Alldocube รุ่นไหนใครเหมาะ 2 รุ่นสุดคุ้ม iPlay 70 และ iPlay 70 mini Pro

หากคุณกำลังมองหาแท็บเล็ตสุดคุ้มที่ใส่ซิมโทรได้ คุณมาถูกที่แล้ว คราวนี้เราจะดู 2 รุ่นล่าสุดของ Alldocube ว่ารุ่นไหนเหมาะกับใคร ระหว่าง iPlay 70 หน้าจอ 10.1 นิ้วงบ 3,590 บาท กับ iPlay 70 mini Pro หน้าจอ 8.4 นิ้ว งบ 7,490 บาท โดยทั้งคู่สามารถใส่ซิมโทรได้ด้วย

ว่ากันด้วยหน้าจอ

แม้ว่างบจะอยู่ในระดับเริ่มต้นแค่ 3,590 บาท แต่ iPlay 70 ให้หน้าจอใหญ่ถึง 10.1 นิ้ว ความละเอียด HD แบบ IPS และ refresh rate 90Hz ในขณะที่ iPlay 70 mini Pro งบ 7,490 บาท ให้หน้าจอ 8.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ แบบ IPS และ refresh rate 90Hz

IMG20251117015903

เอาแค่เรื่องจอในแง่คุณภาพ จะเห็นว่าทั้งคู่ใช้พาแนล IPS เหมือนกัน ทำให้สีสันดูดีและไม่บาดตา และการเลือกใช้ refresh rate 90Hz ทำให้การแสดงผลแอนิเมชั่น การเคลื่อนไหวต่างๆ รวมถึงการเล่นเกม มีความสมูธเนียนตามากขึ้น แต่จุดต่างสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาคือขนาดจอและความละเอียด โดย iPlay 70 จอใหญ่กว่า แต่ iPlay 70 mini Pro ให้ความละเอียดสูงกว่า

IMG20251117013252

ฉะนั้นถ้าใช้งานลักษณะการวางดูหนังบนโต๊ะที่ห่างตัว iPlay 70 จะได้เปรียบในแง่ความใหญ่ และความละเอียดที่ต่ำกว่าก็ไม่ส่งผลกระทบมากนัก หรือถ้าจะซื้อให้เด็กวัยเรียนรู้ หรือให้ผู้ใหญ่ใช้ แบบคนที่เน้นความใหญ่ของจอมากกว่าความละเอียดก็เหมาะ แต่ถ้าคุณชอบถือเล่นตลอด การเลือก iPlay 70 mini Pro อาจจะเหมาะกว่า ทั้งในแง่ความละเอียด และขนาดของตัวเครื่องที่ถือสะดวกกว่า

การโทรและระบบเสียง

ทั้งคู่มีคุณสมบัติด้านการโทรเหมือนกัน คือสามารถใส่ซิมเล่นเน็ต 4G ได้ และโทรได้ สามารถรับ SMS ได้เช่นเดียวกับมือถือทั่วไป ทำให้สามารถใช้แอปธนาคารและแอปหน่วยงานต่างๆ ได้เหมือนมือถือเลย จะจ่ายเงินด้วยการสแกน QR ก็ได้เช่นกัน

IMG20251117011843

ด้านระบบเสียงก็เป็น Dual Box เหมือนกัน คือเสียงออก 2 ด้าน เพียงแต่ตำแหน่งจะต่างกันนิดหน่อย ถ้าวางเครื่องในแนวตั้ง จะพบว่า iPlay 70 จะมีลำโพงอยู่ด้านซ้ายและขวาที่โซนล่างของเครื่อง ในขณะที่ iPlay 70 mini Pro จะวางตำแหน่งลำโพงไว้ด้านล่างเลย ในแง่คุณภาพเสียงทั้งคู่ให้เสียงที่ดังและดีแบบที่เปิดดูหนังฟังเพลงได้ดีพอตัว

ความลื่นไหลในการใช้งานประจำวัน

สเปคที่ทั้งคู่ให้มาอยู่ในระดับที่ใช้งานประจำวันได้สบาย ไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง ฟังเพลง เล่นโซเชียลต่างๆ และยังมาพร้อมระบบชาร์จเร็ว 18W PD เหมือนกัน แต่จุดต่างก็คือ iPlay 70 ให้แบตเตอรี่ 6,000mAh ส่วน iPlay 70 mini Pro ให้แบตเตอรี่ 6,050mAh ซึ่งถ้าเทียบจากการใช้งานจริง ผมคิดว่า iPlay 70 mini Pro จะใช้งานต่อเนื่องได้ยาวกว่าพอควร อาจเป็นเพราะหน้าจอที่เล็กกว่าแต่แบตเตอรี่พอๆ กัน

IMG20251117015645

ประสิทธิภาพและการเล่นเกม

นี่เป็นอีกประเด็นสำคัญที่แตกต่างกันชัดเจน เพราะ iPlay 70 เป็นรุ่นเริ่มต้นเลยให้สเปคที่เพียงพอสำหรับการเล่นเกมระดับเริ่มต้นเท่านั้น ด้วยชิป ASR8662 แรม 4GB+8GB พื้นที่ 128GB ใส่ microSD เพิ่มได้ ส่วน iPlay 70 mini Pro ให้สเปคที่เล่นเกมระดับกลางได้ ด้วยชิป Dimensity 900 แรม 8GB+8GB พื้นที่ 256GB ใส่ microSD เพิ่มได้ และยังมีอุปเสริมที่เข้ากันได้ดีอย่าง Alldocube GamePad JoyStick

IMG20251117012844

กล้องที่อาจต่างสำหรับคุณ

โดยทั่วไปแล้วแท็บเล็ตมักจะไม่เน้นกล้องนัก เพราะมันไม่สะดวกในการถือถ่าย แต่ถ้าจะวัดกันจริงๆ แล้ว iPlay 70 มีกล้องหน้า 5MP กล้องหลัง 5MP ส่วน iPlay 70 mini Pro มีกล้องหน้า 5MP และกล้องหลัง 13MP ซึ่งอาจจะต่างในบางสภาพแสงที่คุณต้องการสแกน QR เพื่อจ่ายเงิน หรือถ่ายเก็บบรรยากาศต่างๆ

IMG20251117013707

การปลดล็อกหน้าจอ

ในแง่ความสะดวกของการปลดล็อกหน้าจอ ต้องยกให้ฝั่ง iPlay 70 mini Pro สะดวกกว่า เพราะสามารถสแกนหน้าเพื่อนปลดล็อกได้ ในขณะที่ iPlay 70 ปลดล็อกด้วยการใส่รหัสเท่านั้น

IMG20251117013513

สรุปแล้วคุณเหมาะกับรุ่นไหน

แน่นอนว่าความเป็นจริงแล้วเราต้องดูเงินในกระเป๋าก่อนว่ามีเท่าไร แต่ถ้างบพอที่จะซื้อได้ทั้งคู่ ในภาพรวมผมคิดว่า iPlay 70 mini Pro จะตอบโจทย์วัยรุ่นและวัยทำงาน ด้วยสเปคที่สูงกว่าและขนาดที่คล่องตัว เหมาะกับการประมวลผลเกมหรืองานหนักๆ

iPlay 70iPlay 70 Pro
หน้าจอ10.1 นิ้ว, IPS, HD, 90Hz8.4 นิ้ว, IPS, FHD+, 90Hz
ชิปเซ็ตASR8662Dimensity 900
แรม4GB + 8GB8GB + 8GB
พื้นที่128GB + microSD256GB + microSD
กล้องหลัง 5MP หน้า 5MPหลัง 13MP หน้า 5MP
แบตเตอรี่6,000mAh ชาร์จ 18W PD6,050mAh ชาร์จ 18W PD
เครือข่ายใส่ซิมโทรได้, เล่นเน็ต 4G, Wi-Fi6ใส่ซิมโทรได้, เล่นเน็ต 4G, Wi-Fi6
ราคาเริ่มต้น3,590 บาท7,490 บาท
ดูรีวิว iPlay 70ดูรีวิว iPlay 70 mini Pro

ในขณะที่ iPlay 70 จะเหมาะคนที่เน้นการใช้งานจอใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเด็กวัยเรียนรู้ ผู้ใหญ่วัยเกษียณ รวมไปถึงวัยรุ่นและวัยทำงานที่ต้องการจอใหญ่เพื่อความบันเทิง มองได้เต็มตากว่า ไม่เน้นการประมวลผลหนักๆ เช่นการเล่นเกมที่ใช้กราฟิกขั้นสูง หรือทำงานเอกสารที่มีข้อมูลจำนวนมหาศาล เรียกได้ว่าทั้งคู่มีดีคนละอย่างครับ