ในปี 2025 ถือเป็นการกลับมาของยุคทองแท็บเล็ตขนาด 8 นิ้วโทรได้ โดย Alldocube iPlay 70 mini Pro มาพร้อมกับจอขนาด 8.4 นิ้ว ซึ่งเป็นขนาดที่หลายคนคิดถึง และยังใส่ซิมโทรได้ สามารถใช้งานแทนมือถือได้เลย กับงบราว 8,000 บาทเท่านั้น
หน้าจอ 8.4 นิ้ว IPS 90Hz
จุดเด่นที่สุดที่ต้องพูดถึงก่อนเลยคือหน้าจอครับ Alldocube iPlay 70 mini Pro เลือกใช้พาแนล IPS ที่แสดงผลสีสันได้ดี ขนาดจอ 8.4 นิ้ว กับความละเอียด FHD+ ซึ่งถือว่าคมชัดสำหรับจอขนาดนี้ และที่ทำให้มันน่าใช้ยิ่งขึ้นคือ Refresh Rate 90Hz ทำให้การใช้งานในชีวิตประจำวันลื่นไหลขึ้นชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการไถฟีดโซเชียล อ่านบทความ หรือสลับแอป มันให้ความรู้สึกที่ตอบสนองได้เนียนตากว่าจอ 60Hz ทั่วไป

ความสว่างหน้าจอที่ให้มา 450nits ก็ถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานในที่ร่ม และยังพอสู้แสงเมื่อเอาไปใช้งานนอกสถานที่ได้บ้าง
ขุมพลัง Dimensity ที่ไว้ใจได้
สิ่งสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาสำหรับแท็บเล็ตราคานี้คือชิปเซ็ตครับ การเลือกใช้ MediaTek Dimensity 900 แรม 8GB บวกแรมจำลองอีก 8 GB เป็น 16 GB พื้นที่ใช้งาน 256 GB รองรับการใส่ microSD เพิ่ม ด้านประสิทธิภาพในแง่คะแนน AnTuTu ทำได้ที่ราว 750,583 คะแนน ถ้าให้เทียบง่ายๆ มันคือชิปที่เน้นการทำงานทั่วไปที่ลื่นไหลและประหยัดพลังงาน

มันแรงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการดู Netflix, YouTube, เล่นโซเชียล, ทำงานเอกสาร และสามารถเล่นเกมระดับกลางได้สบาย ด้วยความที่หน้าจอขนาด 8.4 นิ้ว เลยทำให้เป็นขนาดที่ดีมากสำหรับการถือเล่นเกม ได้หน้าจอที่ใหญ่ชัดเจนในขนาดที่ถือเล่นได้สะดวก
จุดเด่นคือการใส่ซิมและโทรได้
นี่คือส่วนที่ทำให้ iPlay 70 mini Pro แตกต่างจากแท็บเล็ตส่วนใหญ่ในตลาด คือมันใส่ซิมและโทรออก-รับสายได้ เหมือนมือถือทุกอย่าง ไม่ใช่แค่ใส่ซิมเพื่อเล่นเน็ต 4G เท่านั้น ทำให้เราสามารถใช้ทดแทนมือถือได้เลย ไม่จำเป็นต้องพกมือถือกับแท็บเล็ตพร้อมกัน 2 เครื่อง

แต่แม้ว่ารุ่นนี้จะใส่ซิมโทรได้ แต่เสียงจะออกทางลำโพงของเครื่อง ดังนั้นถ้าหากใช้งานนอกบ้าน ผมแนะนำว่าให้ใช้คู่กับหูฟังไร้สายจะเหมาะกว่าครับ
แบตเตอรี่ 6050mAh
ด้วยความที่ตัวเครื่องมีขนาดกะทัดรัด แต่ได้แบตเตอรี่มาถึง 6050mAh พร้อมระบบชาร์จเร็ว 18W PD เมื่อรวมกับการจัดการพลังงานที่ดีของชิป Dimensity ทำให้แท็บเล็ตตัวนี้สามารถใช้งานข้ามวันได้สบายๆ สำหรับการใช้งานทั่วไป ถ้าเปิดดูวิดีโอต่อเนื่องก็อยู่ได้ยาวนาน หมดห่วงเรื่องการต้องชาร์จแบตเตอรี่บ่อยๆ
ประสบการณ์ใช้งานจริง
สิ่งที่ Alldocube ทำให้ผมประทับใจตลอดคือรอมที่คลีนมาก มาพร้อม Android 15 ในระดับที่ไม่มี bloatware เลยแม้แต่แอปเดียว ทำให้ตัวเครื่องมีความลื่นไหลสูงเมื่อเทียบกับสเปคใกล้เคียงกัน และรุ่นนี้ก็ทำงานเข้ากับ Gemini ได้เป็นอย่างดี ด้วยความที่หน้าจอมีขนาดใหญ่ 8.4 นิ้ว การเรียกใช้ Gemini live เลยปรับจากการกดปุ่มข้างมาเป็นการปัดขึ้นจากมุมจอแทน

และที่ทำได้น่าสนใจอีกอย่างคือ Alldocube หลายรุ่นจะปลดล็อกหน้าจอด้วยการใส่รหัสเท่านั้น หรือไม่ใส่รหัสเลย แต่ Alldocube iPlay 70 mini Pro มีตัวเลือกให้สแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อกด้วย ถือว่าเป็นความสะดวกในการใช้งานจริงขึ้นมาก

เวลาที่ผมเปิดคอมทำงาน ผมชอบเอา Alldocube iPlay 70 mini Pro มาวางหน้าจอเพื่อเปิดหนังหรือข่าวระหว่างทำงาน ซึ่งหน้าจอมีขนาดกำลังดี ไม่ใหญ่จนเกะกะโต๊ะ และก็ไม่เล็กจนต้องเพ่งมอง ส่วนลำโพงคู่ Dual Box ด้านล่างก็เสียงดังฟังชัด

การดู Netflix ก็ได้มาตรฐาน Widevine L1 ทำให้ดูได้ในระดับ Full HD ตอบโจทย์ด้านความบันเทิง ส่วนการเล่นเกม ผมจะเล่นเกมที่ไม่เครียดมาก เช่น guardian tales ซึ่งสเปคระดับนี้ก็เล่นได้สบายๆ ครับ

และด้วยความที่ใส่ซิมโทรได้ รับ SMS ได้ ทำให้เราสามารถใช้งานแอปต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นแอปธนาคาร หรือแอปของหน่วยงานรัฐบาลที่ต้องสแกน QR หรือใช้สิทธิ์ต่างๆ โดยไม่ต้องพกมือถือเพิ่มอีกเครื่องเลย
ราคาและการรับประกัน
Alldocube iPlay 70 mini Pro เครื่องศูนย์ไทย วางขาย 2 ตัวเลือก ถ้าซื้อ Alldocube iPlay 70 mini Pro อย่างเดียวราคา 7,490 บาท แต่ถ้าเพิ่มเงินเป็น 8,490 บาท จะได้ Alldocube GamePad JoyStick ด้วย ซึ่งผมเชียร์ให้ซื้อเซ็ตหลังครับ เพราะจอยของ Alldocube ทำออกมาดีมาก ผมเคยใช้คู่กับ iPlay 70 mini Ultra


นอกจากนี้ยังใช้งานได้อย่างสบายใจ ด้วยการรับประกันศูนย์ไทยถึง 1 ปี สามารถซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ทั้ง Shopee, Lazada, TikTok

บทสรุป
Alldocube iPlay 70 mini Pro ไม่ใช่แท็บเล็ตที่แรงที่สุดในตลาด แต่มันเป็นแท็บเล็ตที่ครบเครื่องที่สุดตัวหนึ่งในงบประมาณราว 8,000 บาท ใช้ได้ทั้งการเป็นเครื่องหลักและเครื่องสำรอง เหมาะสำหรับการเข้าเว็บ ไถฟีดโซเชียล เล่นเกม ดูหนัง มันคือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบมากสำหรับคนที่ต้องการอุปกรณ์ “เครื่องเดียวจบ” แรงพอสำหรับการใช้งานจริง แบตอึดพอสำหรับการใช้แต่ละวัน และยังพกพาได้สะดวก








