิดโหมด Game Turbo) ส่วน REDMI Note 17 5G และ REDMI Note 17 ใช้จอขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 6.99 นิ้ว
Pro Max 5G ขับเคลื่อนด้วยชิป Snapdragon 6 Gen 5 รองรับ RAM สูงสุด 24GB ผ่านฟีเจอร์ Memory Extension (อ้างอิงจากรุ่น RAM จริง 12GB ที่ขยายเพิ่มโดยดึงพื้นที่จัดเก็บมาช่วย) ฟีเจอร์นี้ใช้ได้ทั้ง Pro Max 5G และ Pro 5G
ความทนทานระดับ Titan
Pro Max 5G และ Pro 5G เป็นสมาร์ทโฟนกลุ่มแรกในอุตสาหกรรมที่ได้รับการรับรอง TÜV SÜD 5-star Titan Quality Certification ครอบคลุมทั้งความทนทานต่อการตกกระแทก ความทนทานต่อน้ำ และประสิทธิภาพแบตเตอรี่ ทั้งสองรุ่นผ่านมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP66, IP68, IP69, IP69K ทนการแช่น้ำลึก 2 เมตรได้นาน 72 ชั่วโมง พร้อมฟีเจอร์ Underwater Mode ที่มาผ่านการอัปเดต OTA (ใช้งานได้ในน้ำจืดนิ่งลึกสุด 2 เมตร นานสุด 30 นาที) และผ่านการทดสอบตกจากความสูง 3 เมตรลงพื้นหินแกรนิตตามมาตรฐาน SGS ใช้กระจก Gorilla Glass Victus 2 ปกป้องหน้าจอ พร้อม Wet Touch Technology 2.0 ที่ช่วยให้จอสัมผัสยังทำงานแม่นยำแม้มีน้ำ น้ำมัน โฟม หรือเหงื่อเกาะอยู่
REDMI Note 17 5G และ REDMI Note 17 ไม่ได้รับ Titan Quality Certification แต่ได้รับ TÜV SÜD 5-star Battery Performance Certification ยืนยันความทนทานของแบตเตอรี่เช่นกัน
ซอฟต์แวร์และกล้อง
ทุกรุ่นในซีรีส์ได้รับการอัปเดตด้านความปลอดภัยนานสูงสุด 6 ปี และรองรับ Google Gemini กับ Circle to Search with Google ส่วน Pro Max 5G มีผู้ช่วย AI เฉพาะตัวคือ Xiaomi HyperAI พร้อมการันตีว่าซอฟต์แวร์จะยังลื่นไหลเสมือนใหม่นาน 6 ปี
ด้านกล้อง Pro Max 5G มีกล้องหลัง 3 ตัว กล้องหน้า 12MP เน้นภาพพอร์ตเทรตที่ให้โทนสีผิวเป็นธรรมชาติ รองรับบันทึกวิดีโอ 4K ที่ 30fps ส่วนโหมด Professional Video และฟังก์ชัน Live Moment มีให้ใช้ทั้ง Pro Max 5G และ Pro 5G ทุกรุ่นในซีรีส์รองรับการบันทึกวิดีโอแบบ Dual-Video (ถ่ายสองมุมพร้อมกัน) และมีเครื่องมือแต่งภาพ AI Creativity Assistant ให้ใช้งาน โดยรุ่น Pro เสริมมาอีกด้วย AI Glare Removal, AI Erase Pro, AI Beautify และ AI Image Enhancement
โปรโมชันเปิดตัว

ลูกค้าที่สั่งซื้อ Pro Max 5G ช่วง 27 สิงหาคม – 4 กันยายน 2569 (รุ่น 8GB+256GB) เลือกรับส่วนลด 2,000 บาท หรืออัปเกรดเป็นความจุ 512GB ฟรีได้ ส่วนรุ่น 8GB+512GB รับส่วนลด 2,000 บาทเช่นกัน ทั้งสองความจุได้รับฟรีประกันแบตเตอรี่ 5 ปี ประกันหน้าจอแตก 3 ปี ประกันความเสียหายจากของเหลว 2 ปี ประกันฝาหลัง 2 ปี และรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี รวมมูลค่า 14,999 บาท พร้อมของแถม REDMI Watch 6 Active มูลค่า 1,990 บาท และผ่อน 0 บาทดาวน์
Pro 5G ที่ซื้อในช่วงเดียวกันได้ประกันชุดเดียวกันมูลค่า 14,999 บาท พร้อม Xiaomi Smart Band 11 Active มูลค่า 1,499 บาท ส่วน REDMI Note 17 5G และ REDMI Note 17 ได้ประกันแบตเตอรี่ 4 ปี ประกันหน้าจอแตก 2 ปี ประกันฝาหลัง 2 ปี และรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี รวมมูลค่า 9,999 บาท ทุกรุ่นผ่อนเริ่มต้นดาวน์ 0 บาทได้เช่นกัน
ผู้ซื้อ Pro Max 5G และ Pro 5G ยังได้สิทธิ์ทดลองใช้ Google One แพ็กเกจ 200GB ฟรี 6 เดือน และ YouTube Premium ฟรี 2 เดือน
ช่องทางจำหน่าย
REDMI Note 17 Series วางจำหน่ายที่ Xiaomi Store ร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ Shopee, Lazada และ TikTok Shop








