ในภาพจำของผม แท็บเล็ตสายทำงานส่วนใหญ่ก็หน้าตาคล้ายๆ กัน แต่ HUAWEI MatePad Pro 12.2 ทำให้ผมรู้สึกแตกต่าง ตั้งแต่ตัวเคสและช่องเก็บปากกาที่น่าเหลือเชื่อมาก รวมถึงแอปในการจัดการเอกสารอย่าง PC-level WPS Office ที่ให้ประสบการณ์เหมือนใช้งานบน PC เรียกได้ว่าทั้งสวยทั้งเก่ง ครบเครื่องมาก
จอใหญ่ คมชัด สบายตา
ปัญหาของคนทำงานหน้าจอคืออาการปวดตาเพราะจอไม่ดี ดังนั้นหัวเว่ยเลยพยายามพัฒนาหน้าจอมาตลอด อย่างในอดีตก็มีหน้าจอ PaperMatte ที่ให้การมองและสัมผัสคล้ายกระดาษโดยไม่ต้องติดฟิล์มเพิ่ม แต่ PaperMatte ก็มีข้อจำกัดที่ต้องแลกมาคือสีสันความสวยงามที่ลดลงเพื่อให้สบายตามากขึ้น ดังนั้นใน HUAWEI MatePad Pro 12.2 จึงมีการพัฒนาหน้าจอแบบใหม่คือ Tandem OLED PaperMatte ที่ดูง่ายสบายตาคล้ายการอ่านจากกระดาษ และยังช่วยลดแสงสะท้อน ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาสีสันความสวยงามไว้ได้ เป็นความสมดุลที่สมบูรณ์แบบ

อัตราส่วนหน้าจอ 3:2 ซึ่งเป็นดีไซน์ที่พิสูจน์แล้วว่าเหมาะกับการทำงานมากกว่าจอแบบ 16:9 เพราะมีพื้นที่ทำงานในแนวตั้งมากกว่า ทำให้เราอ่านเว็บได้เยอะกว่า พิมพ์เอกสารได้มากกว่า วาดเขียนได้เต็มกว่า นอกจากนี้ยังมีความสว่าง 2000nits ความละเอียด 2800 x 1840 หรือ 2.8K และความความแม่นยำของสี ΔE < 1 ทำให้หน้าจอสู้แสงได้ดี และยังให้สีที่เที่ยงตรงด้วย
วีดีโอคอลคมชัด
สิ่งที่สำคัญมากในการทำงานคือการสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน ซึ่ง HUAWEI MatePad Pro 12.2 มาพร้อมไมค์ 4 ตัวเพื่อให้เสียงถูกส่งไปยังปลายทางได้อย่างคมชัด ในขณะเดียวกันก็มีลำโพง 4 ตัว เพื่อให้เราได้ยินเสียงที่ดังชัดเจน

กล้องหน้า 8MP รูรับแสง f/2.0 ให้คุณภาพดีพอสำหรับการวีดีโอคอล และถูกวางไว้กึ่งกลางในแนวนอน ทำให้ได้องศาที่ดี ส่วนกล้องหลังความละเอียด 50MP f/1.8 และกล้องมุมกว้าง 8MP f2.2 พร้อมไฟแฟลช LED ซึ่งคุณภาพดีในระดับที่ถ่ายสิ่งของเพื่อการสื่อสารได้ จัดว่าเป็นแท็บเล็ตที่กล้องดีรุ่นหนึ่งเลย
HUAWEI Glide Keyboard เคสคีย์บอร์ดที่ดีกว่า
HUAWEI Glide Keyboard คือความอัจฉริยะด้านการออกแบบ ทำให้การใช้งานแท็บเล็ตสมบูรณ์แบบได้อย่างไม่เคยมีมาก่อน ทั้งหมดนี้เริ่มจากโจทย์ 3 ข้อคือ
- แท็บเล็ตทั่วไป มีข้อจำกัดและความเร็วในการส่งข้อมูลจากตัวคีย์บอร์ด
- แท็บเล็ตทั่วไป มีขั้นตอนในการกางเคสเพื่อใช้งาน 2-3 ขั้นตอน
- แท็บเล็ตทั่วไป ไม่มีช่องเก็บปากกาในตัว
ด้วย Pain Point เหล่านี้ ทำให้หัวเว่ยคิดค้น HUAWEI Glide Keyboard ที่แก้ปัญหาได้อย่างชาญฉลาด โดยมีช่องเก็บปากกาซ่อนใต้เคส ถ้าไม่หยิบออกมาใช้ก็จะถูกหน้าจอบังไว้ไม่รกสายตา และช่องเก็บนี้ยังทำการชาร์จปากกาด้วย ทำให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา และเรายังสามารถหยิบปากกาออกมาแปะข้างเครื่องเพื่อชาร์จได้เหมือนเดิม

ถัดมาคือการกางเคสที่ถูกคิดค้นให้เปิด 1 ขั้นตอนพร้อมใช้งานในลักษณะเดียวกับ Laptop และยังปรับองศาได้ 2 ระดับ ด้านการเชื่อมต่อก็ยกระดับใช้ NearLink แทน Bluetooth ที่สัญญาณดีและเร็วกว่า ทำการให้พิมพ์การกดสั่งงานต่างๆ แทบไม่มีความหน่วงใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้คีย์บอร์ดหรือปากกา

แอปวาดเขียน พิมพ์เอกสาร จดบันทึก พร้อมใช้งาน
ข้อดีอีกอย่างของ HUAWEI MatePad Pro 12.2 คือมีแอปพื้นฐานมาให้โดยไม่ต้องซื้อเพิ่ม โดยมี HUAWEI Notes สำหรับขีดเขียนจดบันทึก ในขณะที่ GoPaint มีไว้สำหรับนักวาดมืออาชีพ ส่วนงานเอกสารก็มี PC-level WPS Office ครบถ้วนการทำงานพื้นฐาน

PC-level WPS Office สามารถทดแทนแอป MS Word, Excel, PowerPoint ได้เลย ทำให้ไม่ต้องไปจ่ายค่า subscribe รายปี แต่ถ้าต้องการใช้งาน MS Office 365 ก็สามารถติดตั้งใช้งานได้เช่นกันครับ
ทุกสิ่งอย่างเพื่อคนทำงาน
การออกแบบของ MatePad ในช่วงหลัง เน้นเจาะกลุ่มคนทำงานเป็นหลัก ทำให้ปรับแต่งระบบมาเพื่อรีดประสิทธิภาพด้านการทำงานโดยเฉพาะ ไม่เน้นด้านเกม โดย HUAWEI MatePad Pro 12.2 ไม่ได้ระบุว่าใช้ชิปตัวไหน แต่จากการใช้แอปตรวจสอบพบว่าใช้ชิป Kirin T92A ซึ่งเป็นชิปที่ปรับแต่งจาก Kirin 9020 ให้ระบบชาร์จเร็ว 100W และ Wi-Fi 7 เพื่อการเชื่อมต่อที่ดี ภายใต้ความบางสุดที่ 5.5 มิลลิเมตรเท่านั้น ด้านความจุให้พื้นที่ 512 GB แรม 12 GB ขับเคลื่อนด้วย HaromonyOS 4.3 ส่วนการปลดล็อกใช้วิธีสแกนลายนิ้วมือบนปุ่มด้านข้าง
ความเห็นเพิ่มเติม
ในฝั่งมือถือหัวเว่ย การที่ถูกกีดกันจาก Google ทำให้มีความติดขัดในการใช้งานอยู่บ้าง แต่สำหรับฝั่งแท็บเล็ตที่การใช้งานส่วนใหญ่พึ่งพา Web Browser มากกว่าการใช้งานแอปตรงๆ ทำให้ปัญหาเรื่อง Google แทบจะไม่มีผลอะไรเลย และจากที่ผมเคยทดสอบ Tablet มาหลายรุ่น ต้องยอมรับว่าการออกแบบดีไซน์ HUAWEI Glide Keyboard นี่คือจุดเปลี่ยนเกมอย่างแท้จริง มันทำให้การเปิดกางใช้งานเป็นเรื่องง่ายที่ทำได้ทันที จนอยากจะหยับมาใช้งานบ่อยๆ
อันที่จริงผมชอบรุ่นนี้มากจนเคยยกให้เป็น Editor’s Pick เลยด้วย








