รายงานใหม่จาก GSMA Intelligence ที่จัดทำร่วมกับ HUAWEI ชี้ว่าช่องว่างทักษะดิจิทัล (digital literacy) ยังเป็นอุปสรรคหลักที่ทำให้ผู้คนราว 3.1 พันล้านคน ยังออฟไลน์ แม้เครือข่ายมือถือบรอดแบนด์จะครอบคลุมประชากรโลกไปแล้วประมาณ 96% และหากปิดช่องว่างการใช้งานนี้ได้ อาจช่วยเพิ่ม GDP รวมของโลกได้ราว 3.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ระหว่างปี 2023 ถึง 2030
รายงานชื่อ Bridging the Divide: Enhancing Digital Literacy in the AI Era เปิดตัวในงาน UNESCO Digital Learning Week ที่ปารีส เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 โดยสรุปว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่การครอบคลุมของสัญญาณอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่ทักษะ ความไว้ใจของผู้ใช้ และความรู้ความเข้าใจเรื่อง AI
AI ทั้งเป็นสะพานและเป็นกำแพง
รายงานมองว่าปัญญาประดิษฐ์อาจช่วยให้คนที่อ่านเขียนไม่คล่องเข้าถึงบริการดิจิทัลได้ง่ายขึ้น ผ่านผู้ช่วยเสียงและแอปที่รองรับภาพ เสียง และวิดีโอ โดยไม่ต้องพิมพ์ข้อความเป็นหลัก ในทางกลับกัน AI ก็ยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการคิดวิเคราะห์ เพราะผู้ใช้ต้องเข้าใจเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูล และแยกแยะความเสี่ยงอย่างการหลอกลวงหรือ deepfake ได้
ข้อมูลจากธนาคารโลกที่รายงานอ้างถึงยังระบุว่าทักษะ GenAI literacy เป็นกลุ่มทักษะที่มีมูลค่าสูงสุด โดยอาจสร้างค่าจ้างพรีเมียมได้สูงถึง 36% ซึ่งสูงกว่าทั้งทักษะดิจิทัลทั่วไปและทักษะ AI แบบเดิม ๆ หากไม่มีการฝึกอบรมพื้นฐานที่ตรงจุด การเร่งนำ AI มาใช้จึงอาจตอกย้ำความเหลื่อมล้ำ แม้ในพื้นที่ที่มีโครงข่ายครบแล้วก็ตาม
จากการประมาณการของอุตสาหกรรม การปิดช่องว่างความสามารถนี้ กว่า 90% ของผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจะไหลไปยังประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง (LMICs)
ห้องเรียนเคลื่อนที่ Skills on Wheels และ DigiTruck
โครงการดิจิทัลอินคลูชันมักพุ่งเป้าไปยังกลุ่มเสี่ยงต่อการถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เช่น ชุมชนชนบทและพื้นที่ห่างไกล เด็กและครูในโรงเรียนชนบท ผู้สูงอายุ รวมถึงสตรีและเด็กหญิง รายงานเน้นโมเดลส่งมอบทักษะในระดับชุมชน โดยยกตัวอย่างโครงการ Skills on Wheels ของ HUAWEI โดยเฉพาะห้องเรียนเคลื่อนที่พลังงานแสงอาทิตย์ DigiTruck ที่พาฮาร์ดแวร์ การเชื่อมต่อในพื้นที่ชนบท และการฝึกอบรมแบบลงมือทำ รวมถึง AI literacy ไปยังพื้นที่ที่ยังไม่มีไฟฟ้าโครงข่าย
ตั้งแต่ปี 2019 หลักสูตรจากโครงการ Skills on Wheels เข้าถึงผู้คนมากกว่า 130,000 คน ใน 21 ประเทศ และยังมีผู้ได้ประโยชน์ทางอ้อมเพิ่มเติม รายงานจากกระทรวงสารสนเทศ การสื่อสาร และเศรษฐกิจดิจิทัลของเคนยา ระบุว่าผู้เข้ารับการอบรม DigiTruck ที่ถูกสำรวจ 79% ส่งต่อทักษะดิจิทัลที่เพิ่งได้เรียนรู้ให้กับครอบครัวและคนรอบข้าง
HUAWEI ยังเตรียมเปิดโครงการ DigiTruck ในฝรั่งเศสช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ ครอบคลุมหลายเมืองในแคว้น Île-de-France โดยเน้นชุมชนรายได้น้อยและกลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงทักษะดิจิทัล
สี่วาระที่ผู้กำหนดนโยบายควรโฟกัส
เพื่อปิดช่องว่างการใช้งาน รายงานเรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบาย ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และผู้ผลิตเทคโนโลยีร่วมกันโฟกัสสี่เรื่องหลัก
- ยกระดับความรู้ AI เชิงปฏิบัติ ความปลอดภัยออนไลน์ และการตรวจสอบข้อมูล ให้เป็นคุณสมบัติพื้นฐานระดับชาติ
- นำอินเทอร์เฟซเสียงและบทสนทนาหลายภาษาไปใช้ในบริการภาครัฐ เพื่อลดอุปสรรคทางเทคนิคฝั่งผู้ใช้
- ขยายหน่วยเรียนรู้เคลื่อนที่ผ่านความร่วมมือข้ามภาคส่วน ที่ผสานเครือข่ายของผู้ให้บริการ เทคโนโลยีของผู้ผลิต และเครือข่ายเอ็นจีโอท้องถิ่น
- วัดผลจากความสามารถทำงานจริงได้ด้วยตนเองและความทนทานต่อการหลอกลวง ไม่ใช่แค่จำนวนผู้เข้าอบรม
Tim Hatt หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษาของ GSMA Intelligence ระบุว่าทักษะดิจิทัลไม่สามารถนิยามด้วยเกณฑ์คงที่ได้อีกต่อไป การเชื่อมต่อเพียงอย่างเดียวไม่พอ ความสามารถ การออกแบบระบบ และความไว้ใจต้องพัฒนาไปพร้อมกัน หากต้องการคว้าโอกาสระดับหลายล้านล้านดอลลาร์ ผู้เกี่ยวข้องต้องผสาน AI literacy แบบเป็นชั้น ๆ เข้าไปในชีวิตประจำวันผ่านช่องทางชุมชนที่คนไว้ใจได้
ด้าน Gavin Allen บรรณาธิการบริหารของ HUAWEI บอกว่าห้องเรียนเคลื่อนที่ได้พิสูจน์แล้วว่าช่วยให้กลุ่มคนที่เข้าถึงยากก้าวข้ามทั้งกำแพงทางกายภาพและทางจิตใจในการใช้เทคโนโลยี และจะยังทำงานร่วมกับรัฐบาลท้องถิ่นและพาร์ตเนอร์ในอุตสาหกรรมเพื่อขับเคลื่อนทักษะดิจิทัล ไม่ให้ใครถูกทิ้งไว้ตอนที่เศรษฐกิจกำลังเปลี่ยนเข้าสู่ยุค AI
อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่พอร์ทัลวิจัยของ GSMA Intelligence เรื่อง Bridging the Divide: Enhancing Digital Literacy in the AI Era





