PrimeBOT Q1 และ T1 หุ่นยนต์ส่วนตัวพับเก็บได้และแปลงร่างได้ ราคาเริ่ม 19,999 หยวน เปิดตัวที่เซี่ยงไฮ้ พร้อมส่งมอบ 1 ตุลาคมนี้

PrimeBOT เปิดตัวหุ่นยนต์ส่วนตัว 2 รุ่นในจีนเมื่อ 20 กันยายน ทั้ง Q1 ฮิวแมนนอยด์พับเก็บใส่กระเป๋าได้ และ T1 หุ่นยนต์แปลงร่างระหว่างสองขาและสี่ขา ราคาเริ่ม 19,999 หยวน ส่งมอบตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2026

ทั้งสองรุ่นเปิดตัวที่เซี่ยงไฮ้ ก่อนหน้านั้นโชว์ที่ IFA Berlin

บริษัท PrimeBOT หรือ 启元 (Qiyuan Robotics) ในชื่อจีน ภายใต้เครือ Swancor New Material เปิดตัวหุ่นยนต์ส่วนตัวสองรุ่น ได้แก่ Q1 และ T1 ในงานเปิดตัวที่นครเซี่ยงไฮ้เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2026 โดยเปิดรับคำสั่งซื้อทันทีในวันเดียวกัน และกำหนดจัดส่งตามลำดับรายการสั่งซื้อตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2026 เป็นต้นไป ก่อนหน้านั้นทั้งสองรุ่นปรากฏตัวต่อสาธารณะครั้งแรกที่งาน IFA Berlin ในช่วงเดือนเดียวกัน

Q1: ฮิวแมนนอยด์ขนาดกะทัดรัดที่พับเก็บใส่กระเป๋าได้

Q1 เป็นหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สูงประมาณ 88 เซนติเมตร น้ำหนักราว 15 กิโลกรัม ตัวถังทำจากวัสดุผสมน้ำหนักเบา ข้อต่อทั้งหมดใช้ระบบ QDD (quasi-direct-drive) ที่พัฒนาขึ้นเอง แต่ละชุดข้อต่อมีขนาดประมาณไข่ไก่ รวม 22 DoF ให้การควบคุมแรงทั่วทั้งร่างกาย

หนึ่งในจุดขายหลักของ Q1 คือการพับเก็บได้ ทำให้ขนาดลดลงพอดีกับกระเป๋าเป้หรือกระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้วสำหรับนำขึ้นเครื่องบินในห้องโดยสาร นอกจากนี้ยังปรับแต่งรูปลักษณ์ภายนอก เสียงพูด บุคลิก และพฤติกรรมได้ มีระบบโปรแกรมแบบกราฟิกสำหรับผู้ใช้ทั่วไป และรองรับการพิมพ์ชิ้นส่วนเปลือกนอกด้วยเครื่อง 3D Printer ผ่านระบบนิเวศ PrimeFLOW ที่บริษัทจัดเตรียมไว้

ราคาจำหน่าย Q1 มาตรฐานอยู่ที่ 19,999 หยวน ส่วนรุ่น Q1 Explorer ราคา 26,999 หยวน เพิ่มการเข้าถึง SDK, HDK และอินเทอร์เฟซขยายฮาร์ดแวร์สำหรับนักพัฒนาและผู้ที่ต้องการทดลองขยายความสามารถเพิ่มเติม

T1: อ้างสถานะ "หุ่นยนต์แปลงร่างส่วนตัวตัวแรกของโลก"

T1 มีความสูงประมาณ 100 เซนติเมตร น้ำหนักราว 16 กิโลกรัม ความแตกต่างหลักอยู่ที่กลไกแปลงร่าง ตัวหุ่นสามารถสลับระหว่างโหมดฮิวแมนนอยด์สองขา-ล้อ กับโหมดสี่ขา (quadruped) บนตัวถังเดียวกัน ซึ่ง PrimeBOT อ้างว่าเป็นหุ่นยนต์ส่วนตัวแปลงร่างได้ตัวแรกของโลกในรูปแบบนี้ บริษัทเรียกแนวคิดนี้ว่า “Transformer cross-form”

การออกแบบแบบสองโหมดยังมีฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยรวมอยู่ด้วย เมื่อแบตเตอรีใกล้หมด T1 จะสลับกลับไปโหมดสี่ขาโดยอัตโนมัติเพื่อลดความเสี่ยงในการล้ม ใช้งานได้ทั้งในบ้านและนอกบ้าน เหมาะสำหรับพาออกข้างนอก ร่วมกิจกรรม หรือถ่ายทำวิดีโอ

รุ่น T1 มาตรฐานราคา 19,999 หยวน และรุ่น T1 Pro ราคา 29,999 หยวน ซึ่งอัพเกรดเพิ่ม NVIDIA Orin Nano, ระบบหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวาง 360 องศาในทั้งสองโหมด, ชาร์จไฟอัตโนมัติเมื่อแบตใกล้หมด, การเรียกหุ่นยนต์ด้วยเสียง, โหมดติดตามและช่วยขนของ รวมถึงอินเทอร์เฟซสำหรับพัฒนาต่อยอดเพิ่มเติม

เป้าหมายคือเพื่อนคู่ใจในบ้าน ไม่ใช่หุ่นยนต์ทำงานหนัก

Tian Hua ซีอีโอของบริษัทแม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อ Jiemian และ 36Kr ว่าเป้าหมายหลักในระยะแรกของทั้ง Q1 และ T1 คือการเป็นเพื่อน ส่งเสริมการศึกษา ให้ความบันเทิง และรองรับนักพัฒนา ไม่ใช่การทำงานบ้านที่ซับซ้อน ซีอีโอยังยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าราคาที่เปิดตัวยังไม่ครอบคลุมต้นทุนฮาร์ดแวร์เต็มจำนวน และโมเดลรายได้ระยะยาวจะมาจากเนื้อหา การสมัครสมาชิก และบริการต่างๆ

AI Stack และระบบนิเวศ

PrimeBOT พัฒนาชั้น AI ของตัวเองสามระดับ ได้แก่ PrimeMotion สำหรับควบคุมการเคลื่อนไหว, PrimeGo สำหรับรับรู้สภาพแวดล้อมและติดตาม และ PrimeVista สำหรับปฏิสัมพันธ์หลายรูปแบบ โดยมีแผนพัฒนา Harness Agent และ PrimeMind เพิ่มเติมในอนาคต

ด้านระบบนิเวศมีหลายส่วน ได้แก่ PrimeFLOW (เปลือกภายนอก), PrimeStore (ทักษะ) ซึ่งมีพาร์ตเนอร์ที่กำลังจะเข้าร่วม อาทิ Ximalaya, QQ Music, Youdao, JD Health และ Ctrip รวมถึง PrimeHub สำหรับนักพัฒนา บริษัทยังมีการร่วมมือกับ Tencent Cloud ผ่านการผสานระบบ WorkBuddy ด้วย

ช่องทางจำหน่ายในจีนประกอบด้วยร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการและศูนย์ประสบการณ์ออฟไลน์ใน 7 เมือง พร้อมการรับประกันสินค้า 1 ปี

แหล่งอ้างอิง