GoPro เซ็นสัญญาควบรวมกิจการกับ Starman Optical มูลค่ารวม 285 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 10,260 ล้านบาท) หรือคิดเป็น 1.14 ดอลลาร์ต่อหุ้น (ประมาณ 41 บาท) ประกาศอย่างเป็นทางการวันที่ 1 กันยายน 2026 ดีลนี้เกิดขึ้นหลัง GoPro เผชิญปัญหาการเงินหนักจนเคยเตือนไว้เมื่อเดือนมิถุนายนว่าบริษัทอาจต้องปิดตัวถ้าไม่ได้เงินทุนใหม่เข้ามา
ผู้ถือหุ้นเดิมของ GoPro จะยังคงถือหุ้นในบริษัทที่ควบรวมแล้วประมาณ 10% ส่วนหนี้สินเดิมของ GoPro ราว 92 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3,300 ล้านบาท) จะถูกชำระให้หมดตอนปิดดีล ทำให้บริษัทใหม่เริ่มต้นด้วยงบดุลที่แทบไม่มีหนี้ คาดว่าดีลจะปิดภายในปลายปี 2026 หลังผ่านการอนุมัติด้านกฎระเบียบ
ทำไม GoPro ต้องขายกิจการ
ปัญหาหลักของ GoPro มาจากยอดขายกล้อง action camera ที่ลดลงต่อเนื่อง บวกกับความพยายามขยายไปสู่โดรนและกล้องมุมกว้างที่ไม่ประสบความสำเร็จ ซ้ำเติมด้วยภาระหนี้สินสูง จนบริษัทต้องจ้าง Houlihan Lokey เป็นที่ปรึกษาทางการเงินตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเพื่อประเมินทางเลือกเชิงกลยุทธ์ รวมถึงความเป็นไปได้ในการขายกิจการ
Nick Woodman ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ GoPro กล่าวว่าการควบรวมครั้งนี้เป็นโอกาสในการปรับโครงสร้างเงินทุนและวางตำแหน่งใหม่ให้บริษัทเติบโตต่อได้
Starman Optical คือใคร
Starman Optical เป็นบริษัทที่เพิ่งจดทะเบียนเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2026 เพียงหนึ่งวันก่อนประกาศดีลนี้ อยู่ภายใต้ Starman Holding ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์อุปกรณ์เสริมเทคโนโลยีอย่าง Incase, Incipio และ Griffin บริษัทระบุว่าตัวเองเน้นพัฒนาและผลิตตัวรับส่งสัญญาณแสง (optical transceiver) และเทคโนโลยีโฟโตนิกส์ในประเทศสหรัฐอเมริกา
Charles Tebele ซีอีโอของ Starman Holding เน้นย้ำเรื่องการดึงฐานการผลิตกลับมายังสหรัฐฯ เป็นส่วนหนึ่งของดีลนี้
หลังควบรวมจะเกิดอะไรขึ้นกับแบรนด์ GoPro
ตามข่าวประชาสัมพันธ์ทางการ GoPro จะยังคงเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่อไป และจะยังคงสนับสนุนผลิตภัณฑ์กล้องที่มีอยู่เดิม พร้อมขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดโครงสร้างพื้นฐาน AI ควบคู่กันไป ที่ปรึกษากฎหมายของดีลนี้คือ Fenwick & West
จุดที่น่าสนใจอีกอย่างคือ YouTuber ชื่อดัง Markiplier เพิ่งเปิดเผยว่าตัวเองถือหุ้น GoPro อยู่ราว 8.5% ก่อนหน้าที่จะมีประกาศดีลนี้





