Baseus เปิดตัวหูฟังใหม่ 2 รุ่นที่น่าสนใจมาก โดยรุ่น Baseus Bass BC1 เป็นดีไซน์แบบหนีบที่สาย Open ear ชื่นชอบ และมาในราคาแค่ 899 บาท ส่วน Baseus Bass BP1 NC เป็นหูฟัง In ear ราชา ANC หลักร้อย ด้วยงบแค่ 699 บาท แต่ได้ระบบตัดเสียงรบกวน -43dB เลย
Baseus Bass BC1 Open-Ear TWS Earbuds
ผมขอเริ่มที่รุ่น Baseus Bass BC1 ก่อน เพราะเป็นดีไซน์แบบหนีบเข้ากับใบหูที่ผมชื่นชอบมาก เนื่องจากดีไซน์แบบนี้ทำให้เหมาะกับคนใส่แว่น สามารถสวมใส่ได้ทั้งวันโดยไม่สร้างภาระให้ช่องหู และยังได้ยินเสียงรอบข้าง ทำให้เราสามารถโทรคุยกับปลายสายและยังได้ยินเสียงรอบข้างอยู่ เหมาะกับคนที่ชอบใส่หูฟังตลอดทั้งวัน หรือใส่ออกกำลังกายก็ไม่อึดอัด หรือใส่เดินทางก็ปลอดภัยเพราะได้ยินเสียงการจราจร เป็นหูฟังที่ใส่ได้ทั้งวันโดยไม่ต้องถอดใส่บ่อยๆ

รุ่นนี้ทำได้เกินคาดหลายสิ่ง เริ่มตั้งแต่วัสดุและความยืดหยุ่น ไม่น่าเชื่อว่าราคาแค่ 899 บาท แต่สวมใส่ได้สบายและกระชับไม่แพ้รุ่นราคาสูง น้ำหนักก็เบามาก ปุ่มควบคุมเป็นแบบ Physical ข้างละ 1 ปุ่ม แต่ที่ตัวเคสจะไม่มีปุ่มใดๆ

ด้านคุณภาพเสียง ทันทีที่ผมสวมเข้าใบหูและลองเปิด YouTube ก็ทำผมทึ่งทันที เพราะเสียงมันไปไกลเกินราคามาก Dynamic ดีเกินตัว เสียง Vocal, Bass, Persuccion, String, Wind มาแบบครบมาก แต่ต้องบอกว่าด้วย Form factor ที่เป็นแบบหนีบหู เนื้อเสียงมันจะไม่แน่นเท่าแบบ In ear นะครับ แต่ถ้าเทียบกับพวกเดียวกันถือว่าทำได้ดีเกินราคามาก เสียงร้อง เครื่องเป่า เครื่องสาย อะไรต่างๆ ได้ยินชัดเจน ส่วนย่านเบสอาจจะไม่แน่นนัก ซึ่งเป็นข้อจำกัดของหูฟังชนิดนี้ แต่ถือว่าทำได้ดีมากครับ

การโทรมี AI Clear Calls ช่วย ทำให้เสียงชัดเจนขึ้น ส่วนแบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องได้นาน 7.5 ชั่วโมง รวมเคสชาร์จได้ 38 ชั่วโมง มีชาร์จเร็ว 15 นาทีใช้งานได้ 2 ชั่วโมง มีให้เลือก 3 สีคือ ชมพู, ดำ, ขาว สั่งซื้อได้ที่ Shopee, Lazada, TikTok

Baseus Bass BP1 NC True Wireless Earphones
มาที่หูฟังราคาเป็นมิตรสุดแค่ 699 บาท สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้เด่นเกินราคาคือระบบ ANC ที่ตัดเสียงรบกวนได้เงียบมากถึง -43dB ซึ่งหาได้ยากมากในราคานี้ และยังมาพร้อมไมค์อีก 4 ตัวพร้อมระบบ ENC เพื่อให้สนทนาได้อย่างชัดเจน

ว่ากันด้วยราคา 699 บาท เสียงที่ได้อยู่ในเกณฑ์ดี เสียงร้องเด่นชัด เสียงเบสเดิมๆ ไม่เด่นนัก แต่ถ้าเข้าแอปแล้วเปิดโหมด Music และตั้งค่า Bass Boost ไว้สูงสุด ก็จะได้ย่านเบสที่เด่นขึ้นครับ ฟังแนว Jazz ก็มีน้ำมีนวลขึ้น ฟังแนวรถแห่ก็เร้าใจกว่าเดิม ฟัง Rock ก็ลึกขึ้น โดยรวมแล้วผมรู้สึกว่าถ้าตั้งค่าไว้แบบนี้เสียงมาครบถ้วนทุกย่านมากขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนด้วยครับ

การตัดเสียงรบกวนรอบข้างทำได้ 3 แบบคือ แบบปกติดั้งเดิม, รับฟังเสียงรอบข้าง, ตัดเสียงรบกวน ด้านการควบคุมทำได้ดูดีมาก เนื่องจากเป็นการควบคุมแบบสัมผัสที่ตั้งแต่แต่ละปุ่มได้ ส่วนแบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องได้ 7 ชั่วโมง นับรวมเคสด้วยก็ 41 ชั่วโมง มีชาร์จเร็ว 10 นาทีใช้งานได้ 2 ชั่วโมง มีให้เลือก 3 สีคือ ดำ, ฟ้า, ขาว สั่งซื้อได้ที่ Shopee, Lazada, TikTok

ใช้งานง่ายด้วยแอป Baseus
แม้จะราคาสบายกระเป๋าขนาดนี้ แต่ Baseus ก็ยังมีแอปให้เราใช้งานทั้งบน Android และ iOS ทำให้เราสามารถควมคุม ตั้งค่า และอัพเกรดหูฟังได้ง่าย แต่ละรุ่นจะมีฟีเจอร์และเมนูต่างกัน แต่โดยรวมคือมีให้ปรับโหมดตัดเสียงรบกวน, ปรับโหมดเสียง, EQ, Bass Boost นอกจากนี้ยังมีการเชื่อมต่อหลายเครื่อง รวมถึง Low Latency mode ที่เหมาะกับการเล่นเกม



บทสรุป
ในช่วงราว 2 ปีที่ผ่านมา หูฟังที่ผมใช้บ่อยสุดแทบจะ 99% ในชีวิตจริงคือ Form factor แบบหนีบหู ( หรือที่ทางแบรนด์ Baseus เรียกว่าเกี่ยวหู ) เพราะมันเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผมที่ต้องใส่หูฟังเกือบทั้งวัน เพื่อการโทร รวมถึงการฟังเสียงตัดต่อคลิปวีดีโอ และใช้ดูหนังฟังเพลง ดังนั้นการใส่หูฟังแบบอื่นมันไม่สะดวกสำหรับผม และผมก็เคยทดลองมาหลายรุ่น พบว่ารุ่นราคาประหยัดส่วนมากจะมีวัสดุที่ไม่ดี ใส่ยากหรือใส่แล้วเจ็บหู หรือเสียงไม่ดี แต่ Baseus BC1 แก้ปัญหาพวกนี้ได้ทั้งหมดในราคา 899 บาทเท่านั้น
ส่วนหูฟังสไตล์ In ear อย่าง Baseus BP1 NC ก็เด่นตรงเสียงที่ใกล้แก้วหูกว่า ทำให้ได้เนื้อเสียงที่ถึงใจกว่า และยังตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้ดีกว่า เหมาะกับคนที่ต้องการดื่มด่ำกับโลกส่วนตัว และคนที่ต้องการระบบเสียงที่คุ้มค่าในงบ 699 บาท ที่สำคัญคือทั้งคู่ยังได้รับประกันศูนย์ไทย 12 เดือนด้วย ใช้งานได้อย่างสบายใจครับ








