หลังปล่อยให้ลุ้นกันมานาน ในที่สุดจักรวาล DCU ของ James Gunn ก็ได้ฤกษ์ลงสนามจริงสักที และต้องบอกว่าฟอร์มเปิดตัวนั้นเข้าท่าเลยทีเดียว ทั้งตัวเลขของหนัง Superman ที่ทำออกมาได้สวย และกระแสของ Peacemaker ซีซั่น 2 ที่กำลังมาแรง นี่คืออัปเดตล่าสุดซึ่งบอกเราว่า DCU เปิดตัวได้น่าจับตามาก
Superman: หนังทำงานของมัน กวาดทั้งเงินทั้งใจ
Superman ที่เพิ่งเข้าฉายไปเมื่อเดือนที่แล้ว แบกความหวังไว้หนักอึ้งว่าจะต้องกู้หน้าให้แบรนด์ DC ให้ได้ ซึ่งผลลัพธ์ก็คือตัวหนัง ทำงานของมันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ตัวเลขล่าสุดตอนนี้ Superman กวาดเงินทั่วโลกไปแล้ว 600 ล้านดอลลาร์ สบายๆ ขึ้นแท่นหนังฮีโร่ที่ทำเงินสูงสุดของปีนี้ไปเรียบร้อย และที่สำคัญคือรายได้เปิดตัวยังแซงหน้าหนังมาร์เวลในปีเดียวกันได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ถือว่าเป็นการคัมแบ็กที่น่าพอใจ
ฟีดแบ็กส่วนใหญ่ชื่นชมว่านี่คือ Superman ที่ใช่ โทนหนังมีความหวัง สดใส แต่ไม่ติ๊งต๊อง ดูแล้วรู้สึกดี เป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่เล่าเรื่องตรงไปตรงมา และเสน่ห์ของนักแสดงก็เอาคนดูอยู่หมัด ความสำเร็จของ Superman มันฟ้องชัดๆ ว่า การเล่าเรื่องที่ซื่อตรงต่อแก่นของตัวละคร มันเวิร์คเสมอ ไม่จำเป็นต้องพยายามทำให้ดาร์กหรือซับซ้อน

ทิศทางของ DCU ตอนนี้เลยชัดเจนว่าจะเน้นทำหนังที่ “มีหัวใจ” และเข้าถึงง่ายก่อน ซึ่งเป็นการวางเสาหลักให้จักรวาลได้แข็งแรง
Peacemaker ซีซั่น 2: โชว์ของเรื่องการเชื่อมจักรวาล
อีกหนึ่งไฮไลต์คือ Peacemaker ซีซั่น 2 ที่เพิ่งลงจอ ซึ่งเป็นงานแรกที่ Gunn โชว์ฝีมือการ “เชื่อม” จักรวาลเก่าเข้ากับของใหม่อย่างเป็นทางการ

ซีรีส์มีการ Retcon (ปรับแก้เรื่องราวเก่า) เล็กๆ น้อยๆ โดยเฉพาะฉากคาเมโอของ Justice League ที่ถูกเปลี่ยนเป็นทีมฮีโร่ชุดใหม่จากหนัง Superman แทน เป็นการบอกคนดูแบบเนียนๆ ว่า “โอเค ต่อไปนี้ทุกคนอยู่ในไทม์ไลน์เดียวกันแล้วนะ” แถมลายเซ็นความกวนของ James Gunn ก็ยังอยู่ครบ ทำให้ซีรีส์ฮิตติดลมบนบน Max เหมือนเดิม
DCU กำลังโชว์ให้เห็นว่าพวกเขามีวิธีจัดการกับของเก่าที่ยืดหยุ่นมาก ไม่ได้ทุบทิ้งทั้งหมด แต่เลือกเก็บของดีไว้แล้วค่อยๆ ปรับจูนให้เข้าที่เข้าทาง ทิศทางนี้ทำให้เชื่อได้เลยว่าจักรวาลนี้ถูกคิดมาอย่างดีให้ทุกอย่าง เป็นเนื้อเดียวกัน จริงๆ
เล่นกับ “รสชาติ” คือไม้เด็ด
หลังจากเสิร์ฟหนังโทนสว่างอย่าง Superman ไปแล้ว โปรเจกต์ต่อไปที่อยู่ในคิวกลับมีทิศทางที่คนละขั้วอย่างสิ้นเชิง
ข่าวล่าสุดแม้โปรเจกต์อย่าง The Authority จะยังไม่เริ่มถ่ายทำ แต่คอนเซปต์ของหนังเรื่องนี้คือการเป็นหนังรวมดาวที่ ดิบ เถื่อน และเล่นกับศีลธรรมสีเทาๆ ซึ่งรสชาติจะแตกต่างจาก Superman แบบหน้ามือเป็นหลังมือ ส่วน Supergirl: Woman of Tomorrow ที่จะมาปีหน้า ก็ถูกวางบทบาทไว้ให้เป็นหนังที่เล่าเรื่อง Supergirl ในมุมที่ดาร์กและแข็งกร้าวกว่าที่เคยเห็น

ไม้เด็ดของ DCU ดูเหมือนจะไม่ใช่การยึดติดกับโทนใดโทนหนึ่ง แต่คือการ มีหนังหลายรสชาติ ให้คนดูเลือกเสพ การมีทั้งหนังฮีโร่โลกสวย, ทีมแอนตี้ฮีโร่สายโหด, หนังทริลเลอร์สืบสวน หรือหนังสยองขวาง จะทำให้จักรวาลนี้คาดเดาได้ยากและไม่น่าเบื่อ นี่คือวิธีหนีจาก “สูตรสำเร็จ” ที่ค่ายอื่นกำลังติดกับดักอยู่
สรุปง่ายๆ DCU ออกสตาร์ทได้สวยเกินคาด Superman ทำหน้าที่ของมันได้ดีเยี่ยมในการเรียกความเชื่อมั่นกลับมา ส่วนทิศทางในอนาคตก็ดูมีชั้นเชิงและน่าสนใจ ถ้ายังรักษาฟอร์มนี้ไว้ได้ DCU มีแววจะกลายเป็นจักรวาลที่น่าเอาใจช่วยที่สุดในอีกหลายปีข้างหน้านี้เลย












