การเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยของ Nothing Phone (4a) Pro, Phone (4a) และหูฟัง Headphone (a) เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ถือเป็นการขยับตัวครั้งสำคัญที่น่าสนใจในแง่ของวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ โดย Nothing พยายามทลายข้อจำกัดด้านราคาเพื่อส่งมอบเทคโนโลยีระดับไฮเอนด์ให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Built Different” ที่เน้นการนำเสนอประสิทธิภาพควบคู่ไปกับเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะการนำระบบไฟ Glyph Matrix 137 จุด มาใช้เป็นอินเทอร์เฟซในการสื่อสารรูปบบใหม่ที่ช่วยลดการจ้องหน้าจอโดยไม่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือนหรือสถานะการทำงานของเครื่อง ซึ่งถือเป็นแนวคิดการออกแบบที่สอดรับกับเทรนด์ Digital Wellbeing ในปัจจุบัน
สำหรับรุ่นเรือธงอย่าง Phone (4a) Pro นั้น อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการแสดงผลหน้าจอ AMOLED ความละเอียด 1.5K ที่รองรับอัตราการรีเฟรชสูงถึง 144Hz ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานที่สูงกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไปในตลาด ช่วยให้การเรนเดอร์ภาพมีความลื่นไหลสูงสุด ลดอาการเบลอของภาพขณะเคลื่อนไหว (Motion Blur) ได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมความสว่างสูงสุด (Peak Brightness) ที่ดันไปได้ถึง 5,000 nits ซึ่งเป็นตัวเลขที่ช่วยการันตีการใช้งานกลางแดดจัดได้อย่างไร้อุปสรรค โดยหัวใจหลักขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 7 Gen 4 สถาปัตยกรรมล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการประมวลผล AI แบบ On-device โดยเฉพาะ ทำให้การทำงานของระบบ TrueLens Engine 4 และ Ultra XDR มีความรวดเร็วและแม่นยำในการคำนวณค่าแสงและเงาให้สมจริงที่สุด

ในส่วนของระบบถ่ายภาพ Phone (4a) Pro เลือกใช้เซ็นเซอร์หลัก Sony 50MP ขนาด 1/1.56 นิ้ว ซึ่งเป็นขนาดเซ็นเซอร์ที่ใหญ่พอจะเก็บรายละเอียดในที่แสงน้อยได้ดี เสริมทัพด้วยเลนส์ Periscope 50MP ที่รองรับการซูมออปติคัล 3.5x และซูมดิจิทัลสูงสุดถึง 140x ซึ่งการใช้เลนส์ Periscope นี้เป็นเทคโนโลยีการหักเหแสงผ่านปริซึมเพื่อเพิ่มระยะโฟกัสโดยที่ไม่ทำให้ตัวเครื่องหนาจนเกินไป โดยยังคงความบางไว้ได้เพียง 7.95 มม. บนโครงสร้าง Aluminium Metal Unibody ขณะที่รุ่นมาตรฐานอย่าง Phone (4a) จะปรับสเปกมาใช้ Snapdragon 7s Gen 4 พร้อมหน้าจอ 120Hz ความสว่าง 4,500 nits และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,080 mAh ที่รองรับระบบชาร์จไว 50W เพื่อตอบโจทย์การใช้งานหนักตลอดทั้งวัน
ความโดดเด่นอีกด้านคือระบบ Essential AI ที่ถูกผสานเข้ากับตัวเครื่องเพื่อยกระดับ Workflow ในชีวิตประจำวัน เช่น AI Best Shot ที่ใช้ Machine Learning ในการวิเคราะห์และเลือกภาพที่ดีที่สุดจากช็อตต่อเนื่อง หรือ Essential Recorder ที่สามารถสรุปเนื้อหาจากการบันทึกเสียงได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการประมวลผลภายในเครื่อง (On-device) เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล นอกจากนี้ในฝั่งของระบบเสียง Headphone (a) ยังสร้างมาตรฐานใหม่ด้วยโครงสร้าง Aluminium Alloy แบบ Over-ear ที่รองรับ Hi-Res Audio และ LDAC ซึ่งเป็นเทคโนโลยี Codec เสียงที่ช่วยให้สามารถส่งผ่านข้อมูลเสียงคุณภาพสูงผ่านบลูทูธได้มากกว่าปกติถึง 3 เท่า พร้อมระบบ Adaptive ANC ที่ปรับระดับการตัดเสียงรบกวนตามสภาพแวดล้อมจริง และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 135 ชั่วโมง

สรุปราคาและรุ่นที่วางจำหน่ายในไทย (เริ่มจำหน่าย 4 เม.ย. 69):
- Phone (4a) Pro (12+256GB): 18,999 บาท (ขาว, ดำ, ชมพู)
- Phone (4a) (12+256GB): 16,999 บาท / (8+256GB): 14,999 บาท (ขาว, ดำ, ชมพู, น้ำเงิน)
- Headphone (a): 5,999 บาท (ขาว, ดำ, ชมพู และสีเหลือง Limited Edition)
สำหรับผู้ที่สั่งจองล่วงหน้า (Pre-order) จะได้รับสิทธิพิเศษ Early Nothinger discount 1,000 บาท พร้อมโปรโมชันอัปเกรดความจุและของสมนาคุณตามรุ่นที่กำหนด โดย Nothing มีแผนขยายศูนย์บริการเพิ่มเป็น 10 แห่งทั่วประเทศ พร้อม Call Center บริการฟรี 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับการเติบโตของผู้ใช้งานในไทยอย่างเต็มรูปแบบ








