การมาถึงของยุค AI PC ทำให้สเปคของโน้ตบุ๊กไม่ได้วัดกันที่ความเร็ว CPU เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ยังรวมถึงความสามารถในการประมวลผล AI ด้วย ซึ่ง Acer TravelMate X14 AI ก็ถูกออกแบบมาเพื่อการทำงานยุคใหม่โดยเฉพาะ
หัวใจหลักคือหน่วยประมวลผล Intel® Core™ Ultra 7 258V ที่ให้ประสิทธิภาพการประมวลผลรวมสูงถึง 115 TOPS ทำให้สามารถรันฟีเจอร์ของ Copilot+ PC อย่าง Recall หรือ Live Captions ได้บนตัวเครื่องโดยตรง เสริมด้วยหน่วยความจำ (RAM) แบบ LPDDR5X สูงสุด 32GB และตัวจัดเก็บข้อมูลความเร็วสูง SSD PCIe ขนาด 1TB ทำให้การทำงานหลายอย่างพร้อมกันเป็นไปอย่างราบรื่น

แม้สเปคจะแรง แต่เรื่องการพกพาก็ทำได้ยอดเยี่ยม ด้วยน้ำหนักเพียง 1.27 กิโลกรัม และตัวเครื่องที่บาง 15.9 มิลลิเมตร แต่ยังคงความแข็งแกร่งด้วยมาตรฐานความทนทานระดับการทหาร MIL-STD 810H ที่ทนต่อแรงสั่นสะเทือนและความชื้นได้ดี
หน้าจอแสดงผลมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด WUXGA ในอัตราส่วน 16:10 ซึ่งให้พื้นที่ทำงานแนวตั้งที่มากกว่า และยังมีตัวเลือกหน้าจอแบบ OLED ที่ให้ความสว่างสูงสุด 500 nits พร้อมการรับรอง TÜV Rheinland Low Blue Light ช่วยถนอมสายตา เรื่องการประชุมออนไลน์ก็หายห่วงด้วยเทคโนโลยี Acer PurifiedView™ 2.0, Acer PurifiedVoice™ 2.0 และลำโพง DTS:X® Ultra Audio
ด้านการเชื่อมต่อก็ให้มาครบครันและทันสมัย รองรับ Wi-Fi 7, Bluetooth 5.4, พอร์ต Thunderbolt™ 4 จำนวน 2 ช่อง, USB 3.2 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI 2.1 และ Gigabit Ethernet
ราคาเริ่มต้น: 1,399.99 ดอลลาร์สหรัฐ / 899 ยูโร / 2,499 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 44,500 บาท, 33,500 บาท และ 52,100 บาท ตามลำดับ ณ อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน)
ช่วงเวลาวางจำหน่าย: เริ่มในอเมริกาเหนือและออสเตรเลียช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2025 และในโซน EMEA (ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา) ในเดือนกันยายน 2025.
โปรเจคเตอร์ Vero สเปคจัดเต็มในดีไซน์รักษ์โลก
สำหรับงานในออฟฟิศ Acer ก็ส่งโปรเจคเตอร์เลเซอร์ซีรีส์ Vero เข้ามาตอบโจทย์ โดยชูจุดเด่นเรื่องความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้พลาสติกรีไซเคิล (PCR) 50% ในตัวเครื่อง และใช้บรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้ 100%
แหล่งกำเนิดแสงเป็นแบบเลเซอร์ที่ปราศจากสารปรอท มีอายุการใช้งานยาวนานสูงสุด 30,000 ชั่วโมง และประหยัดพลังงานกว่าโปรเจคเตอร์แบบหลอดไฟถึง 40%

ในด้านประสิทธิภาพการฉายภาพก็ให้มาแบบไม่กั๊ก ด้วยความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD และความสว่างสูงถึง 4,000 ANSI lumens ทำให้ภาพยังคงคมชัดแม้ในห้องที่มีแสงสว่าง มาพร้อมอัตราคอนทราสต์ 50,000:1 และขอบเขตสี 93% Rec.709 ให้สีสันที่สมจริง
ตัวเครื่องยังทนทานด้วยมาตรฐานกันฝุ่นระดับ IP6X และรองรับการใช้งานต่อเนื่อง 24/7 โดยเฉพาะรุ่น Vero SL2520n ที่เป็นโปรเจคเตอร์ระยะฉายสั้น (short-throw) สามารถสร้างภาพขนาด 100 นิ้วได้จากระยะห่างเพียง 1.1 เมตร เหมาะสำหรับห้องประชุมที่มีพื้นที่จำกัด
Vero XL2320p: ราคาเริ่มต้น 699 ยูโร (ประมาณ 26,000 บาท) และ 8,999 หยวน (ประมาณ 40,000 บาท) โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในโซน EMEA เดือนธันวาคม 2025 และในจีนเดือนตุลาคม 2025.
Vero XL2521: ราคาเริ่มต้น 899 ยูโร (ประมาณ 33,500 บาท) จะเริ่มวางจำหน่ายในโซน EMEA เดือนธันวาคม 2025.
Vero SL2520n: ราคาเริ่มต้น 1,199 ยูโร (ประมาณ 44,600 บาท) และ 16,999 หยวน (ประมาณ 75,500 บาท) จะเริ่มวางจำหน่ายในโซน EMEA เดือนธันวาคม 2025 และในจีนเดือนตุลาคม 2025.








