ทรูกำไรไตรมาส 3/2569 แตะ 6.7 พันล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ผู้ใช้ 5G ขึ้นไป 20.5 ล้านเลขหมาย ปันผล 0.16 บาทต่อหุ้น

ทรู คอร์ปอเรชั่น ทำกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 ได้ 6.7 พันล้านบาท โต 4.2 เท่าจากปีก่อน และเป็นไตรมาสที่ 7 ติดต่อกันที่มีกำไร ฐานลูกค้ามือถือขยับเป็น 48.8 ล้านเลขหมาย ในนั้นเป็นผู้ใช้ 5G 20.5 ล้าน พร้อมจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.16 บาทต่อหุ้น

ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ด้วยกำไรสุทธิหลังหักภาษี 6.7 พันล้านบาท โตขึ้น 4.2 เท่า (เพิ่มขึ้น 324.1%) จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และขยับขึ้นอีก 1.8% จากไตรมาสก่อน นับเป็นไตรมาสที่ 7 ติดต่อกันที่บริษัททำกำไรได้ ที่น่าสนใจคือรอบนี้ทั้งรายได้จากการให้บริการ EBITDA และกำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์พร้อมกันทั้งสามตัว

ตัวเลขหลักของไตรมาสนี้

  • กำไรสุทธิหลังหักภาษี 6.7 พันล้านบาท ถ้าตัดรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียวในไตรมาสนี้ออก กำไรจะอยู่ที่ 7 พันล้านบาท
  • EBITDA 2.85 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% จากปีก่อน และ 0.6% จากไตรมาสก่อน
  • อัตรา EBITDA ต่อรายได้จากการให้บริการอยู่ที่ 68.4% ดีขึ้น 3.1 จุดเปอร์เซ็นต์จากปีก่อน
  • รายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (IC) 4.16 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% จากปีก่อน และ 0.6% จากไตรมาสก่อน
  • อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA เหลือ 3.6 เท่า ลดลง 0.5 เท่าจากปีก่อน และ 0.1 เท่าจากไตรมาสก่อน

ตัวเลขรายได้ที่โต 0.9% อาจดูเรียบๆ เพราะมีรายได้ทีวีบอกรับสมาชิก (PayTV) ที่ลดลงมาถ่วง รวมถึงรายได้จากการให้บริการข้ามโครงข่ายภายในประเทศที่ลดลงด้วย พอปรับสองปัจจัยนี้ออก รายได้จากการให้บริการโต 2.1% จากปีก่อน และ 0.7% จากไตรมาสก่อน ส่วนตัวเลขที่ปรับรายการซึ่งกระทบการเปรียบเทียบแล้วโต 2.0% และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ควบรวมกิจการ

ฝั่ง EBITDA ได้แรงหนุนจากรายได้ที่โต ประโยชน์จากใบอนุญาตคลื่นความถี่ที่ได้มา และการคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน นับตั้งแต่ควบรวมกิจการเสร็จ EBITDA ของทรูเพิ่มขึ้นรวม 9 พันล้านบาท หรือโตขึ้น 46%

ผู้ใช้ 5G แตะ 20.5 ล้านเลขหมาย

ไตรมาสนี้ทรูมีผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น 142,000 เลขหมายจากไตรมาสก่อน รวมเป็น 48.8 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็นระบบเติมเงิน 33.2 ล้านเลขหมาย และระบบรายเดือน 15.5 ล้านเลขหมาย ในจำนวนนี้เป็นผู้ใช้ 5G 20.5 ล้านเลขหมาย หรือราว 4 ใน 10 ของฐานลูกค้ามือถือทั้งหมด รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) ฝั่งมือถืออยู่ที่ 222 บาท

อินเทอร์เน็ตบ้านหรือธุรกิจออนไลน์มีลูกค้าเพิ่ม 30,000 รายจากไตรมาสก่อน รวมเป็น 3.3 ล้านราย ARPU อยู่ที่ 508 บาท ส่วนทีวีบอกรับสมาชิกมีลูกค้า 0.9 ล้านราย ARPU 275 บาท

ฐานผู้ใช้ระดับนี้ทำให้งานดูแลโครงข่ายเป็นเรื่องที่ทรูต้องลงแรงตลอด อย่างช่วงฝนตกหนักปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทรูก็เพิ่งยกระดับมาตรการฉุกเฉินเพื่อให้ 5G, 4G และ WiFi ใช้งานได้ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ติดแนวกั้นน้ำรอบชุมสายไปจนถึงกระจายทีมวิศวกรประจำแต่ละโซน

ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม (ซ้าย) และนกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน ทรู คอร์ปอเรชั่น (ขวา)

AI ช่วยคัดข้อเสนอให้ลูกค้าแต่ละคน

ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มของทรู ให้เครดิตการเติบโตของธุรกิจมือถือและออนไลน์ส่วนหนึ่งกับระบบบริหารคุณค่าลูกค้า (Customer Value Management หรือ CVM) ที่ขับเคลื่อนด้วย AI พูดง่ายๆ คือให้ AI ช่วยเลือกว่าลูกค้าแต่ละคนควรได้ข้อเสนอแบบไหน ส่งไปทางช่องทางใด และส่งตอนไหน

เขาบอกว่าทรูเริ่มเห็นผลที่จับต้องได้จากการทรานส์ฟอร์มองค์กรด้วย AI ทั้งในแง่มูลค่าทางธุรกิจและประสบการณ์ลูกค้า ความพึงพอใจของลูกค้าดีขึ้นอย่างชัดเจนจากปีก่อนในทุกกลุ่มธุรกิจ ต่อจากนี้ทรูจะเร่งวางรากฐานด้าน AI ให้แข็งแรง แล้วใช้ AI ขับทั้งการเติบโตและประสิทธิภาพการทำงาน โดยยังเดินตามแผนเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายทางการเงินปี 2569 และเป้าหมายระยะกลางที่วางไว้

ปันผลระหว่างกาล 0.16 บาทต่อหุ้น

นกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน ระบุว่าคุณภาพของกำไรดีขึ้นต่อเนื่อง จากรายได้ธุรกิจหลักที่โตอย่างสม่ำเสมอและการคุมต้นทุนอย่างมีวินัย คณะกรรมการบริษัทจึงอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลรวม 5.5 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราการจ่ายปันผล 83% หรือ 0.16 บาทต่อหุ้น