Dreame เปิดกล้องแอ็กชัน Leaptic Cube โมดูลาร์ถอดจอได้ ถ่าย 8K จากแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าบ้าน

Dreame จากแบรนด์หุ่นยนต์ดูดฝุ่นขยายสู่กล้องแอ็กชันด้วย Leaptic Cube โมดูลาร์ถอดจอได้ ถ่าย 8K ราคาเริ่มราว 399 ยูโรในเยอรมนีกลางตุลาคม 2026 และราว 449/479 ดอลลาร์ในสหรัฐฯ

Dreame หรือแบรนด์ที่หลายคนคุ้นจากหุ่นยนต์ดูดฝุ่นและเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน กำลังก้าวเข้าวงกล้องแอ็กชันอย่างจริงจังด้วย Leaptic Cube (เรียกอีกชื่อว่า LEAPTIC Cube หรือ 光子跃迁 ในจีน) กล้องโมดูลาร์ถอดจอได้ที่ถ่ายวิดีโอได้ถึง 8K เปิดตัวแรกในงาน CES 2026 และเพิ่งเคลียร์ราคาพร้อมวางขายยุโรปช่วงกลางเดือนตุลาคม 2026 หลังโชว์ในงาน IFA 2026 ที่เบอร์ลิน

ประเด็นที่น่าสนใจไม่ใช่แค่สเปกบนกระดาษ แต่คือแบรนด์เครื่องใช้ในบ้านที่เคยโฟกัสงานทำความสะอาด กำลังเอาความเชี่ยวชาญด้านฮาร์ดแวร์และ AI มาแข่งในตลาดกล้องพกพาขนาดเล็ก ซึ่งช่วงนี้มีคู่แข่งอย่างสายแยกจอคล้ายกันจากค่ายอื่นอยู่แล้ว การที่ Dreame เลือกเปิดด้วยกล้องถอดโมดูลได้และยิงไปที่ 8K จึงเป็นสัญญาณว่าต้องการเป็นผู้เล่นใหม่ในหมวดนี้ ไม่ใช่แค่ทดลองเปิดสินค้ารอบเดียว

ออกแบบแบบโมดูลาร์ ติดจอหรือถอดใช้เดี่ยวได้

หัวใจของ Leaptic Cube คือระบบแม่เหล็กประกอบสามส่วนหลัก ได้แก่ คิวบ์กล้องขนาดจิ๋ว โมดูลจอสัมผัส และโมดูลแบตเตอรี่เสริม โมดูลกล้องเดี่ยวหนักราว 55.9 กรัม พอจะหนีบหมวก กระเป๋า สายรัด หรือแม้แต่ปลอกคอสัตว์เลี้ยงได้โดยไม่รู้สึกว่าติดกล้องใหญ่ เวลาอยากดูพรีวิวและควบคุมใกล้ตัว ก็แปะเข้ากับโมดูลจอขนาด 2.27 นิ้วได้ทั้งหันหน้าหรือหันหลังสำหรับเซลฟี

Dreame Leaptic Cube โมดูลกล้องกับจอแยกสีขาวและเทา
Leaptic Cube แยกโมดูลกล้องกับจอได้ รองรับทั้งชุดสีอ่อนและสีเข้ม

เมื่อถอดกล้องออกจากจอ ภาพพรีวิวยังส่งผ่านระบบไร้สายของแบรนด์ที่เรียกว่า ProSync ได้ในระยะประมาณ 30 เมตร ซึ่ง Dreame อ้างว่าเสถียรและไกลกว่าบลูทูธทั่วไป การต่อแบตแม่เหล็กช่วยยืดเวลาถ่ายต่อเนื่อง โดยฝั่งข้อมูลหลัง IFA ระบุว่าโมดูลกล้องเดี่ยวถ่ายได้นานราว 110 นาที และเมื่อใช้ Magnetic Battery Cube ได้สูงสุดราว 210 นาที ชาร์จเร็วถึงราว 80% ในประมาณ 19 นาทีตามข้อมูลประชาสัมพันธ์

มือถือ Leaptic Cube ดูจอพรีวิวกลางแจ้ง
ตัวกล้องจิ๋วพอถือด้วยนิ้วเดียว เหมาะกับบันทึกมุมมองใกล้ตัวระหว่างท่องเที่ยว

เซ็นเซอร์ใหญ่ในตัวเล็ก ถ่าย 8K และสโลว์โมชัน 4K ได้

แม้ตัวเครื่องจะเล็ก แต่ Dreame ใส่เซ็นเซอร์ 1/1.3 นิ้ว ความละเอียดภาพนิ่ง 50 ล้านพิกเซล คู่เลนส์มุมกว้าง 155 องศา รูรับแสง f/2.8 รองรับวิดีโอ 8K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที, 4K HDR ที่ 60 เฟรมต่อวินาที และสโลว์โมชัน 4K ที่ 120 เฟรมต่อวินาที พลวัตสูงสุดราว 13.5 สต็อปตามที่แบรนด์ระบุ ข้อดีของ 8K ในกล้องจิ๋วไม่ได้อยู่แค่ความคมชัดบนจอใหญ่ แต่ช่วยเหลือตอนครอปหรือจัดเฟรมใหม่ในขั้นตอนตัดต่อโดยยังเหลือความละเอียดใช้งานได้

ชิปประมวลผล AI แบบ 4 นาโนเมตรจาก Qualcomm ให้พลัง AI สูงสุดราว 48 TOPS ใช้ช่วยกันสั่นแบบอิเล็กทรอนิกส์ (GyroSteady AI), โหมดกลางคืน, จดจำฉาก และติดตามตัวแบบ มีผู้ช่วยเสียง Hi Moko สำหรับสั่งเปิดปิด เริ่มอัด สลับโหมด หรือใส่ marker โดยไม่ต้องเอื้อมจอ เหมาะตอนขี่จักรยาน ปีนเขา หรือถือไม้เซลฟีอยู่แล้ว

Leaptic Cube ถ่ายใต้น้ำกับด้ามจับลอยน้ำ
ตัวเครื่องกันน้ำระดับ IPX8 ลึกได้ราว 10 เมตรโดยไม่ต้องใส่เคส และมีเคสดำน้ำเป็นอุปกรณ์เสริม

ด้านความทนทาน ตัวกล้องกันน้ำระดับ IPX8 ลึกได้ประมาณ 10 เมตรแบบไม่ใส่เคส และมีเคสใต้น้ำในแผนอุปกรณ์เสริมสำหรับงานที่ลึกกว่านั้น มีที่เก็บในตัวให้เลือก 64GB หรือ 128GB ส่วนโมดูลจอรองรับ microSD สูงสุดราว 1TB ตามรายงานจากสื่อที่ลองของจริงในงานเปิดตัว

ราคาและกำหนดวางขายในยุโรป สหรัฐฯ และจีน

หลังโชว์ในงาน IFA 2026 Dreame ยืนยันว่าในเยอรมนีจะเริ่มขายช่วงกลางเดือนตุลาคม 2026 ที่ MediaMarkt, Saturn และ Joybuy ราคาเริ่มต้นราว 399 ยูโร ส่วนสหรัฐฯ ตามรายงานของ PCMag มีสามแพ็กเกจ ได้แก่ 64GB ราคาประมาณ 449 ดอลลาร์, 128GB ราว 479 ดอลลาร์ และชุด 128GB พร้อมอุปกรณ์เสริมราว 579 ดอลลาร์ โดยคาดว่าจะเริ่มช่วงตุลาคมเช่นกัน ในสหราชอาณาจักรมีรายงานว่าราคาเริ่มต้นราว 349 ปอนด์

Leaptic Cube จัดแสดงโมดูลและขาตั้งในงานแสดงสินค้า
ชุดโมดูลกล้อง จอ และขาตั้งที่โชว์ในงาน เพื่อให้เห็นรูปแบบการใช้งานจริง

ฝั่งจีน แบรนด์ภาพถ่าย 光子跃迁 (LEAPTIC) ภายใต้กลุ่ม Dreame เคยเปิดพรีออเดอร์ LEAPTIC Cube ราวเดือนพฤษภาคม 2026 ราคาเริ่มต้นรายงานที่ประมาณ 2,599 หยวน บนแพลตฟอร์มอย่าง JD และ Tmall (บางพื้นที่อาจมีส่วนลดตามนโยบายท้องถิ่น) ส่วนประเทศไทยยังไม่พบประกาศราคาหรือวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการจากแหล่งสากลที่ใช้ในข่าวนี้

คอนเซปต์กล้อง Gimbal ที่ IFA 2026 นำโดย Gimbal Mirrorless Camera

นอกจาก Leaptic Cube ที่เคลียร์ราคาและกำหนดขายแล้ว บูธ Dreame ในงาน IFA 2026 ยังโชว์คอนเซปต์กล้องอีกชุดที่เป็นเพียงเดโมเทคโนโลยี ไม่ใช่สินค้าเปิดขาย หัวขบวนคือ Gimbal Mirrorless Camera ตัวเครื่องหน้าตาคล้ายกล้องคอมแพ็กต์หรือมิเรอร์เลสทั่วไป แต่โมดูลกล้องสามารถยกขึ้นจากบอดี้ด้วยกิมบอลมอเตอร์ แล้วหมุนหันเข้าหาผู้ใช้สำหรับวิดีโอเซลฟีหรือวอล็อกได้ มีจอสัมผัสขนาดใหญ่ จอยสติก และวงล้อควบคุมคู่สำหรับนิ้วโป้งกับนิ้วชี้

Dreame Gimbal Mirrorless Camera คอนเซปต์ที่งาน IFA โมดูลกล้องยกขึ้นด้วยกิมบอล
Gimbal Mirrorless Camera โชว์โมดูลกล้องที่ยกขึ้นจากตัวเครื่องด้วยกิมบอลมอเตอร์ (ภาพจากงาน IFA)

เป้าหมายสเปกที่แบรนด์พูดถึงยังอยู่ในระดับวิสัยทัศน์มากกว่าของจริงบนชั้น ได้แก่ เซ็นเซอร์ Micro Four Thirds ความละเอียด 100 ล้านพิกเซล, ซูมรูรับแสงแปรผันเปิดกว้างสุดราว f/1.4 และวิดีโอ 6K HDR ที่ 60 เฟรมต่อวินาที ควรอ่านเป็นเป้าหมายการพัฒนา เพราะเซ็นเซอร์ MFT 100MP ยังไม่มีวางขายในตลาดทั่วไป ส่วนข้อความ Summilux บนกระบอกเลนส์เป็นชื่อเครื่องหมายการค้าของ Leica โดยยังไม่มีการยืนยันความร่วมมือกับ Dreame

ในบูธเดียวกันยังมีสาย Gimbal Cinema Camera อีกสามรูปแบบ ได้แก่ รุ่นเลนส์เดียว, รุ่นเลนส์คู่พร้อมจอพับ และรุ่นสามกล้องที่อ้างว่ามีมุมกว้างคู่กับเทเลโฟโต้ 200 ล้านพิกเซล ครอบคลุมระยะเทียบเคียงราว 16-800 มม. ทั้งหมดเป็นคอนเซปต์เดโมเช่นกัน ไม่มีประกาศราคาหรือวันวางจำหน่าย

สายคอนเซปต์กล้องกิมบอล Dreame ที่ IFA รวม Mirrorless และ Cinema Camera
ภาพรวมคอนเซปต์กิมบอลของ Dreame ที่โชว์ในงาน ตั้งแต่สายด้ามจับหลายเลนส์ไปจนถึง Gimbal Mirrorless Camera (ภาพจากงาน IFA)

สรุปสั้น ๆ คือ Leaptic Cube เป็นสินค้าจริงที่มีราคาและกำหนดขายในยุโรป สหรัฐฯ และจีน ส่วนกล้องกิมบอลชุดนี้ยังเป็นวิสัยทัศน์ในงานแสดงสินค้า ยังไม่ควรคาดหวังว่าจะซื้อได้ในเร็ว ๆ นี้จนกว่าจะมีประกาศเชิงพาณิชย์ชัดเจน

อยู่ในกลุ่มกล้องจิ๋วแยกจอ แข่งด้วย 8K และระบบแม่เหล็ก

รูปแบบกล้องเล็กแยกจากจอไม่ได้ใหม่ในตลาด แต่ Leaptic Cube เลือกย้ำจุดต่างด้วยวิดีโอ 8K ในตัวจิ๋ว เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ระดับธง และชุดโมดูลแบตแม่เหล็กที่ต่อเพิ่มได้ตามงาน ถ้ามองในหมวดกล้องแอ็กชันและกล้องพกพาสำหรับไลฟ์สไตล์ มันจะถูกวางไว้ใกล้กลุ่มกล้องแยกจอขนาดเล็กของค่ายอื่น มากกว่ากล้องแอ็กชันตัวเดียวแบบดั้งเดิม การที่แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าบ้านกล้าเปิดหมวดนี้พร้อมราคาเริ่มราวระดับกลางของยุโรป จึงเป็นประเด็นที่น่าติดตามเมื่อของจริงเริ่มวางชั้นในเดือนตุลาคม

แหล่งอ้างอิง