Infinix XPAD 30 Pro เปิดราคาไทย 9,499 บาท แท็บเล็ตจอ 11 นิ้ว 2.5K ชิป Helio G200 มาพร้อมคีย์บอร์ดในเซ็ต

Infinix XPAD 30 Pro วางขายในไทยแล้วที่ราคา 9,499 บาท ได้จอ 11 นิ้วความละเอียด 2.5K รีเฟรชเรต 90Hz ชิป Helio G200 Ultimate แบต 8,200mAh บางเพียง 6.6 มิลลิเมตร พร้อมคีย์บอร์ด X Keyboard 11 ในเซ็ต และแถมปากกา XPAD 30 Pro Pencil ในช่วงแรก

Infinix กลับมาลุยตลาดแท็บเล็ตไทยอีกรอบกับ XPAD 30 Pro แท็บเล็ตจอ 11 นิ้วที่ตั้งใจให้เป็นเครื่องเดียวจบทั้งงานและความบันเทิง ราคา 9,499 บาท และที่ทำให้รุ่นนี้น่าสนใจกว่าแท็บเล็ตราคาใกล้กันก็คือ Infinix จับคีย์บอร์ด X Keyboard 11 มาขายเป็นเซ็ตเดียวกัน ส่วนช่วงแรกยังแถมปากกา XPAD 30 Pro Pencil ให้อีกด้วย แบบนี้ซื้อครั้งเดียวก็เอาไปพิมพ์งานและจดโน้ตได้เลย

ตัวเครื่องเปิดตัวในตลาดโลกไปตั้งแต่ช่วงกันยายน และรอบนี้ได้ราคาไทยกับช่องทางขายครบแล้ว มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Twilight Purple, Titanium Silver และ Anthracite Grey

จอเล็กลงนิดแต่คมขึ้น ชิปใหม่ขยับเป็น 6nm

ใครเคยตามรุ่นพี่อย่าง Infinix XPAD 20 Pro ที่มาพร้อมจอใหญ่ 12 นิ้ว คงสังเกตว่ารอบนี้ Infinix เลือกหดจอลงมาเหลือ 11 นิ้ว แต่แลกมากับความละเอียดที่ขยับจาก 2K เป็น 2.5K (2560 x 1600 พิกเซล) ตัวหนังสือในเอกสารและ PDF จึงคมขึ้น ขณะที่รีเฟรชเรตยังอยู่ที่ 90Hz ให้การเลื่อนหน้าเว็บและฟีดโซเชียลลื่นตาเหมือนเดิม Infinix ระบุว่าความสว่างสูงสุดอยู่ที่ 550 นิต ส่วนตัวจอได้การรับรองจาก TÜV Rheinland ทั้งด้านแสงสีฟ้าต่ำระดับฮาร์ดแวร์และการไม่กะพริบ เหมาะกับคนที่นั่งอ่านหรือทำงานบนจอทั้งวัน

ข้างในเปลี่ยนมาใช้ MediaTek Helio G200 Ultimate แบบ 8 คอร์ ความเร็วสูงสุด 2.2GHz ผลิตบนสถาปัตยกรรม 6nm ต่อจาก Helio G100 Ultimate ในรุ่นก่อน ใช้งานจริงคือเปิดแอปพร้อมกันหลายตัวแล้วสลับไปมาได้ไวขึ้น ส่วนสายเกม Infinix บอกว่าเล่น RoV, Free Fire และ PUBG Mobile ได้ที่กราฟิกระดับกลางถึงสูง โดยรุ่นไทยมี RAM 6GB และเปิดฟังก์ชันผสานหน่วยความจำเพิ่มได้อีก 6GB รวมเป็น 12GB ความจุ 128GB และ GSMArena ระบุว่ามีช่องใส่ microSD แยกให้ขยายเพิ่มได้

Infinix XPAD 30 Pro ใช้เล่นเกมแนวนอน
ภาพจาก Infinix

ระบบปฏิบัติการเป็น XOS 16 ที่ปรับหน้าตาใหม่ให้ดูสบายตาขึ้น และยังมีลูกเล่นเชื่อมต่อข้ามอุปกรณ์ ทั้งเปลี่ยนแท็บเล็ตเป็นจอที่สอง และส่งไฟล์ไปมาระหว่างแท็บเล็ต มือถือ และคอมพิวเตอร์ได้ทันที นอกจากนี้ Infinix ยังบอกว่ารุ่นนี้ใส่ซิมการ์ด 4G ได้ เลยออนไลน์ได้ตลอดแม้ไม่มี Wi-Fi และจอยังรองรับการสัมผัสตอนมือเปียกด้วย

บาง 6.6 มิลลิเมตร แต่ยัดแบต 8,200mAh

ตัวเครื่องบางเพียง 6.6 มิลลิเมตร และหนัก 476 กรัม หยิบใส่กระเป๋าไปทำงานได้สบาย ข้างในมีแบตเตอรี่ 8,200mAh ซึ่ง Infinix เคลมว่าดูวิดีโอออนไลน์ต่อเนื่องได้มากกว่า 20 ชั่วโมง และฟังเพลงได้นานสุดถึง 160 ชั่วโมง ส่วนการชาร์จ ข้อมูลจาก GSMArena ระบุว่ารองรับที่ 18W พร้อมโหมดชาร์จแบบบายพาสที่จ่ายไฟเข้าเครื่องโดยตรงตอนเล่นเกม ช่วยลดความร้อนและถนอมแบต ส่วนเสียงเป็นลำโพงสเตอริโอที่จูนด้วย DTS 3D Surround Sound

ผู้ช่วย AI ที่ใช้คู่กับปากกาได้จริง

ฝั่งซอฟต์แวร์ Infinix ใส่ฟีเจอร์ AI มาให้ใช้กับงานจริงหลายตัว เริ่มจาก AI สแกนเอกสารที่จับขอบกระดาษให้อัตโนมัติ ปรับภาพที่ถ่ายเอียงให้ตรง แล้วเกลี่ยภาพให้อ่านง่ายขึ้น ต่อด้วยการแปลภาษาด้วยการแตะ 2 นิ้วโดยไม่ต้องสลับไปแอปอื่น และ AI Caption ที่ถอดเสียงพร้อมแปลเป็นซับไตเติลบนจอแบบเรียลไทม์ระหว่างดูคลิปบน YouTube หรือ TikTok ใครชอบดูคอนเทนต์ต่างประเทศน่าจะได้ใช้บ่อย

Infinix XPAD 30 Pro พร้อมคีย์บอร์ด X Keyboard 11 และปากกา
ภาพจาก Infinix

ส่วนคนที่ชอบจดโน้ตด้วยลายมือ ฟีเจอร์ AI Note จะรวม AI Writing, AI Art และ AI Screen Recognition ไว้ด้วยกัน เมื่อใช้คู่กับปากกา XPAD 30 Pro Pencil ระบบจะช่วยเกลาข้อความและลายมือให้อ่านง่าย เส้นที่วาดก็แม่นขึ้น และยังแปลงภาพสเก็ตช์ลายเส้นให้กลายเป็นภาพศิลปะได้ด้วย

ส่วนคีย์บอร์ด X Keyboard 11 ที่มาในเซ็ต Infinix บอกว่าแบตอยู่ได้นานสูงสุด 43 วัน และมีปุ่มลัดเรียกผู้ช่วย AI ได้ในปุ่มเดียว พอต่อเข้าด้วยกันแล้ว XPAD 30 Pro ก็กลายเป็นเครื่องพิมพ์งานเบาๆ ได้ทันที

ราคาและช่องทางซื้อ

Infinix XPAD 30 Pro ราคา 9,499 บาท ปากกา XPAD 30 Pro Pencil แถมฟรีในจำนวนจำกัดทั้งช่องทางออนไลน์และหน้าร้านจนกว่าของจะหมด ใครสะดวกช้อปออนไลน์สั่งได้ที่ ร้าน Infinix บน Shopee รวมถึง Lazada และ TikTok Shop ส่วนใครอยากลองจับเครื่องก่อนก็แวะไปที่ร้าน BaNANA, Jaymart, IT City และ TG Fone ทั่วประเทศได้เลย

แหล่งอ้างอิง