คนที่เคยเดินขึ้นเขาไท่ซานจะรู้ว่าบันไดหินที่นี่ไม่ได้ปรานีใคร ขั้นสูงบ้างต่ำบ้าง กว้างบ้างแคบบ้าง บางช่วงเป็นหินกรวด และหลายขั้นถูกสร้างมาตั้งแต่หลายร้อยปีก่อน วันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา บันไดชุดนี้กลายเป็นสนามแข่งของหุ่นยนต์ในงาน CMG World Robot Mount Taishan Climbing Competition ครั้งแรก ที่เมืองไท่อัน มณฑลซานตง
Global Times รายงานว่ามีทีมหุ่นยนต์จากบริษัท มหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัยเข้าร่วมเกือบ 90 ทีม เส้นทางหลักเริ่มจากประตูหงเหมินขึ้นไปถึงจงเทียนเหมิน ระยะทางราว 3.9 กิโลเมตร มีบันไดหินชันมากกว่า 3,100 ขั้น ความสูงที่ต้องไต่ขึ้นราว 600 เมตร คนทั่วไปเดินเส้นนี้ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมง แต่หุ่นที่เร็วที่สุดใช้ไม่ถึงชั่วโมง
Unitree A2 แชมป์ 43 นาที 41 วินาที แบบไม่มีคนบังคับ
แชมป์ประเภทหุ่นยนต์สี่ขาความเร็วตกเป็นของทีม Beijing Lingyi Technology บริษัทลูกที่ Unitree Robotics ถือหุ้นทั้งหมด ซึ่งส่งหุ่นยนต์หมา Unitree A2 ลงแข่ง เวลาจริงอยู่ที่ 41 นาที 41 วินาที แต่โดนบวกเวลาลงโทษ 2 นาที จึงจบที่ 43 นาที 41 วินาที สิ่งที่ทำให้ผลงานนี้น่าสนใจกว่าความเร็วคือ A2 ใช้โหมดอัตโนมัติตลอดทั้งเส้นทาง รับรู้พื้นและตัดสินใจเองแบบเรียลไทม์บนขั้นบันไดที่ไม่มีขั้นไหนเหมือนกัน
Unitree ยังได้อีกสองรองแชมป์จากทีม Shanghai Gaoyi Technology ที่ใช้หุ่นของ Unitree เช่นกัน ตัวแรกคือ A2 ที่ได้อันดับสองประเภทความเร็ว อีกตัวคือ Unitree B2 ที่ได้อันดับสองประเภทแบกของ B2 แบกน้ำหนักบรรทุกจริง 66 กิโลกรัมขึ้นช่วงว่านเซียนโหลวถึงโต้วหมู่กง ถ้านับรวมโครงยึดด้วยก็หนักถึง 74 กิโลกรัม Unitree บอกว่าบริษัทส่งหุ่นทางการไปแค่ A2 และ B2 เพราะเวลาเตรียมตัวมีจำกัด ส่วนทีมอิสระอีกหลายทีมก็นำหุ่น Unitree ไปพัฒนาต่อแล้วลงแข่งเอง
ก่อนหน้านี้ Unitree เพิ่งเปิดตัว H2-X ฮิวแมนนอยด์สายบอดี้การ์ด ไปไม่นาน การไล่ล่าแชมป์บนเขาไท่ซานด้วยหุ่นสี่ขาจึงเป็นอีกสัญญาณว่าแบรนด์นี้ไม่ทิ้งตลาดหุ่นยนต์หมาที่สร้างชื่อมาตั้งแต่แรก
ตัวเล็กสุดในสนาม แต่ซ้อมได้เร็วกว่าแชมป์

สีสันอีกจุดอยู่ที่ Cyvet หุ่นสี่ขาที่ UNIUBI AI จากหางโจวพัฒนาเอง และเป็นหุ่นสี่ขาตัวเล็กที่สุดในงานปีนี้ บริษัทบอก Global Times ว่าในรอบทดสอบ Cyvet เดินจากหงเหมินถึงจงเทียนเหมินแบบอัตโนมัติได้ในเวลา 35 นาที 47 วินาที เร็วกว่าเวลาแชมป์ในวันจริงเสียอีก
Chen Lin วิศวกรระบบนำทางของทีมเล่าว่า “การปรับตัวให้เข้ากับสภาพทางของเขาไท่ซานคือโจทย์ที่ยากที่สุด บันไดพวกนี้สร้างมาหลายร้อยปีแล้ว บางขั้นสูง บางขั้นต่ำ บางขั้นกว้าง บางขั้นแคบ แถมยังมีช่วงที่เป็นหินกรวดด้วย” Cyvet ใช้ LiDAR สแกนพื้น แยกขั้นบันไดออกจากก้อนหินและสิ่งกีดขวาง แล้วสร้างแผนที่ point cloud สามมิติไว้ใช้นำทาง
ไม่ได้มีแค่หุ่นหมา
การแข่งขันแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่คือประเภทความเร็วกับประเภทเฉพาะทาง มีสี่รายการหลัก ได้แก่ การแข่งความเร็วของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ หุ่นยนต์ขาแบกของขึ้นเขา การปีนเขาโดยใช้ชุดโครงกระดูกภายนอกช่วยแรง และภารกิจสำรวจทุกสภาพพื้นที่ ฝั่งฮิวแมนนอยด์มี E1 ของ Shandong Yobotics ที่คว้าอันดับสองด้วยเวลา 36 นาที 18 วินาที บริษัทเดียวกันยังขนหุ่นสี่ขา Y30 และ E15 มาด้วย โดยวางไว้สำหรับงานตรวจโรงงาน ลาดตระเวนท่อส่ง กู้ภัย และดับเพลิง
ผู้จัดบอกว่างานนี้ออกแบบมาเพื่อวัดการรับรู้ การทรงตัว การตัดสินใจ และการปรับตัวกับพื้นขรุขระ ซึ่งต่อยอดไปเป็นงานกู้ภัย ขนส่งของ และตรวจพื้นที่บนภูเขาได้ Xiang Ligang ประธานสถาบัน Beijing Institute of Intelligent Era Industry เปรียบว่าการแข่งหุ่นยนต์แบบนี้ก็เหมือนงานโชว์เครื่องบินและรถยนต์ในยุคแรก เป็นตัวชี้วัดความพร้อมของเทคโนโลยีที่ทั้งคนดูและนักลงทุนจับตา
ภาพรวมอุตสาหกรรมจีนก็โตเร็วไม่แพ้กัน New Atlas อ้างรายงาน Global Times ว่ากระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีนมีรายชื่อหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่อยู่ในสายการผลิตแล้วกว่า 400 รุ่น และผลิตออกมามากกว่า 40,000 ตัวในครึ่งแรกของปี 2026







